arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · อเจลกวรรค

สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร เล่ม ๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓๑–๕๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในอเจลกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. อเจลกวรรค

๒. อุยโยชนสิกขาบท

ว่าด้วยการส่งกลับ

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒ หน้า ๒๔๖–๒๔๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒ หน้า ๔๒๓–๔๒๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ภาตุโน สทฺธิวิหาริกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ “เอหาวุโส, คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา”ติ. ตสฺส อทาเปตฺวา อุยฺโยเชสิ “คจฺฉาวุโส, น เม ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ, เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตี”ติ. อถ โข โส ภิกฺขุ, อุปกฏฺเฐ กาเล, นาสกฺขิ ปิณฺฑาย จริตุํ, ปฏิกฺกมเนปิ ภตฺตวิสฺสคฺคํ น สมฺภาเวสิ, ฉินฺนภตฺโต อโหสิ. อถ โข โส ภิกฺขุ อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ

เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ภิกฺขุํ ‘เอหาวุโส, คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา’ติ ตสฺส อทาเปตฺวา อุยฺโยเชสฺสตี”ติ ฯเปฯ “สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท ภิกฺขุํ ‘เอหาวุโส, คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา’ติ ตสฺส อทาเปตฺวา อุยฺโยเชสี”ติ. “สจฺจํ ภควา”ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา ฯเปฯ กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส ภิกฺขุํ ‘เอหาวุโส, คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา’ติ ตสฺส อทาเปตฺวา อุยฺโยเชสฺสสิ ? เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ-

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตรได้ กล่าวชักชวนสัทธิวิหาริกของพระพี่ชายว่า “ท่านจงมาเถิด พวกเราจะไปบิณฑบาต ในหมู่บ้าน” แล้วไม่ได้ให้ทายกถวายอะไรแก่เธอ นิมนต์กลับด้วยกล่าวว่า “ท่านจง กลับไปเถิด พูดหรือนั่งกับท่าน ไม่ทำให้เราสบาย เราพูดหรือนั่งคนเดียวสบายกว่า”เมื่อใกล้เวลาฉันแล้ว ภิกษุนั้นไม่สามารถหาบิณฑบาตฉันได้ทัน แม้ไปรับ ภัตตาหารที่เขาแจกในโรงฉันก็ไม่ทัน จึงไม่ได้ฉันภัตตาหาร ครั้นภิกษุนั้นไปถึงอาราม จึงเล่าเรื่องนั้นให้ภิกษุทั้งหลายทราบ

บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ จึงพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนท่าน พระอุปนันทศากยบุตรกล่าวชักชวนภิกษุว่า ‘ท่านจงมาเถิด พวกเราจะไปบิณฑบาต ในหมู่บ้าน แล้วไม่ได้ให้ทายกถวายอะไรแก่เธอ แล้วนิมนต์กลับเล่า” ครั้นภิกษุ ทั้งหลายตำหนิท่านพระอุปนันทศากยบุตรโดยประการต่าง ๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุทรง สอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า “อุปนันทะ ทราบว่า เธอกล่าวชักชวนภิกษุ ว่า ท่านจงมาเถิด พวกเราจะไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน แล้วไม่ได้ให้ทายกถวายอะไร แก่เธอ แล้วนิมนต์กลับ จริงหรือ” ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ โมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงกล่าวชักชวนภิกษุว่า ท่านจงมาเถิด พวกเราจะไปบิณฑบาตในหมู่บ้านแล้วไม่ได้ให้ ทายกถวายอะไรแก่เธอแล้วนิมนต์กลับเล่า โมฆบุรุษ การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

“โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุํ (๑) ‘เอหาวุโส, คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามา’ติ ตสฺส ทาเปตฺวา วา อทาเปตฺวา วา อุยฺโยเชยฺย ‘คจฺฉาวุโส, น เม ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ, เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตี’ติ เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺญํ ปาจิตฺติยนฺ”ติ.ขุํ

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. ภิกฺขุํ เอวํ วเทยฺย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระบัญญัติ

ก็ ภิกษุใดกล่าวชักชวนภิกษุว่า “ท่านจงมาเถิด พวกเราจะไป บิณทบาตในหมู่บ้านหรือในนิคม” แล้วให้ทายกถวายหรือไม่ให้ทายกถวายแก่ เธอแล้วนิมนต์กลับด้วยกล่าวว่า “ท่านจงกลับไปเถิด พูดหรือนั่งกับท่านไม่ ทำให้เราสบาย เราพูดหรือนั่งคนเดียวสบายกว่า” มีเหตุผลเพียงเท่านี้ ไม่มี อะไรอื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย ปนาติ: โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ: ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต “ภิกฺขู”ติ.

ภิกฺขุนฺติ: อญฺญํ ภิกฺขุํ.

เอหาวุโส, คามํ วา นิคมํ วาติ: คาโมปิ นิคโมปิ นครํปิ คาโม เจว นิคโม จ.

ตสฺส ทาเปตฺวาติ: ยาคุํ วา ภตฺตํ วา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ทาเปตฺวา.

อทาเปตฺวาติ: น กิญฺจิ ทาเปตฺวา.

อุยฺโยเชยฺยาติ: มาตุคาเมน สทฺธึ หสิตุกาโม กีฬิตุกาโม รโห นิสีทิตุกาโม อนาจารํ อาจริตุกาโม เอวํ วเทติ “คจฺฉาวุโส, น เม ตยา สทฺธึ กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหติ, เอกกสฺส เม กถา วา นิสชฺชา วา ผาสุ โหตี”ติ อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ทสฺสนูปจารํ วา สวนูปจารํ วา วิชหนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. วิชหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

เอตเทว ปจฺจยํ กริตฺวา อนญฺญนฺติ: น อญฺโญ โกจิ ปจฺจโย โหติ อุยฺโยเชตุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทวิภังค์

คำว่า ก็...ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็...ใด

คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้

คำว่า ภิกษุ หมายถึง ภิกษุรูปอื่น

คำว่า ท่านจงมาเถิด...ในหมู่บ้านหรือในนิคม คือ หมู่บ้านก็ดี นิคมก็ดี เมืองก็ดี ชื่อว่าหมู่บ้านและนิคม

คำว่า ให้ทายกถวายแก่เธอ คือ ให้เขาถวายข้าวต้ม ข้าวสวย ของเคี้ยว หรือของฉัน

คำว่า ไม่ให้ทายกถวาย คือ ไม่ให้ทายกถวายอะไร ๆ

คำว่า นิมนต์กลับ ความว่า ภิกษุปรารถนาจะกระซิกกระซี้ ปรารถนาจะ หยอกเย้า ปรารถนาจะนั่งในที่ลับ หรือปรารถนาจะประพฤติอนาจารกับมาตุคาม กล่าวนิมนต์กลับอย่างนี้ว่า “ท่านจงกลับไปเถิด พูดหรือนั่งกับท่าน ไม่ทำให้เรา สบาย เราพูดหรือนั่งคนเดียวสบายกว่า” ต้องอาบัติทุกกฏ เมื่อเธอไปถึงระยะที่มอง ไม่เห็นหรือไม่ได้ยินเสียง ภิกษุรูปที่นิมนต์กลับต้องอาบัติทุกกฏ เมื่อเธอไปจนพ้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์คำว่า มีเหตุผลเพียงเท่านี้ไม่มีอะไรอื่น ความว่า ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นเพื่อ ส่งกลับ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อุปสมฺปนฺเน เวมติโก อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. กลิสาสนํ อาโรเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุปสมฺปนฺนํ อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. กลิสาสนํ อาโรเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุปสมฺปนฺเน เวมติโก, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน นิมนต์กลับ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์

อุปสัมบัน ภิกษุไม่แน่ใจ นิมนต์กลับ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน นิมนต์กลับ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

ทุกกฏ

ภิกษุทำเป็นโกรธ นิมนต์กลับ ต้องอาบัติทุกกฏ

ภิกษุนิมนต์อนุปสัมบันกลับ ต้องอาบัติทุกกฏ

ภิกษุทำเป็นโกรธ นิมนต์กลับ ต้องอาบัติทุกกฏ

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ

อนุปสัมบัน ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ

อนุปสัมบัน ภิกษุสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนาปตฺติ: “อุโภ เอกโต น ยาเปสฺสามา”ติ อุยฺโยเชติ, “มหคฺฆํ ภณฺฑํ ปสฺสิตฺวา โลภธมฺมํ อุปฺปาเทสฺสตี”ติ อุยฺโยเชติ, “มาตุคามํ ปสฺสิตฺวา อนภิรตึ อุปฺปาเทสฺสตี”ติ อุยฺโยเชติ, “คิลานสฺส วา โอหิยฺยกสฺส วา วิหารปาลสฺส วา ยาคุํ วา ภตฺตํ วา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา นีหรา”ติ อุยฺโยเชติ, น อนาจารํ อาจริตุกาโม, สติ กรณีเย อุยฺโยเชติ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. อุยฺโยชนสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ. _________ ๕. อเจลกวคฺค ๓. สโภชนสิกฺขาปท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุนิมนต์กลับด้วยคิดว่า เราสองรูปฉันด้วยกัน ภัตตาหาร จะไม่พอ

๒. ภิกษุนิมนต์กลับด้วยคิดว่า รูปนั้นพบของมีค่าแล้วจะเกิดความ โลภ

๓. ภิกษุนิมนต์กลับด้วยคิดว่า รูปนั้นเห็นมาตุคามแล้วจะเกิดความ กำหนัด

๔. ภิกษุนิมนต์กลับด้วยสั่งว่า เธอจงนำข้าวต้ม ข้าวสวย หรือของ เคี้ยวของฉันไปถวายภิกษุเป็นไข้ ภิกษุผู้ตกค้างอยู่ หรือภิกษุ ผู้เฝ้าวิหาร๕. ภิกษุไม่ประสงค์จะประพฤติอนาจารแต่มีธุระจำเป็นจึงส่งกลับ

๖. ภิกษุวิกลจริต

๗. ภิกษุต้นบัญญัติ

อุยโยชนสิกขาบทที่ ๒ จบ

จบ สิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร