พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ · นันทิขยวรรค
๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๒ ในนันทิขยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ นันทิขยวรรค มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๙๒–๑๙๓
ข้าพระองค์โดยย่อ พอที่ข้าพระองค์ฟังแล้วพึงปลีกตัวออกจากหมู่อยู่ตามลำพัง เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตมุ่งพระนิพพานด้วยเถิด”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนโกฎฐิกะ ‘สิ่งใดแลไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น ดูก่อนโกฏฐิกะ ก็อะไรเล่าไม่เที่ยง จักษุไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในจักษุนั้น รูปไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในรูปนั้น จักขุวิญญาณไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในจักขุวิญญาณนั้น จักขุสัมผัสไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในจักขุสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็ไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นดูก่อนโกฎฐิกะ โสตะไม่เที่ยง ... ฆานะไม่เที่ยง ... ชิวหาไม่เที่ยง...
กายไม่เที่ยง ... มโนไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในมโนนั้น ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในธรรมารมณ์นั้น มโนวิญญาณไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในมโนวิญญาณนั้น มโนสัมผัสไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในมโนสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็ไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้น ดูก่อนโกฏฐิกะ สิ่งใดไม่เที่ยง เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น”
๘. โกฏฐิกทุกขสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่เป็นทุกข์
{๒๕๒} [๑๖๓] ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิกะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระองค์โปรดทรงแสดงธรรมแก่
ข้าพระองค์โดยย่อ พอที่ข้าพระองค์ฟังแล้วพึงปลีกตัวออกจากหมู่อยู่ตามลำพังเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตมุ่งพระนิพพานด้วยเถิด”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนโกฏฐิกะ สิ่งใดแลเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น ดูก่อนโกฎฐิกะ ก็อะไรเล่าเป็นทุกข์ จักษุแลเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในจักษุนั้น รูปเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในรูปนั้นจักขุวิญญาณเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในจักขุวิญญาณนั้น จักขุสัมผัสเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในจักขุสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นดูก่อนโกฏฐิกะ โสตะเป็นทุกข์ ... ฆานะเป็นทุกข์ ... ชิวหาเป็นทุกข์
... กายเป็นทุกข์ ... มโนเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในมโนนั้น ธรรมารมณ์เป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในธรรมารมณ์นั้น มโนวิญญาณเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในมโนวิญญาณนั้น มโนสัมผัสเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในมโนสัมผัสนั้น แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้น ดูก่อนโกฏฐิกะ สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้น”
๙. โกฏฐิกอนัตตสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่เป็นอนัตตา
{๒๕๓} [๑๖๔] ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิกะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระองค์โปรดทรงแสดงธรรมแก่
จบ ๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒