เปยยาลวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๕๘–๔๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในมาตุคามสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เปยยาลวรรคที่ ๑
อมนาปสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อมนาปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เอกนฺตอมนาโป โหติ ปุริสสฺส ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ น จ รูปวา โหติ น จ โภควา โหติ น จ สีลวา โหติ อลโส จ โหติ ปชญฺจสฺส น ลภติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เอกนฺตอมนาโป โหติ ปุริสสฺส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว องค์ ๕ เป็นไฉน คือรูปไม่สวย ๑ ไม่มีโภคสมบัติ ๑ ไม่มีมารยาท ๑เกียจคร้าน ๑ ไม่ได้บุตรเพื่อเขา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว ฯ
ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เอกนฺตมนาโป โหติ ปุริสสฺส ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ รูปวา จ โหติ โภควา จ โหติ สีลวา จ โหติ ทกฺโข จ โหติ อนลโส ปชญฺจสฺส ลภติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เอกนฺตมนาโป โหติ ปุริสสฺสาติ ฯ ปฐมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว องค์ ๕ เป็นไฉน คือ มีรูปสวย ๑ มีโภคสมบัติ ๑ มีมารยาท ๑ ขยันไม่เกียจคร้าน ๑ ได้บุตรเพื่อเขา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แลย่อมเป็นที่ชอบใจของบุรุษโดยส่วนเดียว ฯ
จบสูตรที่ ๑
มนาปสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค มนาปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุริโส เอกนฺตอมนาโป โหติ มาตุคามสฺส ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ น จ รูปวา โหติ น จ โภควา โหติ น จ สีลวา โหติ อลโส จ โหติ ปชญฺจสฺส น ลภติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุริโส เอกนฺตอมนาโป โหติ มาตุคามสฺส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของมาตุคามโดยส่วนเดียว องค์ ๕ เป็นไฉน คือ รูปไม่สวย ๑ ไม่มีโภคสมบัติ ๑ ไม่มีมารยาท ๑เกียจคร้าน ๑ ไม่ได้บุตรเพื่อเขา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แลย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของมาตุคามโดยส่วนเดียว ฯ
ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุริโส เอกนฺตมนาโป โหติ มาตุคามสฺส ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ รูปวา จ โหติ โภควา จ โหติ สีลวา จ โหติ ทกฺโข จ โหติ อนลโส ปชญฺจสฺส ลภติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุริโส เอกนฺตมนาโป โหติ มาตุคามสฺสาติ ฯ ทุติยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ย่อมเป็นที่ชอบใจของมาตุคามโดยส่วนเดียว องค์ ๕ เป็นไฉน คือ มีรูปสวย ๑ มีโภคสมบัติ ๑ มีมารยาท ๑ ขยันไม่เกียจคร้าน ๑ ได้บุตรเพื่อเขา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล ย่อมเป็นที่ชอบใจของมาตุคามโดยส่วนเดียว ฯ
จบสูตรที่ ๒
อาเวณิกสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อาเวณิกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว มาตุคามสฺส อาเวณิกานิ ทุกฺขานิ ยานิ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ทหโร สมาโน ปติกุลํ คจฺฉติ ญาตเกหิ วินา โหติ ฯ อิทํ ภิกฺขเว มาตุคามสฺส ปฐมํ อาเวณิกํ ทุกฺขํ ยํ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ๕ อย่างนี้ ความทุกข์ ๕ อย่างเป็นไฉน คือ มาตุคามในโลกนี้ เมื่อยังกำลังสาวไปสู่สกุลผัวเว้นจากญาติ อันนี้เป็นความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามข้อต้นที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว มาตุคาโม อุตุนี โหติ ฯ อิทํ ภิกฺขเว มาตุคามสฺส ทุติยํ อาเวณิกํ ทุกฺขํ ยํ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ
อีกประการหนึ่ง มาตุคามมีระดู อันนี้เป็นความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามข้อที่ ๒ ที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว มาตุคาโม คพฺภินี โหติ ฯ อิทํ ภิกฺขเว มาตุคามสฺส ตติยํ อาเวณิกํ ทุกฺขํ ยํ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ
อีกประการหนึ่ง มาตุคามมีครรภ์ อันนี้เป็นความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามข้อที่ ๓ ที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว มาตุคาโม วิชายติ ฯ อิทํ ภิกฺขเว มาตุคามสฺส จตุตฺถํ อาเวณิกํ ทุกฺขํ ยํ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ
อีกประการหนึ่ง มาตุคามคลอดบุตร อันนี้เป็นความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามข้อที่ ๔ ที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปุริสสฺส ปาริจริยํ อุเปติ ฯ อิทํ โข ภิกฺขเว มาตุคามสฺส ปญฺจมํ อาเวณิกํ ทุกฺขํ ยํ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหิ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ มาตุคามสฺส อาเวณิกานิ ทุกฺขานิ ยานิ มาตุคาโม ปจฺจนุโภติ อญฺญตฺเรว ปุริเสหีติ ฯ ตติยํ ฯ
อีกประการหนึ่ง มาตุคามเข้าถึงความเป็นหญิงบำเรอของบุรุษ อันนี้เป็นความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามที่ ๕ ที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความทุกข์แผนกหนึ่งของมาตุคามที่ตนจะต้องเสวย เว้นจากบุรุษ ๕อย่างนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๓
มาตุคามสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค มาตุคามสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เยภุยฺเยน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ตีหิ ฯ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปุพฺพณฺหสมยํ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มชฺฌนฺติกสมยํ อิสฺสาปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ สายณฺหสมยํ กามราคปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เยภุยฺเยน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการโดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามในโลกนี้ เวลาเช้ามีใจอันมลทิน คือความตระหนี่กลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเที่ยงมีใจอันความริษยากลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือนเวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือนดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล โดยมากเมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๔
อนุรุทธสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อนุรุทธสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต มาตุคามํ ปสฺสามิ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตํ ฯ กตีหิ นุ โข ภนฺเต ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ข้าพระองค์ได้เห็นมาตุคามเมื่อแตกกายตายไป เข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
ปญฺจหิ โข อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ โกธโน จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรกธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือมาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มักโกรธ ๑ มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาตนรก ฯ
จบสูตรที่ ๕
อุปนาหีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อุปนาหีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ โอปนาหี จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มักผูกโกรธ ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะมาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๖
อิสสุกีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อิสสุกีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ อิสฺสุกี จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ สตฺตมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มีความริษยา ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะมาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๗
มัจฉรีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค มัจฉรีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ มจฺฉรี จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มีความตระหนี่ ๑ มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะมาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๘
อติจารีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อติจารีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ฯเปฯ อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ อติจารี จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ฯเปฯ อุปปชฺชตีติ ฯ นวมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ ประพฤตินอกใจ ๑ มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๙
ทุสสีลสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค ทุสสีลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ ทุสฺสีโล จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ ทสมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ เป็นคนทุศีล ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
อัปปัสสุตสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อัปปัสสุตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ อปฺปสฺสุโต จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ เอกาทสมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มีสุตะน้อย ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๑๑
กุสีตสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค กุสีตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ กุสีโต จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ เกียจคร้าน ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๑๒
มุฏฐัสสติสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค มุฏฐัสสติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อสฺสทฺโธ จ โหติ อหิริโก จ โหติ อโนตฺตปฺปี จ โหติ มุฏฺฐสฺสติ จ โหติ ทุปฺปญฺโญ จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ เตรสมํ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ มีสติหลง ๑มีปัญญาทราม ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๑๓
ปัญจเวรสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค ปัญจเวรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส ฯเปฯ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ปาณาติปาตี จ โหติ อทินฺนาทายี จ โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี จ โหติ มุสาวาที จ โหติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ จุทฺทสมํ ฯ
เปยฺยาลวคฺโค ทุติโย ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๕ ประการเป็นไฉนคือ มาตุคามเป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๑ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ฯ
จบสูตรที่ ๑๔
อนุรุทธสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อนุรุทธสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต มาตุคามํ ปสฺสามิ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺตํ ฯ กตีหิ นุ โข ภนฺเต ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตีติ ฯ ปญฺจหิ โข อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ สทฺโธ จ โหติ หิริมา จ โหติ โอตฺตปฺปี จ โหติ อกฺโกธโน จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ข้าพระองค์เห็นมาตุคามเมื่อแตกกายตายไปเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญมาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอ เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ ไม่มักโกรธ ๑มีปัญญา ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ
อนุปนาหีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อนุปนาหีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ สทฺโธ จ โหติ หิริมา จ โหติ โอตฺตปฺปี จ โหติ อนุปนาหี จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือมาตุคามเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑มีโอตตัปปะ ๑ ไม่ผูกโกรธ ๑ มีปัญญา ๑ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ
อนิสสุกีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อนิสสุกีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ สทฺโธ จ โหติ หิริมา จ โหติ โอตฺตปฺปี จ โหติ อนิสฺสุกี จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑มีโอตตัปปะ ๑ ไม่มีความริษยา ๑ มีปัญญา ๑ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ประการนี้แล เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ
อมัจฉรีสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค อมัจฉรีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
อมจฺฉรี จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ อนติจารี จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ สีลวา จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ พหุสฺสุโต จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ อารทฺธวิริโย จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯเปฯ อุปฏฺฐิตสฺสติ จ โหติ ปญฺญวา จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตีติ ฯ (อิเม อฏฺฐ สุตฺตนฺตา สงฺเขปาปิ) ฯเปฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือมาตุคามเป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑มีโอตตัปปะ ๑ ไม่มีความตระหนี่ ๑ มีปัญญา ๑ฯลฯ ไม่ประพฤตินอกใจ ๑ มีปัญญา ๑ ฯลฯ
มีศีล ๑ มีปัญญา ๑ ฯลฯ มีสุตะมาก ๑ มีปัญญา ๑ ฯลฯ ปรารภความเพียร ๑ มีปัญญา ๑ฯลฯ มีสติตั้งมั่น ๑ มีปัญญา ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ
ปัญจสีลสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุต เปยยาลวรรค ปัญจสีลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ปญฺจหิ อนุรุทฺธ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต จ โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต จ โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต จ โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต จ โหติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต จ โหติ ฯ อิเมหิ โข อนุรุทฺธ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตีติ ฯ
เปยฺยาลวคฺโค สมตฺโต ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
เทฺว มนาปา อมนาปา จ อาเวณิกา ตีหิ อนุรุทฺโธ ๑
โกธโน อุปนาหี จ อิสฺสุกี มจฺฉเรน จ ฯ
อติจารี จ ทุสฺสีลํ ๒ อปฺปสฺสุโต จ กุสิโต
มุฏฺฐสฺสติ [๓] ปญฺจเวรํ กณฺหปกฺเข ปกาสิโต ฯ
อนุรุทฺโธ อกฺโกธโน ๔ อนุปนาหี อนิสฺสุกี
อมจฺฉรี อนติจารี สีลวา จ พหุสฺสุโต
วิริยสติ ปญฺจสีลา จ ๕ สุกฺกปกฺเข ปกาสิโตติ ฯ
___________________
มาตุคามสฺส พลวคฺโค ตติโย
๑ ม. มาตุคาโม ปุริโส จ อาเวณิกา ติธมฺโม จ ฯ ๒ ม. ยุ. ทุสฺสีโล ฯ
๓ ยุ. จ ฯ ๔ ม. ทุติเย จ อกฺโกธโน ฯ ๕ ม. วีริยํ สติสีล จ ฯ
ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือมาตุคามเป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ จากการลักทรัพย์ ๑ จากการประพฤติผิดในกาม ๑ จากการพูดเท็จ ๑ จากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๑ ดูกรอนุรุทธะ มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ประการนี้แลเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ
จบเปยยาลวรรค
_____________________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อมนาปสูตร ๒. มนาปสูตร ๓. อาเวณิกสูตร ๔. มาตุคามสูตร๕. อนุรุทธสูตร ๖. อุปนาหีสูตร ๗. อิสสุกีสูตร ๘. มัจฉรีสูตร
๙. อติจารีสูตร ๑๐. ทุสสีลสูตร ๑๑. อัปปัสสุตสูตร ๑๒. กุสีตสูตร
๑๓. มุฏฐัสสติสูตร ๑๔. ปัญจเวรสูตร ฯ
จบ เปยยาลวรรค