arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต จุลปัณณาสก์ · กุกกุฬวรรค

๓. อนิจจสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๒ ในกุกกุฬวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต จุลปัณณาสก์ กุกกุฬวรรค อนิจจสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๗ หน้า ๔๐๒–๔๐๒

หน้า ๔๐๒

๓. อนิจจสูตรที่ ๒

ว่าด้วยการละราคะในสิ่งที่เป็นอนิจจัง

[๓๓๖] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงละราคะในสิ่งที่ไม่เที่ยงเสีย ก็อะไรเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง ? รูปเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในรูปนั้นเสีย เวทนา... สัญญา...

สังขาร... วิญญาณ เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละราคะในวิญญาณนั้นเสีย.

จบ อนิจจสูตรที่ ๒

๔. อนิจจสูตรที่ ๓

ว่าด้วยการละฉันทราคะในสิ่งที่เป็นอนิจจัง

[๓๓๗] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงละฉันทราราคะในสิ่งที่ไม่เที่ยงเสีย ก็อะไรเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง ? รูปเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในรูปนั้นเสีย เวทนา...

สัญญา... สังขาร... วิญญาณ เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เธอทั้งหลายพึงละฉันทราคะในวิญญาณนั้นเสีย.

จบ อนิจจสูตรที่ ๓

๕. ทุกขสูตรที่ ๑

ว่าด้วยการละฉันทะในสิ่งที่เป็นทุกข์

[๓๓๘] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงละฉันทะในสิ่งที่เป็นทุกข์เสีย ก็อะไรเป็นสิ่งที่เป็นทุกข์ ? รูปเป็นสิ่งที่

จบ ๓. อนิจจสูตร ที่ ๒