arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สัจจสังยุต · สมาธิวรรค

ติรัจฉานกถาสูตร เล่ม ๑๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในสมาธิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุต สมาธิวรรค ติรัจฉานกถาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๖๐๕–๖๐๗

หน้า ๖๐๕

เบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะพูด พึงพูดว่า ‘นี้ทุกข์ ... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าถ้อยคำนี้ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’

๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร

ว่าด้วยการพูดดิรัจฉานกถา

{๑๖๖๓} [๑๐๘๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอย่าพูดดิรัจฉานกถา ซึ่งมีหลายอย่าง คือ พูดเรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องรบ เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยาน เรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องคนกล้าหาญ เรื่องตรอก เรื่องท่านํ้า เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้น ๆ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าถ้อยคำนี้ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมไม่เป็นไป เพื่อความเบื่อหน่าย... เพื่อนิพพาน ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะพูด พึงพูดว่า ‘นี้ทุกข์ ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ดิรัจฉานกถา คือ ถ้อยคำที่ขวางทางไปสู่สวรรค์ นิพพาน เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการนำออกจากวัฏฏทุกข์ เช่น พูดคุยเรื่องพระราชาในทำนองว่าพระราชาองค์นี้มีรูปงามอย่างนั้น องค์นั้นมีรูปงามอย่างนี้ หรือพระเจ้ามหาสมต พระเจ้ามันธาตุ พระเจ้าธรรมาโศกลัวนทรงมีแสนยานุภาพอย่างนี้ ๆ เป็นต้น (นัย ที.สี.อ. ๘๔, ม.ม.อ. ๑๖๔-๑๖๗)
หน้า ๖๐๖

นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าถ้อยคำนี้ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย... เพื่อนิพพาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำความเพียร เพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

จบ สมาธิวรรคที่ ๑

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สมาธิสูตร ๒. ปฏิสัลลานสูตร

๓. ปฐมกุลปุตตสูตร ๔. ทุติยกุลปุตตสูตร

๕. ปฐมสมณพราหมณสูตร ๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร

๗. วิตักกสูตร ๘. จินตสูตร

๙. วิคคาหิกกถาสูตร ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร

หน้า ๖๐๗

๒. ธัมมจักกัปปวัตตนวรรค

๑. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ว่าด้วยทรงแสดงพระธรรมจักร

{๑๖๖๔} [๑๐๘๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะพวกภิกษุปัญจวัคคีย์ ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่างนี้อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นธรรมอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความลำบากแก่ตน ซึ่งเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อปฏิบัติสายกลางไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่างเหล่านั้น อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ภิกษุปัญจวัคคีย์ พระพวก ๕ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และ อัสสชิ พราหมณ์ทั้ง ๕ นี้อยู่ในจำนวนพราหมณ์ ๘ ที่ทำนายพระสุบินนิมิตและทำนายพระลักษณะในกาลที่พระโพธิสัตว์(พระสิทธัตถราชกุมาร)ประสูติ โดยทำนายเป็นคติ(ประเด็น)เดียวว่า ‘พระกุมารผู้เพียบพร้อมด้วยลักษณะเหล่านี้จะไม่ทรงอยู่ครองราชสมบัติ แต่จะเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้น’ เพราะพราหมณ์ทั้ง ๕ นี้ล่วงเลยบทมนต์แล้ว จึงสละทรัพย์สมบัติ หมดความวิตกกังวลบวชเป็นสมณะติดตามพระโพธิสัตว์ทำหน้าที่คอยปรนนิบัติอยู่ (นัย ม.มู.อ. ๒/๙๔-๙๕)

จบ ติรัจฉานกถาสูตร