พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ราหุลสังยุตต์ · ปฐมวรรค
๒. รูปสูตร เล่ม ๑๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๐๒–๖๐๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรค รูปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๖ หน้า ๓๒๗–๓๒๘
“ดูก่อนราหุล โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... ใจเที่ยงหรือไม่เที่ยง,,“ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”
“เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า ‘นั้นของเรา เราเป็นนั้น นั้นเป็นอัตตาของเรา,
“ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
{๖๐๑} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกายย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมทราบชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก’ (๑)
(พึงทำสูตรทั้ง ๑๐ สูตร โดยไปยาลอย่างนี้)
๒. รูปสูตร
ว่าด้วยอายตนะมีรูปเป็นต้นไม่เที่ยง
{๖๐๒} [๑๘๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครสาวัตถี ...
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามดังนี้ว่า “ดูก่อนราหุล เธอ
จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ...
ธรรมารมณ์ เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า”
{๖๐๓}“ดูก่อนราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเสียง ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกลิ่น ย่อมเบื่อหน่าย
ทั้งในรส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโผฏฐัพพะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธรรมารมณ์
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด ... มิได้มีอีก’, (๒)
๓. วิญญาณสูตร
ว่าด้วยจักขุวิญญาณเป็นต้นไม่เที่ยง
{๖๐๔}[๑๙๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครสาวัตถี ...
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามดังนี้ว่า “ดูก่อนราหุล เธอ
จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักขุวิญญาณ ... โสตวิญญาณ ... ฆานวิญญาณ... ชิวหาวิญญาณ ... กายวิญญาณ ... มโนวิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง,,
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า,,
{๖๐๕}“ดูก่อนราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักขุวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งใน
ฆานวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหาวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งใน
กายวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในมโนวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด ... มิได้มีอีก,, (๓)
๔. สัมผัสสสูตร
ว่าด้วยจักขุสัมผัสเป็นต้นไม่เที่ยง
{๖๐๖} [๑๙๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระนครสาวัตถี...
ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามดังนี้ว่า “ดูก่อนราหุล เธอ
จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักขุสัมผัส ... โสตสัมผัส ... ฆานสัมผัส ...
ชิวหาสัมผัส ... ภายสัมผัส ... มโนสัมผัส ... เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
จบ ๒. รูปสูตร