พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ · โลกกามคุณวรรค
๒. มารปาสสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๗–๑๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในโลกกามคุณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ โลกกามคุณวรรค มารปาสสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๒๕–๑๒๖
๒. ทุติยมารปาสสูตร
ว่าด้วยบ่วงมาร สูตรที่ ๒
{๑๖๗} [๑๑๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุเพลิดเพลิน พร่ำถึง หมกมุ่นรูปนั้นอยู่ ภิกษุนี้เราเรียกว่าผู้พัวพันอยู่ในรูปที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ผู้ไปสู่ที่อยู่ของมาร ผู้ตกอยู่ในอำนาจของมาร ผู้คล้องบ่วงมารไว้ ภิกษุนั้นเป็นผู้ถูกมัดด้วยเครื่องผูกแห่งมาร ถูกมารผู้มีบาปทำอะไรได้ตามปรารถนา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เสียง... กลิ่น... รส... โผฏฐัพพะ... ธรรมารมณ์ที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุเพลิดเพลิน พร่ำถึง
หมกมุ่นธรรมารมณ์นั้นอยู่ ภิกษุนี้เราเรียกว่าผู้พัวพันอยู่ในธรรมารมณ์ที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน ผู้ไปสู่ที่อยู่ของมาร ผู้ตกอยู่ในอำนาจของมาร ผู้คล้องบ่วงมารไว้ ภิกษุนั้นเป็นผู้ถูกมัดด้วยเครื่องผูกแห่งมาร ถูกมารผู้มีบาปทำอะไรได้ตามปรารถนา{๑๖๘} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง รูปที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำถึง ไม่หมกมุ่นรูปนั้นอยู่ ภิกษุนี้เราเรียกว่าผู้พ้นแล้วจากรูปที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ผู้ไม่ไปสู่ที่อยู่ของมาร ผู้ไม่ตกอยู่ในอำนาจของมาร ผู้ถอดบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูกแห่งมาร ไม่ถูกมารผู้มีบาปทำอะไรตามปรารถนา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เสียง... กลิ่น... รส... โผฏฐัพพะ... ธรรมารมณ์ที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำถึง ไม่หมกมุ่นธรรมารมณ์นั้นอยู่ ภิกษุนี้เราเรียกว่าผู้พ้นแล้วจากธรรมารมณ์ที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน ผู้ไม่ไปสู่ที่อยู่ของมาร ผู้ไม่ตกอยู่ในอำนาจของมาร ผู้ถอดบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องผูกแห่งมาร ไม่ถูกมารผู้มีบาปทำอะไรตามปรารถนา”
๓. โลกันตคมนสูตร
ว่าด้วยโลกในวินัยของพระอริยะ
{๑๖๙} [๑๑๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรามิได้กล่าวว่า ‘ที่สุดของโลกเป็นที่ที่พึงรู้ พึงเห็น พึงบรรลุถึงได้ด้วยการเดินทาง’ และเรายังไม่ถึงที่สุดของโลกแล้ว ก็จะไม่กล่าวถึงการทำที่สุดแห่งทุกข์” ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดังนี้แล้วก็ทรงลุกขึ้นจากพระพุทธอาสน์เสด็จเข้าไปสู่พระวิหาร
ครั้งนั้นแล เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จหลีกไปไม่นาน ภิกษุเหล่านั้นกล่าวกันว่า “ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุเทศข้อนี้แก่เราทั้งหลายโดยย่อว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรามิได้กล่าวว่า ‘ที่สุดของโลกเป็นที่ที่พึงรู้ พึงเห็น พึงบรรลุถึงได้ด้วยการเดินทาง’ และเรายังไม่ถึงที่สุดของโลกแล้ว ก็จะไม่กล่าวถึงการทำที่สุดแห่งทุกข์’ ดังนี้แล้วไม่ทรงแจกแจงเนื้อความโดยพิสดาร ก็ทรงลุกจากอาสนะเสด็จเข้าที่ประทับไป ใครหนอจะพึงแจกแจงเนื้อความแห่งอุเทศที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้โดยย่อไม่ทรงแจกแจงโดยพิสดารให้พิสดารได้”ลำดับนั้น ภิกษุเหล่านั้นคิดกันว่า “ท่านพระอานนท์นี้แลเป็นผู้ที่พระศาสดาทรงสรรเสริญไว้และเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ผู้รู้ทั้งหลายก็ยกย่องกันแล้ว ก็ท่านพระอานนท์นี้สามารถที่จะแจกแจงเนื้อความแห่งอุเทศที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้โดยย่อไม่ทรงแจกแจงโดยพิสดารให้พิสดารได้ อย่ากระนั้นเลย เราทั้งหลายควรพากันไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วสอบถามเนื้อความนี้กะท่านพระอานนท์เถิด”
{๑๗๐} ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นพากันเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า “ท่าน
จบ ๒. มารปาสสูตร ที่ ๒