arnon.worldเข้าสู่ระบบ

ทุติยวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๕๐–๖๖๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในลักขณสังยุตต์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุติยวรรคที่ ๒

๑. กูปนิมุคคสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค กูปนิมุคคสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ ปุริสํ คูถกูเป สีสกา ๑ นิมุคฺคํ ฯ เอโส ภิกฺขเว สตฺโต อิมสฺมิญฺเญว ราชคเห ปารทาริโก อโหสิ ฯ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษจมอยู่ในหลุมคูถจนมิดศีรษะ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนทำชู้กับภรรยาของผู้อื่น อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๑

[พึงทำเปยยาลอย่างนั้น]

[เอวํ เปยฺยาโล กาตพฺโพ]

๒. คูถขาทิสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค คูถขาทิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ ปุริสํ คูถกูเป นิมุคฺคํ อุโภหิ หตฺเถหิ คูถํ ขาทนฺตํ ฯ เอโส ภิกฺขเว สตฺโต อิมสฺมิญฺเญว ราชคเห พฺราหฺมโณ อโหสิ ฯ โส กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาวจเน ภิกฺขุสงฺฆํ ภตฺเตน นิมนฺเตตฺวา โทณิยา ๒ คูถสฺส ปูราเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปตฺวา เอตทโวจ อโห โภนฺโต ยาวทตฺถํ ภุญฺชนฺตุ เจว หรนฺตุ จาติ ฯ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นบุรุษผู้จมอยู่ในหลุมคูถ ใช้มือทั้งสองกอบคูถกิน ฯลฯดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นพราหมณ์อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง พราหมณ์นั้นนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยภัตแล้ว เอาคูถใส่จนเต็มรางแล้ว ใช้ให้คนไปบอกเวลาแล้วกล่าวว่าท่านเจ้าข้า ขอพวกท่านจงฉันและจงนำไปจนพอแก่ความต้องการเถิด ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๒

๓. นิจฉวิตถีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค นิจฉวิตถีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ นิจฺฉวึ อิตฺถึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตเมนํ คิชฺฌาปิ กากาปิ กุลลาปิ อนุปติตฺวา อนุปติตฺวา วิตจฺเฉนฺติ วิราเชนฺติ สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ เอสา ภิกฺขเว อิตฺถี อิมสฺมิญฺเญว ราชคเห อติจารินี อโหสิ ฯ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นหญิงผู้ไม่มีผิวหนังลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง หญิงนั้น ได้ยินว่าหญิงนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย หญิงนี้ได้เป็นหญิงประพฤตินอกใจสามีอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๓

๔. มังคุฬิตถีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค มังคุฬิตถีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ อิตฺถึ ทุคฺคนฺธํ มงฺคุฬึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตเมนํ คิชฺฌาปิ กากาปิ กุลลาปิ อนุปติตฺวา อนุปติตฺวา วิตจฺเฉนฺติ วิราเชนฺติ สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ เอสา ภิกฺขเว อิตฺถี อิมสฺมิญฺเญว ราชคเห อิกฺขณิกา อโหสิ ฯ จตุตฺถํ ฯ

๑ ม. ยุ. สสีสกนฺติ ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. โทณิโย ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นหญิงมีกลิ่นเหม็นน่าเกลียดลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้างนกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง หญิงนั้น ได้ยินว่า หญิงนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายหญิงนี้ได้เป็นหญิงแม่มด อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๔

๕. โอกิลินีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค โอกิลินีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ อิตฺถึ อุปกฺกํ โอกิลินึ โอกิริณึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ เอสา ภิกฺขเว อิตฺถี กลิงฺคสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสี อโหสิ สา อิสฺสาปกตา สปตึ องฺคารกฏาเหน โอกิริ ฯ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นหญิงผู้มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มเต็มไปด้วยถ่านเพลิงลอยอยู่ในเวหาส ได้ยินว่า หญิงนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายหญิงนี้ได้เป็นพระอัครมเหสี ของพระเจ้ากาลิงค์ นางถูกความหึงครอบงำ ได้เอาเตาซึ่งเต็มด้วยถ่านเพลิงเทรดหญิงร่วมผัว ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๕

๖. สีสัจฉินนสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค สีสัจฉินนสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ อสีสกพนฺธํ ๑ เวหาสํ คจฺฉนฺตํ ตสฺส อุเร อกฺขีนิ เจว โหนฺติ มุขญฺจ ตเมนํ คิชฺฌาปิ กากาปิ กุลลาปิ อนุปติตฺวา อนุปติตฺวา วิตจฺเฉนฺติ วิราเชนฺติ โส สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ เอโส ภิกฺขเว สตฺโต อิมสฺมิญฺเญว ราชคเห หาริโก นาม โจรฆาตโก อโหสิ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นตัวกะพันธ์ไม่มีศีรษะ มีตาและปากอยู่ที่อก ลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง ตัวกะพันธ์นั้น ได้ยินว่า ตัวกะพันธ์นั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายสัตว์นี้ได้เป็นเพชฌฆาตผู้ฆ่าโจร ชื่อว่าหาริก อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๖

๗. ภิกขุสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค ภิกขุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ ภิกฺขุํ เวหาสํ คจฺฉนฺตํ ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา สมฺปชฺชลิตา สญฺโชติภูตา ๒ ปตฺโตปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต ๒ กายพนฺธนมฺปิ อาทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ สญฺโชติภูตํ กาโยปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต โส สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ เอโส ภิกฺขเว ภิกฺขุ กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาวจเน ปาปภิกฺขุ อโหสิ ฯ สตฺตมํ ฯ

๑ ยุ. อสีสกํ กวนฺธํ ฯ ๒ ม. ยุ. สโชติภูตา สโชติภูโต ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏได้เห็นภิกษุลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของภิกษุนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่า ภิกษุนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้ได้เป็นภิกษุผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๗

๘. ภิกขุนีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค ภิกขุนีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺทสํ ภิกฺขุนึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตสฺสา สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา ฯเปฯ ปาปภิกฺขุนี อโหสิ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นภิกษุณีลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของภิกษุณีนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่าภิกษุณีนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีนี้ได้เป็นภิกษุณีผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๘

๙. สิกขมานาสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค สิกขมานาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺทสํ สิกฺขมานํ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตสฺสา สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา ฯเปฯ ปาปสิกฺขมานา อโหสิ ฯ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นสิกขมานาลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของสิกขมานานั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่าสิกขมานานั้นส่งเสียงร้องครวญคราง

ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิกขมานานี้ได้เป็นสิกขมานาผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๙

๑๐. สามเณรสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค สามเณรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺทสํ สามเณรํ เวหาสํ คจฺฉนฺตํ ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา ฯเปฯ ปาปสามเณโร อโหสิ ฯ ทสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏได้เห็นสามเณรลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของสามเณรนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่าสามเณรนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สามเณรนั้นเป็นสามเณรผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าฯลฯ ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

๑๑. สามเณรีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรค สามเณรีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิธาหํ อาวุโส คิชฺฌกูฏา ปพฺพตา โอโรหนฺโต อทฺทสํ สามเณรึ เวหาสํ คจฺฉนฺตึ ตสฺสา สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา สมฺปชฺชลิตา สญฺโชติภูตา ปตฺโตปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต กายพนฺธนมฺปิ อาทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ สญฺโชติภูตํ กาโยปิ อาทิตฺโต สมฺปชฺชลิโต สญฺโชติภูโต สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรติ ฯ ตสฺส มยฺหํ อาวุโส เอตทโหสิ อจฺฉริยํ วต โภ อพฺภูตํ วต โภ เอวรูโปปิ นาม สตฺโต ภวิสฺสติ เอวรูโปปิ นาม ยกฺโข ภวิสฺสติ เอวรูโปปิ นาม อตฺตภาวปฏิลาโภ ภวิสฺสตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นสามเณรีลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของสามเณรีนั้นอันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่า สามเณรีนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ผมคิดว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีมาหนอสัตว์แม้เห็นปานนี้ก็จักมี ยักษ์แม้เห็นปานนี้ก็จักมี การได้อัตภาพแม้เห็นปานนี้ก็จักมี ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ จกฺขุภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺติ ญาณภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺติ ยตฺร หิ นาม สาวโก เอวรูปํ ญสฺสติ วา ทกฺขติ วา สกฺขึ วา กริสฺสติ ฯ ปุพฺเพว ๑ เม สา ภิกฺขเว สามเณรี ทิฏฺฐา อโหสิ ฯ อปิจาหํ น พฺยากาสึ อหญฺเจตํ พฺยากเรยฺยํ ปเรปิ ๒ เม น สทฺทเหยฺยุํ เย เม น สทฺทเหยฺยุํ เตสํ ตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย ฯ เอสา ภิกฺขเว สามเณรี กสฺสปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาวจเน ปาปสามเณรี อโหสิ สา ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน พหูนิ วสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตานิ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจิตฺถ ๑ ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน เอวรูปํ อตฺตภาวปฏิลาภํ ปฏิสํเวทยตีติ ฯ เอกาทสมํ ฯ

ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

กูเป นิมุคฺโค หิ โส ปรทาริโก

คูถขาทิ อหุ ทุฏฺฐพฺราหฺมโณ

นิจฺฉวิตฺถี อติจารินี อหุ

มงฺคุฬิตฺถี อหุ อิกฺขณิตฺถิกา ๒

โอกิลินี สปตึ กโรติ ๓

สีสจฺฉินฺโน อหุ โจรฆาตโก

ภิกฺขุ ภิกฺขุนี สิกฺขมานา

สามเณโร อถ สามเณริกา ๔

กสฺสปสฺส วินยสฺส ๕ ปพฺพชฺชํ ๖

ปาปกมฺมํ อกรึสุ ตาวเท ๗ ฯ

ลกฺขณสํยุตฺตํ สตฺตมํ สมตฺตํ ฯ

___________

๑ ยุ. ปุพฺเพปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปเร จ ฯ

๑ ม. ปจิตฺวา ฯ ๒ ยุ. อิกฺขณิตฺถิ ยา ฯ ๓ ม. ยุ. สปตฺตงฺคาโรกิริ ฯ ๔ ยุ.

สามเณริโย ฯ ๕ ม. ยุ. วินยสฺมึ ฯ ๖ ยุ. ปพฺพชฺชุํ ฯ ๗ ม. ยุ. อิติสทฺโท อตฺถิ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย

สาวกทั้งหลายเป็นผู้มีจักษุหนอ เป็นผู้มีญาณหนอ เพราะแม้สาวกก็จักรู้จักเห็นสัตว์เห็นปานนี้หรือจักเป็นพยาน เมื่อก่อน สามเณรีนั้นเราก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน แต่ว่ามิได้พยากรณ์หากว่าเราจะพึงพยากรณ์สามเณรีนี้ไซร้ คนอื่นก็จะไม่พึงเชื่อถือเรา ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อความทุกข์สิ้นกาลนาน แก่ผู้ที่ไม่เชื่อถือเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สามเณรีได้เป็นสามเณรีผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยผลของกรรมนั้น สามเณรีนั้นหมกไหม้แล้วในนรกสิ้นร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี เป็นอันมาก ด้วยผลของกรรมนั่นแหละยังเหลืออยู่ สามเณรีนั้นจึงต้องเสวยการได้อัตภาพเห็นปานดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๑๑

จบทุติยวรรคที่ ๒

_________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กูปนิมุคคสูตร ๒. คูถขาทิสูตร

๓. นิจฉวิตถีสูตร ๔. มังคุฬิตถีสูตร

๕. โอกิลินีสูตร ๖. สีสัจฉินนสูตร

๗. ภิกขุสูตร ๘. ภิกขุนีสูตร

๙. สิกขมานาสูตร ๑๐. สามเณรสูตร

๑๑. สามเณรีสูตร

จบลักขณสังยุตต์ที่ ๗

จบ ทุติยวรรค