arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ทุติยปัณณาสก์ · คิลานวรรค

๘. ภิกขุสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในคิลานวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ทุติยปัณณาสก์ คิลานวรรค ภิกขุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๖๖–๖๘

หน้า ๖๖

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เมื่อภิกษุรู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น”

“ดูก่อนภิกษุ มีคำที่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้สดับว่า ‘ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น’ และภิกษุก็ได้สดับอย่างนี้ว่า “ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น” เธอย่อมรู้ธรรมทั้งปวงได้ ครั้นรู้ธรรมทั้งปวงได้แล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงได้ ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงได้แล้ว ย่อมเห็นนิมิตทั้งปวงโดยประการอื่น คือเห็นจักษุโดยประการอื่น เห็นรูป... จักขุวิญญาณ ... จักขุสัมผัส... เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยประการอื่น ... เห็นมโน... ธรรมารมณ์... มโนวิญญาณ... มโนสัมผัส... เห็นแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยโดยประการอื่น ดูก่อนภิกษุ เมื่อภิกษุรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น”

๘. สัมพหุลภิกขุสูตร

ว่าด้วยการประพฤติพรหมจรรย์เพื่อกำหนดรู้ทุกข์

{๙๗} [๘๑] ครั้งนั้นแล ภิกษุเป็นอันมากเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ขอประทานพระวโรกาส พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกมาถามพวกข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ‘อาวุโส ท่านอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมโคดมเพื่ออะไรเล่า’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพวกข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้จึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นไปอย่างนี้ว่า ‘พวกเราประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้ทุกข์’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑เห็น...โดยประการอื่น คือเห็นแตกต่างจากคนทั่วไปที่มิได้กำหนดรู้ความถือมั่น (สํ.สฬา.อ. ๑๙)
หน้า ๖๗

พวกข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้วตอบไปอย่างนี้ ชื่อว่ากล่าวตรงกับที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแลหรือ ไม่ชื่อว่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคำที่ไม่เป็นจริงบ้างหรือ ชื่อว่ากล่าวอ้างเหตุสมควรเแก่เหตุหรือ และการกล่าวตามเหตุบางอย่างที่มีเหตุผลจะไม่มาถึงฐานะที่วิญญูชนจะพึงตำหนิได้บ้างหรือ”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ถูกแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอถูกถามอย่างนี้แล้ว เมื่อพยากรณ์อย่างนั้น ชื่อว่ากล่าวตรงกับที่เรากล่าวแล้วไม่ชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำที่ไม่เป็นจริง ชื่อว่ากล่าวอ้างเหตุสมควรเแก่เหตุ และการกล่าวตามเหตุบางอย่างที่มีเหตุผลย่อมไม่มาถึงฐานะที่วิญญชนจะพึงตำหนิได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในเราก็เพื่อกำหนดรู้ทุกข์ ก็ถ้าพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกจะพึงถามพวกเธออย่างนี้ว่า ‘อาวุโส ก็ทุกข์ซึ่งพวกท่านอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดมเพื่อกำหนดรู้นั้นเป็นไฉน’ เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้วพึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า

‘อาวุโส จักษุแลเป็นทุกข์ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้จักษุอันเป็นทุกข์นั้น รูปทั้งหลายเป็นทุกข์ ... แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น ... มโนเป็นทุกข์... แม้สุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้ทุกข์นั้น อาวุโส ข้อนี้นั้นแลเป็นทุกข์ เราอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อกำหนดรู้ทุกข์ข้อนั้น’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้แล”

หน้า ๖๘

๙. โลกปัญหาสูตร

ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าโลก

{๙๘} [๘๒] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า ‘โลก โลก’ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล จึงเรียกว่าโลก”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่าโลกเพราะจะต้องแตกสลาย

อะไรเล่าแตกสลาย

ดูก่อนภิกษุ จักษุแลแตกสลาย รูปทั้งหลายแตกสลาย จักขุวิญญาณแตกสลาย จักขุสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยแตกสลาย ... มโนแตกสลายธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็แตกสลายดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่าโลก เพราะจะต้องแตกสลายฉะนี้”

๑๐. ผัคคุนปัญหาสูตร

ว่าด้วยพระผัคคุนะทูลถามปัญหาเรื่องบัญญัติ

{๙๙} [๘๓] ครั้งนั้นแล ท่านพระผัคคุนะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ... ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเมื่อจะบัญญัติ พึงบัญญัติพระพุทธเจ้าผู้ตัดตัณหาที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้วตัดทางได้แล้ว ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานไปแล้วในอดีตเพราะจักษุใด จักษุนั้นมีอยู่หรือหนอ” ... บุคคลเมื่อจะบัญญัติ

จบ ๘. ภิกขุสูตร