พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล · คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘
โอฆวรรคที่ ๑๓ ถึงวรรคที่ ๑๘ เล่ม ๑๙
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗๖–๖๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๕ ในคังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
โอฆะ ๔
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ โอฆวรรคที่ ๑๓ ถึงวรรคที่ ๑๘ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๙ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๙ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๙)
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว โอฆา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอฆะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน? ได้แก่โอฆะ
คือกาม โอฆะคือภพ โอฆะคือทิฏฐิ โอฆะคืออวิชชา (พึงขยายเนื้อความดังที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง).
สาวตฺถีนิทานํ ฯ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ ๑ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพาติ ฯ
โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ
กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ
โอฆวคฺโค เตรสโม ฯ
ฉ ปาจีนโต นินฺนา ฉ นินฺนา จ สมุทฺทโต
เทฺว เต ฉ ทฺวาทส โหนฺติ วคฺโค เตน ปวุจฺจติ ๒ ฯ
(โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส คงฺคาเปยฺยาลํ ราควเสน วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ
วคฺโค จุทฺทสโม ฯ
ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน วสฺสิกํ
ราชา จนฺทิมสุริยา จ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ๓ ฯ
(อปฺปมาทวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ ปณฺณรสโม ฯ
พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺขกุมฺเภน สุกิยา ๔
อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นที ๕ ฯ
(โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส พลกรณียวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ โสฬสโม ฯ
เอสนา วิธา อาสโว ภโว จ ทุกฺขตา ติสฺโส
ขีลํ มลํ จ นีโฆ จ เวทนา ตณฺหาเยน จ ฯ
โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส เอสนาวคฺโค สตฺตรสโม ฯ
โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ
กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ
(ราควินยปริโยสานโทสวินยปริโยสานโมหวินยปริโยสานวเสน โอฆวคฺโค วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ อฏฺฐารสโม ฯ (ยทปิ มคฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาริตํ ๑ ตทปิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ
โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ๒ ฯ
______________
สติปฏฺฐานสํยุตฺตํ
_______
อมฺพปาลิวคฺโค ปฐโม
๑ ม. รุกฺโข กุมฺเภน สูกิยา ฯ เอวมุปริ ฯ ๒ ยุ. สูกิยา ฯ ๓ ยุ. อิติสทฺโท อตฺถิ ฯ
๔ ม. ตณฺหาตสินาย ฯ ยุ. ตณฺหาตเสน ฯ เอวมุปริ ฯ
๑ ยุ. วิเวก ... วิราค ... นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามํ ฯ ๒-๓-๕ ม. อิติสทฺโท
อตฺถิ ฯ ๔ ยุ. สุกียํ ฯ
๑ ม. วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ๒ ม. ทุติยํ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้๕ ประการเป็นไฉน? คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวกอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด
มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปเพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล.
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร ๕. อนุสยสูตร๖. กามคุณสูตร ๗. นิวรณสูตร ๘. ขันธสูตร ๙. อุทธัมภาคิยสูตร
จบ โอฆวรรคที่ ๑๓
แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่ทิศปราจีน แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่สมุทร ทั้ง ๒อย่างนั้น อย่างละ ๖ รวมเป็น ๑๒ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่าวรรค
(คังคาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายความด้วยสามารถแห่งราคะ)
จบ วรรคที่ ๑๔
๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓. กูฏสูตร ๔. มูลสูตร ๕. สารสูตร ๖. วัสสิกสูตร ๗. ราชสูตร ๘. จันทิมสูตร ๙. สุริยสูตร ๑๐. วัตถสูตร
(อัปปมาทวรรค พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ)
จบ วรรคที่ ๑๕
๑. พลสูตร ๒. พีชสูตร ๓. นาคสูตร ๔. รุกขสูตร
๕. กุมภสูตร ๖. สุภสูตร ๗. อากาสสูตร ๘. เมฆสูตรที่ ๑
๙. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๐. นาวาสูตร ๑๑. อาคันตุกสูตร ๑๒. นทีสูตร
(พลกรณียวรรคแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ)
จบ วรรคที่ ๑๖
๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภูวสูตร
๕. ทุกขสูตรที่ ๑ ๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๘. ขีลสูตร
๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนาสูตร ๑๒. ตัณหาสูตร.
จบ เอสนาวรรคแห่งโพชฌงคสังยุตที่ ๑๗
๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร
๕. อนุสยสูตร ๖. กามคุณสูตร ๗. นีวรณสูตร ๘. ขันธสูตร
๙. อุทธัมภาคิยสูตร.
(โอฆวรรคพึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งการกำจัดราคะเป็นที่สุด การกำจัดโทสะเป็นที่สุด และการกำจัดโมหะเป็นที่สุด)
จบ วรรคที่ ๑๘
(มรรคสังยุตแม้ใด ขยายเนื้อความให้พิสดารแล้ว โพชฌงคสังยุต แม้นั้น ก็พึงขยายเนื้อความให้พิสดาร)
จบ โพชฌงคสังยุต
จบ โอฆวรรคที่ ๑๓ ถึงวรรคที่ ๑๘