พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ราธสังยุต · ปฐมวรรค
๘. อรหันตสูตร เล่ม ๑๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ราธสังยุต ปฐมวรรค อรหันตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๒๖๑–๒๖๒
๗. โสตาปันนสูตร
ว่าด้วยผู้เป็นพระอริยสาวกโสดาบัน
{๓๗๓} [๑๖๖] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ อุปาทานขันธ์มี ๕ เหล่านี้ อุปาทานขันธ์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ อุปาทานขันธ์คือรูป ๑ ... อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ ๑ ดูก่อน ราธะ เพราะเหตุที่อริยสาวกย่อมรู้ประจักษ์ซึ่งเหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และการสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ตามความเป็นจริง อริยสาวกนี้จึงเรียกได้ว่าผู้เป็นโสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า”
๘. อรหันตสูตร
ว่าด้วยผู้เป็นอรหันตขีณาสพ
{๓๗๔} [๑๖๗] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ อุปาทานขันธ์มี ๕ เหล่านี้ อุปาทานขันธ์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ อุปาทานขันธ์คือรูป ๑ ... อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุที่ภิกษุรู้ประจักษ์ซึ่งเหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และการสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ตามความเป็นจริง เป็นผู้หลุดพ้นแล้วเพราะไม่ถือมั่น ภิกษุนี้จึงเรียกได้ว่าผู้เป็นอรหันตขีณาสพ ผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว มีประโยชน์ตนอันบรรลุแล้วโดยลำดับ มีกิเลสเป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพหมดสิ้นแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ”
๙. ฉันทราคสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในขันธ์
{๓๗๕} [๑๖๘] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูปเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ รูปนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในเวทนา ...ในสัญญา ... ในสังขารทั้งหลาย ...ในวิญญาณเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ วิญญาณนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา”
๑๐. ทุติยฉันทราคสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในขันธ์ ๕ สูตรที่ ๒
{๓๗๖} [๑๖๙] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยาก ความเข้าถึง และความยึดมั่นอันเป็นที่ตั้ง ที่อยู่อาศัย ที่นอนแนบแห่งจิตในรูปเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ รูปนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยาก ความเข้าถึง และความยึดมั่นอันเป็น
จบ ๘. อรหันตสูตร