arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · โภชนวรรค

สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง เล่ม ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๒–๕๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในโภชนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. โภชนวรรค

๑๐. ทันตโปนสิกขาบท

ว่าด้วยการรับประเคนอาหารนอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน

เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒ หน้า ๒๔๑–๒๔๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒ หน้า ๔๑๔–๔๑๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สพฺพปํสุกูลิโก สุสาเน วิหรติ. โส มนุสฺเสหิ ทิยฺยมานํ น อิจฺฉติ ปฏิคฺคเหตุํ, สุสาเนปิ รุกฺขมูเลปิ อุมฺมาเรปิ อยฺยโวสาฏิตกานิ สามํ คเหตฺวา ภุญฺชติ. (๑) มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม อยํ ภิกฺขุ อมฺหากํ อยฺยโวสาฏิตกานิ สามํ คเหตฺวา ภุญฺชิสฺสติ ? เถโรยํ ภิกฺขุ วฐโร มนุสฺสมํสํ มญฺเญ ขาทตี”ติ. อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหริสฺสตี”ติ ฯเปฯ “สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหรสี”ติ “สจฺจํ ภควา”ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา ฯเปฯ กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหริสฺสสิ ? เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ-

“โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหเรยฺย, ปาจิตฺติยนฺ”ติ.

เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม.อิ. ปริภุญฺชติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่า มหาวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งผู้ถือว่าทุกอย่างเป็นของบังสุกุล พักอยู่ ในป่าช้า ท่านไม่ปรารถนารับภัตตาหารที่พวกชาวบ้านถวาย เที่ยวถือเอาเครื่องเซ่น ตามป่าช้าโคนไม้หรือธรณีประตูมาฉัน

พวกชาวบ้านพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุนี้จึงถือเอาเครื่อง เซ่นของพวกเราไปฉันเองเล่า ภิกษุนี้อ้วนล่ำเห็นทีจะฉันเนื้อมนุษย์กระมัง”

พวกภิกษุได้ยินพวกชาวบ้านตำหนิ ประณาม โพนทะนา บรรดาภิกษุผู้ มักน้อย ฯลฯ จึงพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุจึงกลืนอาหารที่ยัง ไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอเล่า” ครั้นภิกษุทั้งหลายตำหนิภิกษุนั้นโดยประการต่าง ๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามภิกษุนั้นว่า “ภิกษุ ทราบว่า เธอฉันอาหารที่ยังไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอ จริงหรือ” ภิกษุนั้นทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรง ตำหนิว่า “ฯลฯ โมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงกลืนอาหารที่ยังไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอเล่า โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่ เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบท นี้ขึ้นแสดงดังนี้

พระบัญญัติ

ก็ ภิกษุใดกลืนอาหารที่ยังไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทนี้พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้

เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อุทกทนฺตโปเน (๑) กุกฺกุจฺจายนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. “อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกทนฺตโปนํ สามํ คเหตฺวา ภุญฺชิตุํ. เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ-

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. อุทกทนฺตโปเณ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงอนุญาตน้ำและไม้ชำระฟัน

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายมีความยำเกรง ไม่ยอมหยิบน้ำและไม้ชำระ ฟันใช้ ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มี พระภาคทรงอนุญาตว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถือเอาน้ำและไม้ชำระฟันมา ใช้เองได้” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

“โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหเรยฺย อญฺญตร อุทกทนฺตโปนา, ปาจิตฺติยนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอนุบัญญัติ

อนึ่ง ภิกษุใดกลืนอาหารที่ยังไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอ นอกจาก น้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย ปนาติ: โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ: ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต “ภิกฺขู”ติ.

อทินฺนํ นาม อปฺปฏิคฺคหิตกํ วุจฺจติ.

ทินฺนํ นาม กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา เทนฺเต หตฺถปาเส ฐิโต กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ; เอตํ ทินฺนํ นาม.

อาหาโร นาม อุทกทนฺตโปนํ ฐเปตฺวา ยงฺกิญฺจิ อชฺโฌหรณียํ; เอโส อาหาโร นาม.

อญฺญตร อุทกทนฺตโปนาติ: ฐเปตฺวา อุทกทนฺตโปนํ.

“ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามี”ติ คณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทวิภังค์

คำว่า อนึ่ง...ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อนึ่ง...ใด

คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้

ที่ชื่อว่า ที่ยังไม่มีผู้ถวาย ท่านกล่าวถึงของที่ยังไม่ได้รับประเคน

ลักษณะการรับประเคน

ที่ชื่อว่า มีผู้ถวาย คือ (๑) เขาถวายด้วยกาย ด้วยของเนื่องด้วยกาย หรือ ด้วยโยนให้ (๒) เขาอยู่ในหัตถบาส (๓) ภิกษุรับประเคนด้วยกายหรือด้วยของ เนื่องด้วยกาย นี้ชื่อว่ามีผู้ถวายที่ชื่อว่า อาหาร ได้แก่ ของที่ฉันได้ ยกเว้นน้ำและไม้ชำระฟัน นี้ชื่อว่าอาหาร

คำว่า นอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน คือ ยกเว้นน้ำและไม้ชำระฟัน

ภิกษุถือเอาด้วยตั้งใจว่า จะเคี้ยว จะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ

ภิกษุฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ คำกลืน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปฏิคฺคหิตเก อปฺปฏิคฺคหิตกสญฺญี อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหรติ (๑) อญฺญตร อุทกทนฺตโปนา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อปฺปฏิคฺคหิตเก เวมติโก อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหรติ อญฺญตร อุทกทนฺตโปนา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อปฺปฏิคฺคหิตเก ปฏิคฺคหิตกสญฺญี อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหรติ อญฺญตร อุทกทนฺตโปนา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

ปฏิคฺคหิตเก อปฺปฏิคฺคหิตกสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ปฏิคฺคหิตเก เวมติโก, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ปฏิคฺคหิตเก ปฏิคฺคหิตกสญฺญี อนาปตฺติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อาหาเรติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

อาหารที่ยังไม่ได้รับประเคน ภิกษุสำคัญว่ายังไม่รับประเคน ฉัน อาหารที่ยังไม่มีผู้ถวายให้ล่วงลำคอ นอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อาหารที่ยังไม่ได้รับประเคน ภิกษุไม่แน่ใจ ฉันอาหารที่ไม่มีผู้ถวายให้ล่วง ลำคอ นอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องปาจิตตีย์อาหารที่ยังไม่ได้รับประเคน ภิกษุสำคัญว่ารับประเคน ฉันอาหารที่ไม่มีผู้ ถวาย นอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนาปตฺติ: อุทกทนฺตโปเน, จตฺตาริ มหาวิกตานิ สติ ปจฺจเย อสติ กปฺปิยการเก สามํ คเหตฺวา ปริภุญฺชติ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ทนฺตโปนสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ทสมํ. โภชนวคฺโค จตุตฺโถ. ตสฺสุทฺทานํ”

ปิณฺโฑ คณํ ปรํ ปูวํ เทฺว จ วุตฺตา ปวารณา

วิกาเล สนฺนิธี ขีรํ ทนฺตโปเนน เต ทสาติ.

__________ ๕. อเจลกวคฺค ๑. อเจลกสิกฺขาปท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทุกทุกกฏ

อาหารที่รับประเคน ภิกษุสำคัญว่ายังไม่ได้รับประเคน ต้องอาบัติทุกกฏ

อาหารที่รับประเคน ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ

อาหารที่รับประเคน ภิกษุสำคัญว่ารับประเคน ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุใช้น้ำและไม้ชำระฟัน

๒. ภิกษุหยิบยามหาวิกัติ ๔ ฉันเอง เมื่อมีเหตุผลที่สมควร ในเมื่อ ไม่มีกัปปิยการกถวาย

๓. ภิกษุวิกลจริต

๔. ภิกษุต้นบัญญัติ

ทันตโปนสิกขาบทที่ ๑๐ จบ

โภชนวรรคที่ ๔ จบ

รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค

โภชนวรรคมี ๑๐ สิกขาบท คือ

๑. อาวสถปิณฑสิกขาบท ว่าด้วยการฉันภัตตาหารในที่พักแรม

๒. คณโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันคณโภชนะ

๓. ปรัมปรโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันปรัมปรโภชนะ

๔. กาณมาตุสิกขาบท ว่าด้วยมารดาของนางกาณา

๕. ปฐมปวารณาสิกขาบท ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๑

๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๒

๗. วิกาลโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล

๘. สันนิธิการกสิกขาบท ว่าด้วยการสะสมโภชนะ

๙. ปณีตโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการออกปากขอโภชนะอันประณีต

๑๐. ทันตโปนสิกขาบท ว่าด้วยการรับประเคนอาหารนอกจากน้ำ และไม้ชำระฟัน

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ยามหาวิกัติ ๔ คือ คูถ มูตร เถ้า ดิน (วิ.ม. ๕/๒๖๘/๓๖) ภิกษุอาพาธหรือถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย หยิบฉัน ได้โดยไม่ต้องรับประเคน ถ้าไม่อาพาธก็ควรจะรับประเคน (วิ.อ. ๓/๒๖๘/๑๗๕)

จบ สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง