พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โสตาปัตติสังยุต · เวฬุทวารวรรค
สาริปุตตสูตร ที่ ๑ เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๒๕–๑๔๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในเวฬุทวารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โสตาปัตติสังยุต เวฬุทวารวรรค สาริปุตตสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๕๐๙–๕๑๐
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทีฆาวุอุบาสกเป็น บัณฑิต ชอบพูดคำจริง ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม และไม่ทำตนให้ลำบาก เพราะมีธรรมเป็นเหตุทีฆาวุอุบาสกเป็นโอปปาติกะเพราะโอรัมภาคิย สังโยชน์ ๕ สิ้นไป จักปรินิพพานในภพที่เกิดขึ้น มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้น เป็นธรรมดา”
๔. ปฐมสารีปุตตสูตร
ว่าด้วยเป็นพระโสดาบันเพราะมีธรรม ๔ ประการ
{๑๔๒๕} [๑๐๐๐] สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรกับท่านพระอานนท์อยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นเป็นเวลาเย็น ท่านพระอานนท์ออกจากที่หลีกเร้นแล้วเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า “ดูก่อนท่านสารีบุตร เพราะเหตุที่ประกอบด้วยธรรมเท่าไร หมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า”{๑๔๒๖} ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เพราะเหตุที่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ หมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า ธรรม ๔ ประการคืออะไรบ้าง คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า... ในพระธรรม... ในพระสงฆ์...
- ๑โอปปาติกะ ผู้ที่ผุดเกิดขึ้นโตเต็มตัว ในที่นี้หมายถึงพระอนาคามี (ผู้ไม่เวียนกลับมาอีก) ซึ่งเมื่อสิ้นชีวิตแล้วก็จะไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส และจะปรินิพพานในที่นั้นโดยไม่ต้องกลับมาเกิดในมนุษยโลกอีก (นัย ม.มู.อ. ๑/๑๗๖, องฺ.ติก.อ. ๒/๒๘๒-๒๘๓)
ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว... เป็นไปเพื่อสมาธิ เพราะเหตุที่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหล่านี้แล หมู่สัตว์นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในภายหน้า”
๕. ทุติยสารีปุตตสูตร
ว่าด้วยตรัสถามพระสารีบุตรเรื่องโสดาบันเป็นต้น
{๑๔๒๗} [๑๐๐๑] ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง จึงพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า “ดูก่อนสารีบุตร ที่เรียกว่า ‘โสตาปัตติยังคะ โสตาปัตติยังคะ’ ดังนี้ โสตาปัตติยังคะคืออะไรสารีบุตร”{๑๔๒๘} ท่านพระสารีบุตรกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โสตาปัตติยังคะ คือ
(๑) สัปปุริสสังเสวะ การคบสัตบุรุษ
(๒) สัทธัมมัสสวนะ การฟังคำสั่งสอนของท่าน
(๓) โยนิโสมนสิการ การทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ
(๔) ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม”
{๑๔๒๙} “สาธุ สาธุ สารีบุตร โสตาปัตติยังคะ คือ สัปปุริสสังเสวะ ๑ สัทธัมมสวนะ ๑ โยนิโสมนสิการ ๑ ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ๑
- ๑โสตาปัตติยังคะ องค์เครื่องบรรลุโสดา หมายถึงองค์ธรรมส่วนเบื้องต้นอันเป็นเหตุให้ได้บรรลุความเป็นพระโสดาบัน มี ๒ ประเภท คือ ธรรม ๔ ประการมีความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าเป็นต้น ดังกล่าวมาในสูตรที่ ๑-๔ และธรรม ๔ ประการมีการคบสัตบุรุษเป็นต้น ตามความในพระสูตรนี้ (นัย สํ.ม.อ. ๓๕๘)
จบ สาริปุตตสูตร ที่ ๑