arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ · ยมกวรรค

๗. อภินันทสูตร ที่ ๑ เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในยมกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ ยมกวรรค อภินันทสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๖–๑๗

หน้า ๑๖

เพราะคุณแห่งธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงกำหนัดในธรรมารมณ์ ถ้าโทษแห่งธรรมารมณ์จักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่เบื่อหน่ายในธรรมารมณ์ แต่เพราะโทษแห่งธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในธรรมารมณ์ ถ้าการสลัดออกซึ่งธรรมารมณ์จักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่สลัดออกจากธรรมารมณ์ แต่เพราะการสลัดออกซึ่งธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากธรรมารมณ์

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบใดที่สัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้ตามความเป็นจริงซึ่งคุณแห่งอายตนะภายนอก ๖ เหล่านี้โดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ และซึ่งการสลัดออกโดยเป็นการสลัดออก ตราบนั้นสัตว์ทั้งหลายก็จะยังไม่เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทพ และมนุษย์ มีใจไร้ขอบเขตอยู่ แต่เมื่อใดสัตว์ทั้งหลายได้รู้ตามความเป็นจริงซึ่งคุณแห่งอายตนะภายนอก ๖ เหล่านี้โดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ และซึ่งการสลัดออกโดยเป็นการสลัดออก เมื่อนั้นแลสัตว์ทั้งหลายก็เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อม ทั้งสมณพราหมณ์ เทพ และมนุษย์ มีใจไร้ขอบเขตอยู่”

๗. ปฐมาภินันทสูตร

ว่าด้วยผู้เพลิดเพลินอยู่ในอายตนะภายในย่อมไม่พ้นทุกข์

{๑๙} [๑๙] ‘‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดยังเพลิดเพลินจักษุ ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า‘ผู้นั้นยังไม่พ้นจากทุกข์’ ... ผู้ใดยังเพลิดเพลินมโน ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นยังไม่พ้นจากทุกข์’

หน้า ๑๗

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนผู้ใดไม่เพลิดเพลินจักษุ ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นพ้นแล้วจากทุกข์’ ... ผู้ใด ไม่เพลิดเพลินมโน ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นพ้นแล้วจากทุกข์”

๘. ทุติยาภินันทสูตร

ว่าด้วยผู้พลิดเพลินอยู่ในอายตนะภายนอกย่อมไม่พ้นทุกข์

{๒๐} [๒๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดยังเพลิดเพลินรูป ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นยังไม่พ้นจากทุกข์’ ... ผู้ใดยังเพลิดเพลินธรรมารมณ์ ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นยังไม่พ้นจากทุกข์’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนผู้ใดไม่เพลิดเพลินรูป ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นพ้นแล้วจากทุกข์’ ... ผู้ใดไม่เพลิดเพลินธรรมารมณ์ ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘ผู้นั้นพ้นแล้วจากทุกข์”

๙. ปฐมทุกขุปปาทสูตร

ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ สูตรที่ ๑

{๒๑} [๒๑] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งจักษุ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชรามรณะ ... ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งมโน นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชรามรณะ

จบ ๗. อภินันทสูตร ที่ ๑