พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน · ปาฏลิคามิยวรรค
๙. ทัพพสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปาฏลิคามิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน ปาฏลิคามิยวรรค ทัพพสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๕ หน้า ๓๒๗–๓๒๘
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน
คนที่ไม่มีของรัก ก็ไม่ต้องมีทุกข์ เรากล่าวว่า ‘คนเหล่านั้นเป็นผู้ไม่มีความโศก เป็นผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี เป็นผู้ไม่มีความคับแค้นใจ’ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นอย่างนี้้ว่า
ความโศกก็ดี ความรํ่าไรก็ดี ความทุกข์ก็ดี หลาย
รูปแบบในโลกนี้ มีอยู่เพราะอาศัยสัตว์และสิ่งของอัน
เป็นที่รัก เมื่อไม่มีสัตว์และสิ่งของอันเป็นที่รัก ความโศก
ความรํ่าไร หรือความทุกข์เหล่านี้ก็จะไม่มี
เพราะเหตุนั้นแล ผู้ที่ไม่มีสัตว์และสิ่งของอันเป็น
ที่รักในโลกไหน ๆ จึงเป็นผู้มีความสุข ปราศจากความ
โศก เพราะฉะนั้น ผู้ปรารถนาความไม่เศร้าโศกที่ปราศ
จากธุลีกิเลส จึงไม่พึงทำสัตว์และสิ่งของในโลกไหน ๆ
ให้เป็นที่รัก
๙. ปฐมทัพพสูตร
ว่าด้วยการปรินิพพานของพระทัพพมัลลบุตร สูตรที่ ๑
{๑๗๗} [๗๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อันเป็น สถานที่พระราชทานเหยึ่อแก่กระแต ใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่าน พระทัพพมัลลบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ถวาย บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระสุคตเจ้า บัดนี้เป็นเวลาปรินิพพานของ
๘. ปาฏลิคามียวรรค ๑๐. ทุติยทัพพสูตร
ข้าพระองค์แล้ว” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนทัพพะ เธอจงทราบ เวลาเองเถิด”
ลำดับนั้น ท่านพระทัพพมัลลบุตรลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มี พระภาคเจ้า กระทำประทักษิณแล้วเหาะขึ้นไปในเวหาส นั่งขัดสมาธิ เข้าเตโชสมาบัติอยู่กลางหาว ออกจากสมาบัติแล้วก็ปรินิพพานเมื่อท่านพระทัพพมัลลบุตรเหาะขึ้นไปในอากาศ นั่งขัดสมาธิ เข้าเตโชสมาบัติอยู่กลางหาว ออกจากสมาบัติแล้วปรินิพพาน เมื่อสรีระถูกไฟ เผาไหม้อยู่ ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าเลย เหมือนเมื่อเนยใสหรือน้ำมันที่ ถูกไฟเผาไหม้ ก็ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าฉะนั้นลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรง เปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
รูปกายได้แตกสลายไปแล้ว รูปสัญญาเป็นต้นก็ดับ
ลงแล้ว เวทนาทั้งปวงก็ดับสนิทแล้ว สงขารทั้งหลาย
ก็สงบระงับแล้ว วิญญาณก็ถึงความดับสูญแล้ว
๑๐. ทุติยทัพพสูตร
ว่าด้วยการปรินิพพานของพระทัพพทัลลบุตร สูตรที่ ๒
{๑๗๘} [๘๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ ภาคเจ้าตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
จบ ๙. ทัพพสูตร ที่ ๑