arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ราธสังยุต · ปฐมวรรค

๑๐. ฉันทราคสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในปฐมวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ราธสังยุต ปฐมวรรค ฉันทราคสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๒๖๒–๒๖๔

หน้า ๒๖๒

๙. ฉันทราคสูตร

ว่าด้วยการละความพอใจในขันธ์

{๓๗๕} [๑๖๘] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูปเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ รูปนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในเวทนา ...ในสัญญา ... ในสังขารทั้งหลาย ...ในวิญญาณเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ วิญญาณนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา”

๑๐. ทุติยฉันทราคสูตร

ว่าด้วยการละความพอใจในขันธ์ ๕ สูตรที่ ๒

{๓๗๖} [๑๖๙] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ท่านพระราธะนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนราธะ เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยาก ความเข้าถึง และความยึดมั่นอันเป็นที่ตั้ง ที่อยู่อาศัย ที่นอนแนบแห่งจิตในรูปเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ รูปนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยาก ความเข้าถึง และความยึดมั่นอันเป็น

หน้า ๒๖๓

ที่ตั้งที่อยู่อาศัย ที่นอนแนบแห่งจิตในเวทนา ... ในสัญญา .... ในสังขารทั้งหลาย .... ในวิญญาณเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ วิญญาณนั้นก็จักเป็นอันเธอละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา”

จบ ปฐมวรรคที่ ๑

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. มารสูตร ๒. สัตตสูตร

๓. ภวเนตติสูตร ๔. ปริญเญยยสูตร

๕. สมณพราหมณสูตร ๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร

๗. โสตาปันนสูตร ๘. อรหันตสูตร

๙. ฉันทราคสูตร ๑๐. ทุติยฉันทราคสูตร

หน้า ๒๖๔

๒. ทุติยวรรค

๑. มารสูตร

ว่าด้วยมาร

{๓๗๗} [๑๗๐] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีคำกล่าวกันว่า ‘มาร มาร’ ดังนี้ มารเป็นไฉนหนอแล พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า “ดูก่อนราธะ รูปเป็นมาร เวทนาเป็นมาร สัญญาเป็นมาร สังขารทั้งหลายเป็นมาร วิญญาณเป็นมาร ดูก่อนราธะ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสังขาร ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก’ ดังนี้”

๒. มารธัมมสูตร

ว่าด้วยมารธรรม (ธรรมของมาร)

{๓๗๘} [๑๗๑] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ท่านพระราธะนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีคำกล่าวกันว่า ‘มารธรรม มารธรรม’ ดังนี้ มารธรรมเป็นไฉนหนอแล พระพุทธเจ้าข้า”

จบ ๑๐. ฉันทราคสูตร ที่ ๒