arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · อเจลกวรรค

สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร เล่ม ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๔๓–๕๔๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในอเจลกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. อเจลกวรรค

๕. รโหนิสัชชสิกขาบท

ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒ หน้า ๒๕๓–๒๕๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒ หน้า ๔๓๔–๔๓๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต สหายกสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ตสฺส ปชาปติยา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสิ. อถ โข โส ปุริโส อุชฺฌายติ ขิยฺยติ วิปาเจติ “กถํ หิ นาม อยฺโย อุปนนฺโท มยฺหํ ปชาปติยา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสตี”ติ. อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ปุริสสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขิยฺยนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสตี”ติ ฯเปฯ “สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสี”ติ “สจฺจํ ภควา”ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา ฯเปฯ “กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสสิ ? เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปาสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ-

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตรได้ไป เรือนของสหายแล้วได้นั่งในที่ลับกับภรรยาของสหายนั้นสองต่อสอง

ครั้งนั้น สหายนั้นได้ตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพระคุณเจ้าอุปนันท ศากยบุตรจึงนั่งในที่ลับกับภรรยาของกระผมสองต่อสองเล่า”

ภิกษุทั้งหลายได้ยินสหายของท่านพระอุปนันทศากยบุตรนั้นตำหนิ ประณาม โพนทะนา บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน ท่านพระอุปนันทศากยบุตรจึงนั่งในที่ลับกับมาตุคามสองต่อสองเล่า” ครั้นภิกษุ ทั้งหลายตำหนิท่านพระอุปนันทศากยบุตรโดยประการต่าง ๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า “อุปนันทะ ทราบว่า เธอนั่งในที่ลับกับ มาตุคามสองต่อสอง จริงหรือ” ท่านพระอุปนันทะทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ โมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงนั่งในที่ลับกับ มาตุคามสองต่อสองเล่า โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใส ให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่ง ให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

“โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย, ปาจิตฺติยนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระบัญญัติ

ก็ ภิกษุใดนั่งในที่ลับกับมาตุคามสองต่อสอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย ปนาติ: โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ: ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต “ภิกฺขู”ติ.

มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา, วิญฺญู ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตํ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาชานิตุํ.

สทฺธินฺติ: เอกโต.

เอโก เอกายาติ: ภิกฺขุ เจว โหติ มาตุคาโม จ. รโห นาม จกฺขุสฺส รโห โสตสฺส รโห. จกฺขุสฺส รโห นาม น สกฺกา โหติ อกฺขีนิ วา นิขนิยมาเน ภมุกํ วา อุกฺขิปียมาเน สีสํ วา อุกฺขิปียมาเน ปสฺสิตุํ. โสตสฺส รโห นาม น สกฺกา โหติ ปกติกถา โสตุํ.

นิสชฺชํ กปฺเปยฺยาติ: มาตุคาเม นิสินฺเน ภิกฺขุ อุปนิสินฺโน วา โหติ อุปนิปนฺโน วา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. ภิกฺขุ นิสินฺเน มาตุคาโม อุปนิสินฺโน วา โหติ อุปนิปนฺโน วา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อุโภ วา นิสินฺนา โหนฺติ อุโภ วา นิปนฺนา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทวิภังค์

คำว่า ก็...ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็...ใด

คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่ หญิงมนุษย์ ไม่ใช่นางยักษ์ ไม่ใช่นางเปรต ไม่ใช่ สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย แต่เป็นหญิงที่รู้เดียงสา สามารถรับรู้ถ้อยคำสุภาษิต ทุพภาษิต คำหยาบและคำสุภาพคำว่า กับ คือ โดยความเป็นอันเดียวกัน

คำว่า สองต่อสอง ได้แก่ ภิกษุกับมาตุคาม

ที่ชื่อว่า ที่ลับ ได้แก่ ที่ลับตาและที่ลับหู

ที่ชื่อว่า ที่ลับตา หมายถึง สถานที่ซึ่งเมื่อบุคคลขยิบตา ยักคิ้วหรือผงกศีรษะ ขึ้น ใคร ๆ ก็ไม่สามารถเห็นได้ที่ชื่อว่า ที่ลับหู หมายถึง ที่ซึ่งไม่มีใครสามารถจะได้ยินถ้อยคำที่พูดกันตาม ปกติได้

คำว่า นั่ง หมายความว่า เมื่อมาตุคามนั่ง ภิกษุนั่งใกล้ หรือนอนใกล้ ต้อง อาบัติปาจิตตีย์

เมื่อภิกษุนั่ง มาตุคามนั่งใกล้หรือนอนใกล้ ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์

ทั้งภิกษุและมาตุคามนั่งหรือนอน ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาตุคาเม มาตุคามสญฺญี เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. มาตุคาเม เวมติโก เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. มาตุคาเม อมาตุคามสญฺญี เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

ยกฺขิยา วา เปติยา วา ปณฺฑเกน วา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา วา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อมาตุคาเม มาตุคามสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อมาตุคาเม เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อมาตุคาเม อมาตุคามสญฺญี, อนาปตฺติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าเป็นมาตุคาม นั่งในที่ลับสองต่อสอง ต้อง อาบัติปาจิตตีย์

มาตุคาม ภิกษุไม่แน่ใจ นั่งในที่ลับสองต่อสอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์

มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่มาตุคาม นั่งในที่ลับสองต่อสอง ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์

ติกทุกกฏ

ภิกษุนั่งในที่ลับกับนางยักษ์ นางเปรต บัณเฑาะก์ หรือสัตว์ดิรัจฉานมีกาย เป็นมนุษย์ผู้หญิงสองต่อสอง ต้องอาบัติทุกกฏไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าเป็นมาตุคาม ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ใช่มาตุคาม ภิกษุสำคัญว่าไม่ใช่มาตุคาม ไม่ต้องอาบัติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนาปตฺติ: โย โกจิ วิญฺญู ปุริโส ทุติโย โหติ, ติฏฺฐติ น นิสีทติ, อรโหเปกฺโข, อญฺญวิหิโต นิสีทติ, อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ. รโหนิสชฺชสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ปญฺจมํ. ___________ ๕. อเจลกวคฺค ๖. จาริตฺตสิกฺขาปท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุนั่งในที่ที่มีบุรุษรู้เดียงสาคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อน

๒. ภิกษุยืนไม่ได้นั่ง

๓. ภิกษุไม่ได้มุ่งที่ลับ

๔. ภิกษุนั่งคิดเรื่องอื่น

๕. ภิกษุวิกลจริต

๖. ภิกษุต้นบัญญัติ

รโหนิสัชชสิกขาบทที่ ๕ จบ

จบ สิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร