arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ · โยคักเขมีวรรค

๗. อุปาทานสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในโยคักเขมีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ โยคักเขมีวรรค อุปาทานสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๒๐–๑๒๑

หน้า ๑๒๐

๖. สัญโญชนิยสูตร

ว่าด้วยเหตุแห่งสังโยชน์

{๑๕๙} [๑๐๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์และสังโยชน์ เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์และสังโยชน์เป็นไฉน

คือ จักษุเป็นธรรมอันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์ ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักษุนั้นเป็นสังโยชน์ในจักษุนั้น... มโนเป็นธรรมอันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์ ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในมโนนั้นเป็นสังโยชน์ในมโนนั้นดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ‘ธรรมอันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์และสังโยชน์”

๗. อุปาทานิยสูตร

ว่าด้วยเหตุแห่งอุปาทาน

{๑๖๐} [๑๑๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันเป็นเหตุแห่งอุปาทานและอุปาทาน เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น

ก็ธรรมอันเป็นเหตุแห่งอุปาทานและอุปาทานเป็นไฉน

คือ จักษุเป็นธรรมอันเป็นเหตุแห่งอุปาทาน ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในจักษุนั้นเป็นอุปาทานในจักษุนั้น ... มโนเป็นธรรมอันเป็นเหตุแห่งอุปาทาน ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในมโนนั้นเป็นอุปาทานในมโนนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ‘ธรรมอันเป็นเหตุแห่งอุปาทานและอุปาทาน”

หน้า ๑๒๑

๘. อัชฌัตติกายตนปริชานนสูตร

ว่าด้วยการกำหนดรู้อายตนะภายในทำให้สิ้นทุกข์ได้

{๑๖๑} [๑๑๑] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อยังไม่รู้ยิ่ง ไม่กำหนดรู้ ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งจักษุ ก็เป็นผู้ไม่สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ บุคคลเมื่อยังไม่รู้ยิ่งไม่กำหนดรู้ ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งโสตะ ...ซึ่งฆานะ ...ซึ่งชิวหา ...ซึ่งกาย ...ซึ่งมโน ก็เป็นผู้ไม่สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ เมื่อหน่าย เมื่อละซึ่งจักษุได้ จึงเป็นผู้สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้เมื่อหน่าย เมื่อละได้ซึ่งโสตะ ...ซึ่งฆานะ ..ซึ่งชิวหา ..ซึ่งกาย ..ซึ่งมโน จึงเป็นผู้สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้”

๙. พาหิรายตนปริชานนสูตร

ว่าด้วยการกำหนดรู้อายตนะภายนอกทำให้สิ้นทุกข์ได้

[๑๑๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อยังไม่รู้ยิ่ง ไม่กำหนดรู้ ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งรูป ก็เป็นผู้ไม่สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ บุคคลเมื่อยังไม่รู้ยิ่ง ไม่กำหนดรู้ ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งเสียง .. ซึ่งกลิ่น ... ซึ่งรส .. ซึ่งโผฏฐัพพะ... ซึ่งธรรมารมณ์ ก็เป็นผู้ไม่สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ เมื่อหน่าย เมื่อละซึ่งรูปได้ จึงเป็นผู้สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้ บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ เมื่อหน่าย เมื่อละได้ซึ่งเสียง ...ซึ่งกลิ่น ...ซึ่งรส ..ซึ่งโผฏฐัพพะ ...ซึ่งธรรมารมณ์จึงเป็นผู้สามารถที่จะสิ้นทุกข์ได้”

จบ ๗. อุปาทานสูตร