พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ · สมุททวรรค
๒. สมุทรสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๗–๒๘๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสมุททวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สมุทรสูตรที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ สมุททวรรค สมุทรสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
สมุทฺโท สมุทฺโทติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ ฯ เนโส ภิกฺขเว อริยสฺส วินเย สมุทฺโท ฯ มหา เอโส ภิกฺขเว อุทกราสิ มหา อุทกณฺณโว ฯ สนฺติ ภิกฺขเว จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อริยสฺส วินเย สมุทฺโท ๑ เอตฺถายํ สเทวโก โลโก สมารโก สพฺรหฺมโก สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา เยภุยฺเยน สมุทฺทา ๒ กนฺตา กุลกชาตา กุลคุณฺฑิกชาตา ๓ มุญฺชปพฺพชภูตา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตนฺติ ฯเปฯ สนฺติ ภิกฺขเว ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา ฯเปฯ สนฺติ ภิกฺขเว มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสญฺหิตา รชนิยา อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อริยสฺส วินเย สมุทฺโท เอตฺถายํ สเทวโก โลโก สมารโก สพฺรหฺมโก สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา เยภุยฺเยน สมุทฺทา ๒ กนฺตา กุลกชาตา กุลคุณฺฑิกชาตา ๓ มุญฺชปพฺพชภูตา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตนฺตีติ ฯ
๑ ยุ. ธมฺมเวคํ ฯ ๒ ม. สาวฏฺฏํ สภยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนไม่ได้สดับแล้ว ย่อมกล่าวว่า สมุทรๆดังนี้ ภิกษุ
ทั้งหลาย สมุทรนั้นไม่ชื่อว่าเป็นสมุทรในวินัยของพระอริยเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมุทรนั้นเรียกว่า เป็นแอ่งน้ำใหญ่ เป็นห้วงน้ำใหญ่ รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ น่ารัก ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัด นี้เรียกว่าเป็นสมุทรในวินัยของพระอริยเจ้า โลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกมารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีอยู่ในสมุทรนี้ โดยมากเป็นผู้เศร้าหมอง เกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นดุจหญ้าปล้องและหญ้ามุงกระต่าย หาล่วงอบายทุคติ วินิบาต สงสารไปได้ไม่ ฯลฯ ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้ได้ด้วยใจ น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ชักให้ใคร่ชวนให้กำหนัด นี้เรียกว่าเป็นสมุทรในวินัยของพระอริยเจ้า โลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลกพรหมโลกหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีอยู่ในสมุทรนี้ โดยมากเป็นผู้เศร้าหมอง เกิดเป็นผู้ยุ่งดุจด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้ายเป็นดุจหญ้าปล้องและหญ้ามุงกระต่าย หาล่วงอบาย ทุคติ วินิบาต สงสารไปได้ไม่ ฯ
ยสฺส ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา
โส อิมํ สมุทฺทํ สคาหํ สรกฺขสํ สอุมฺมิภยํ สุทุตฺตรํ ๔ อจฺจตริ ฯ
สงฺคาติโต ๕ มจฺจุชโห นิรูปธิ ปหาสิ ๖ ทุกฺขํ อปุนพฺภวาย
อตฺถงฺคโต โส น ปมานเมติ ๗ อโมหยี มจฺจุราชนฺติ พฺรูมีติ ฯ
บุคคลใดคลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว บุคคลนั้นชื่อว่าข้ามสมุทรนี้ ซึ่งมีทั้งสัตว์ร้าย มีทั้งผีเสื้อน้ำ มีทั้งคลื่นและภัย
ที่ข้ามได้แสนยาก ได้แล้ว เรากล่าวว่า บุคคลนั้นล่วงพ้นเครื่องข้อง
ละมัจจุ ไม่มีอุปธิ ละทุกข์ได้ขาดเพื่อไม่เกิดต่อไป ถึงความดับสูญไม่กลับมาเกิดอีกลวงพระยามัจจุราชให้หลงได้ ฯ
จบสูตรที่ ๒
จบ ๒. สมุทรสูตร ที่ ๒