arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ลาภสักการสังยุตต์ · ปฐมวรรค

๒. พฬิสสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓๘–๕๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรค พฬิสสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๖๔๐–๖๔๒

หน้า ๖๔๐

อรรถกถาลาภสักการสังยุต

ปฐมวรรคที่ ๑

อรรกถาสุทธกสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในสุทธกสูตรที่ ๑ แห่งลาภสักการะสังยุต

ดังต่อไปนี้.

บทว่า ทารุโณ คือกระด้าง. การได้ปัจจัย ๔ ชื่อว่าลาภ ในบทนี้ว่า ลาภสกฺการสิโลโก. บทว่า สกฺกาโร ได้แก่ลาภของภิกษุเหล่านั้น ที่พวกเขาทำดี คือปรุงแต่งไว้ดี. บทว่า สิโลโก คือ เสียงสรรเสริญ. บทว่า กฏุโก คือคม. บทว่า ผรุโส คือแข็ง. บทว่าอนฺตรายิโก คือทำอันตราย.

จบอรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๑

๒. ทฬิสสูตร

ว่าด้วยลาภสักการะเหมือนเหยื่อเกี่ยวเบ็ด

[๕๓๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตตี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-ภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า.

[๕๓๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนปลาบางตัวเห็นแก่

หน้า ๖๔๑

เหยื่อ กลืนเบ็ดที่พรานเบ็ดเกี่ยวเหยื่อหย่อนลงในห้วงน้ำลึก มันกลืนเบ็ดของพรานเบ็ดอย่างนี้แล้ว ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ พรานเบ็ดพึงทำได้ตามความพอใจฉะนั้น.

[๕๔๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่า "พรานเบ็ด" นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า "เบ็ด" เป็นชื่อของลาภ สักการะ และความสรรเสริญ ภิกษุบางรูปยินดี พอใจลาภ สักการะ และความสรรเสริญที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า กลืนเบ็ดของมาร ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ อันมารใจบาปพึงทำได้ตามความพอใจ ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า อย่างนี้แล.

[๕๔๑] เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะและความสรรเสริญเสีย และลาภสักการะและความสรรเสริญที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.

จบพฬิสสูตรที่ ๒

อรรถกถาพฬิสสูตรที่ ๒

พึงทราบวินิจฉัยในพฬิสสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้.

บทว่า พาฬิลิโก ได้แก่ พรานเบ็ดถือเอาเบ็ดเที่ยวฆ่าปลา. บทว่าอามิสคตํ คือเกี่ยวด้วยเหยื่อ. บทว่า อามิสจกฺขุ ได้แก่ ชื่ออามิส-จักษุ เพราะอรรถว่า เห็นเบ็ดติดเหยื่อ. บทว่า คิลพฬิโส คือกลิ่นเบ็ด. บทว่า อนยํ อาปนฺโน ได้แก่ ถึงทุกข์. บทว่า พฺยสนํ อาปนฺโน

หน้า ๖๔๒

ได้แก่ ถึงความพินาศ. บทว่า ยถากามกรณีโย ความว่า พรานเบ็ดปรารถนาปลานั้นตามต้องการ คือตามความชอบใจอย่างใด พึงการทำปลานั้นได้อย่างนั้น. บทว่า ยถากามกรณีโย ปาปิรโต ความว่า อันมารคือกิเลส พึงทำได้ตามความใคร่ คือพึงให้ถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือเปรตวิสัยก็ได้.

จบอรรถกถาพฬิสสูตรที่ ๒

๓. กุมมสูตร

ว่าด้วยคนติดลาภสักการะเหมือนเต่าถูกเชือกมัด

[๕๔๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-ภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า.

[๕๔๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ในห้วงน้ำแห่งหนึ่ง มีตระกูลเต่าใหญ่อยู่อาศัยมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งพูดว่า พ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยังท้องถิ่นนั้นนะ.

เต่าตัวนั้นได้ไปยังประเทศนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอกลำดับนั้น เต่าตัวที่ถูกยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้น เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังมาแต่ไกล จึงถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ไปยังท้องถิ่นนั้นหรือ.

เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า พ่อเต่า ฉันได้ไปยังท้องถิ่นนั้นมาแล้ว.

จบ ๒. พฬิสสูตร