พระวินัยปิฎก มหาวรรค · โกสัมพีขันธกะ
พระเถรานุเถระเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ เล่ม ๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๓–๒๕๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๙ ในโกสัมพีขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค โกสัมพีขันธกะ พระเถรานุเถระเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๕ หน้า ๓๘๙–๓๙๓
พระเถระผู้ใหญ่เข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ
{๒๕๓} [๔๖๙] ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้สดับข่าว ...
ท่านพระมหากัสสปะได้สดับข่าว ...
ท่านพระมหากัจจานะได้สดับข่าว ...
ท่านพระมหาโกฏฐิตะได้สดับข่าว ...
ท่านพระมหากัปปินะได้สดับข่าว ...
ท่านพระมหาจุนทะได้สดับข่าว ...
ท่านพระอนุรุทธะได้สดับข่าว ...
ท่านพระเรวตะได้สดับข่าว ...
ท่านพระอุบาลีได้สดับข่าว ...
ท่านพระอานนท์ได้สดับข่าว ...
ท่านพระราหุลได้สดับข่าวว่า “ภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้น กำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี” จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้ทูลถามข้อปฏิบัติกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่าภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้น กำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี ข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติในภิกษุเหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ราหุล ถ้าเช่นนั้น เธอจงดำรงอยู่ตามธรรม”“ข้าพระองค์จะพึงทราบธรรมหรืออธรรมอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”
“ราหุล อธรรมวาทีภิกษุ เธอจะพึงรู้ได้ด้วยเหตุ ๑๘ ประการ ...
ราหุล อธรรมวาทีภิกษุ เธอจะพึงรู้ได้ด้วยเหตุ ๑๘ ประการนี้แล
ราหุล ธรรมวาทีภิกษุ เธอจะพึงรู้ได้ด้วยเหตุ ๑๘ ประการ ...
ราหุล ธรรมวาทีภิกษุ เธอจะพึงรู้ได้ด้วยเหตุ ๑๘ ประการนี้แล”
พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีทูลถามข้อปฏิบัติ
{๒๕๔} [๔๗๐] พระเถรีมหาปชาบดีโคตมีได้สดับข่าวว่า “พวกภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี” จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วยืนเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูลถามข้อปฏิบัติกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่าภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี หม่อมฉันจะพึงปฏิบัติในภิกษุเหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “โคตมี ถ้าเช่นนั้น เธอจงฟังธรรมในภิกษุทั้งสองฝ่าย ครั้นฟังธรรมในทั้งสองฝ่ายแล้ว ภิกษุเหล่าใดในสองฝ่ายนั้นเป็นธรรมวาที เธอจงพอใจความเห็น ความถูกใจ ความชอบใจ และความเชื่อถือของภิกษุฝ่ายธรรมวาทีนั้น อนึ่ง วัตรอย่างหนึ่งอย่างใด อันภิกษุณีสงฆ์พึงหวังจากภิกษุสงฆ์ วัตรนั้นทั้งหมดอันเธอพึงหวังจากธรรมวาทีภิกษุฝ่ายเดียว’
อนาถบิณฑิกคฤหบดีทูลถามข้อปฏิบัติ
{๒๕๕} [๔๗๑] อนาถบิณฑิกคฤบดีได้สดับข่าวว่า “พวกภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว
ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี” จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้ทูลถามข้อปฏิบัติกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่าภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี ข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติในภิกษุเหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “คฤหบดี ถ้าเช่นนั้น ท่านจงถวายทานในภิกษุสงฆ์ทั้งสองฝ่าย ครั้นถวายทานในภิกษุสงฆ์ทั้งสองฝ่ายแล้ว จงฟังธรรมในทั้งสองฝ่าย ครั้นฟังธรรมในทั้งสองฝ่ายแล้ว ภิกษุเหล่าใดในสองฝ่ายนั้นเป็นธรรมวาที จงพอใจความเห็น ความถูกใจ ความชอบใจ และความเชื่อถือของภิกษุฝ่ายธรรมวาทีนั้น”
นางวิสาขามิคารมารดาทูลถามข้อปฏิบัติ
{๒๕๖} [๔๗๒] นางวิสาขามิคารมารดาได้สดับข่าวว่า “พวกภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี” จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้ทูลถามข้อปฏิบัติกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่าภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นกำลังเดินทางมาพระนครสาวัตถี หม่อมฉันจะพึงปฏิบัติในภิกษุเหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “วิสาขา ถ้าเช่นนั้น เธอจงถวายทานในภิกษุสงฆ์ทั้งสองฝ่าย ครั้นถวายทานในภิกษุสงฆ์สองฝ่ายแล้ว จงฟังธรรมในทั้งสองฝ่าย ครั้นฟังธรรมในทั้งสองฝ่ายแล้ว ภิกษุเหล่าใดในสองฝ่ายนั้นเป็นธรรมวาที จงพอใจความเห็น ความถูกใจ ความชอบใจ และความเชื่อถือของภิกษุฝ่ายธรรมวาทีนั้น”
ภิกษุชาวพระนครโกสัมพีเดินทางถึงพระนครสาวัตถี
{๒๕๗} [๔๗๓] ครั้งนั้นแล พวกภิกษุชาวพระนครโกสัมพีได้ไปถึงพระนครสาวัตถีโดยลำดับ จึงท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้ทูลถามข้อปฏิบัติกะพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า ได้ข่าวมาว่าพวกภิกษุชาวพระนครโกสัมพีผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้นมาถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ข้าพระองค์จะพึงจัดเสนาสนะสำหรับภิกษุเหล่านั้นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “สารีบุตร ถ้าเช่นนั้น เธอพึงให้เสนาสนะที่ว่าง”
“ก็ถ้าเสนาสนะที่ว่างไม่มี จะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”
“สารีบุตร ถ้าเช่นนั้น พึงทำเสนาสนะให้ว่างแล้วให้ แต่เราไม่ได้กล่าวว่าพึงห้ามเสนาสนะแก่ภิกษุผู้แก่พรรษาโดยปริยายอะไร ๆ เลย รูปใดห้าม ต้องอาบัติทุกกฏ”
“ในอามิสเล่า จะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”
“สารีบุตร พึงแบ่งอามิสให้ภิกษุทั้งหลายเท่า ๆ กัน”
๗. พระพุทธานุญาตรับภิกษุผู้ถูกยกวัตรเข้าหมู่
{๒๕๘} [๔๗๔] ครั้งนั้นแล ภิกษุผู้ถูกยกวัตรรูปนั้นพิจารณาถึงธรรมและวินัยอยู่ได้สำนึกข้อนี้ว่า “นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ เราเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ต้องอาบัติแล้วหามิได้ เราเป็นผู้ถูกยกวัตรแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกวัตรหามิได้ เราเป็นผู้ถูกยกวัตรแล้วด้วยกรรมอันชอบธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ” จึงเข้าไปหาภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยกวัตรถึงที่พัก
ครั้นแล้วได้กล่าวกะภิกษุพวกนั้นดังนี้ว่า “อาวุโสทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ไม่ต้องอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกวัตรแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกวัตรหามิได้ ผมถูกยกวัตรด้วยกรรมอันชอบธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ มาเถิด ท่านทั้งหลาย ขอได้กรุณารับผมเข้าหมู่ด้วยเถิด ขอรับ”ลำดับนั้น ภิกษุพวกที่สนับสนุนภิกษุผู้ถูกยกวัตรเหล่านั้นพาภิกษุผู้ถูกยกวัตรรูปนั้นเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ
ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่งอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ถูกยกวัตรรูปนี้ กล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโสทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว ไม่เป็นผู้ต้องอาบัติหามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกวัตรแล้ว ไม่เป็นผู้ถูกยกวัตรหามิได้ ผมเป็นผู้ถูกยกวัตรแล้วด้วยกรรมอันชอบธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ มาเถิดท่านทั้งหลาย ขอได้กรุณารับผมเข้าหมู่ด้วยเถิดขอรับ’ พวกข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นั่นเป็นอาบัติ นั่นไม่เป็นอาบัติหามิได้ ภิกษุนั่นต้องอาบัติแล้ว ภิกษุนั่นไม่ต้องอาบัติหามิได้ ภิกษุนั่นถูกยกวัตรแล้ว ภิกษุนั่นไม่ถูกยกวัตรหามิได้ ภิกษุนั่นถูกยกวัตรแล้ว
จบ พระเถรานุเถระเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติ