arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อินทริยสังยุต · ชราวรรค

อุณณาภพราหมณสูตร เล่ม ๑๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖๖–๙๗๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในชราวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อินทริยสังยุต ชราวรรค อุณณาภพราหมณสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๙ หน้า ๓๓๙–๓๔๑

หน้า ๓๓๙

ถึงเธอจะติความแก่ที่เลวทราม ถึงเธอจะติความแก่ที่ทำให้ผิวพรรณทรามไป ร่างกายอันน่าพึงใจก็ยังคงถูกความแก่ยํ่ายีอยู่นั่นเอง

แม้ผู้ใดจะมีชีวิตอยู่ได้ร้อยปี ก็ไม่พ้นความตายไปได้ สัตว์โลกทั้งปวงมีความตายเป็นเบื้องหน้า ความตายย่อมไม่ละเว้นอะไร ย่อมยํ่ายีทั้งหมดทีเดียว

๒. อุณณาภพราหมณสูตร

ว่าด้วยอินทรีย์ ๕ มีอารมณ์ต่างกัน

{๙๖๖} [๕๑๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี ...

ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชื่ออุณณาภะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า

{๙๖๗} “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อินทรีย์ ๕ ประการนี้มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน อินทรีย์ ๕ ประการ คืออะไรบ้าง คือ จักขุนทรีย์ ๑ โสตินทรีย์ ๑ ฆานินทรีย์ ๑ ชิวหินทรีย์ ๑ กายินทรีย์ ๑ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรเล่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน และอะไรย่อมเสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของอินทรีย์ ๕ ประการนี้”{๙๖๘} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนพราหมณ์ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกันอินทรีย์ ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ จักขุนทรีย์ ๑โสตินทรีย์ ๑

หน้า ๓๔๐

ฆานินทรีย์ ๑ ชิวหินทรีย์ ๑ กายินทรีย์ ๑ ดูก่อนพราหมณ์ ใจเป็นที่ยึดเหนี่ยวของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ซึ่งมีอารมณ์ต่างกัน มีโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของกันและกัน และใจย่อมเสวยอารมณ์อันเป็นโคจรของอินทรีย์ ๕ ประการนี้{๙๖๙} “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งใจเล่า”

“ดูก่อนพราหมณ์ สติเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งใจ”

{๙๗๐} “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสติเล่า”

“ดูก่อนพราหมณ์ วิมุตติเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสติ”

{๙๗๑} “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งวิมุตติเล่า”

“ดูก่อนพราหมณ์ นิพพานเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งวิมุตติ”

“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งนิพพานเล่า”

“ดูก่อนพราหมณ์ ท่านเลยปัญหาไปเสียแล้ว ไม่อาจถือเอาที่สุดแห่งปัญหาได้ ด้วยว่าพรหมจรรย์ที่บุคคลอยู่จบ มีนิพพานเป็นที่หยั่งลง มีนิพพานเป็นเบื้องหน้า มีนิพพานเป็นที่สุด”{๙๗๒} ครั้งนั้นแล อุณณาภพราหมณ์ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณแล้วหลีกไป{๙๗๓} ครั้นอุณณาภพราหมณ์หลีกไปแล้วไม่นาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า

{๙๗๔} “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรือนยอดหรือศาลาคล้ายเรือนยอดมีหน้าต่างอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นไป แสงส่องเข้าไปทางหน้าต่าง จะอยู่ที่ฝาด้านไหน”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “อยู่ที่ฝาด้านตะวันตก พระพุทธเจ้าข้า”

หน้า ๓๔๑

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุทั้งหลาย ศรัทธาในตถาคตของอุณณาภพราหมณ์มั่นคงแล้ว มีรากเกิดแล้ว ตั้งอยู่มั่นแล้ว อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใคร ๆ ในโลกจะพึงชักนำไปไม่ได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าอุณณาภพราหมณ์พึงทำกาละในขณะนี้ไซร้ ย่อมไม่มีสังโยชน์ซึ่งเป็นเครื่องประกอบให้อุณณาภพราหมณ์ต้องมายังโลกนี้อีก”

๓. สาเกตสูตร

ว่าด้วยอินทรีย์ ๕ พละ ๕

{๙๗๕} [๕๑๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอัญชนมิคทายวัน ใกล้เมืองสาเกต ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุที่อินทรีย์ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นพละ ๕ ที่พละ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ ๕ มีอยู่หรือหนอ”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของพวกข้าพระองค์มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้แนะนำ มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่รวม ขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอเนื้อความแห่งภาษิตนี้จงแจ่มแจ้งเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด ภิกษุทั้งหลายได้ฟังต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจักทรงจำไว้”{๙๗๖} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สาเหตุที่อินทรีย์ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นพละ ๕ ที่พละ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ ๕ มีอยู่

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สาเหตุที่อินทรีย์ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นพละ ๕ ที่พละ ๕ อาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ ๕ เป็นไฉน

จบ อุณณาภพราหมณสูตร