arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ปัญจสติกขันธกะ

เรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติ เล่ม ๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๙ ในปัญจสติกขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เรื่องไม่บัญญัติเพิ่มเติมและไม่ถอนพระบัญญัติเดิม

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ปัญจสติกขันธกะ เรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติ (ฉบับหลวง เล่ม ๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๗ หน้า ๒๗๙–๒๘๐ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๗ หน้า ๓๘๒–๓๘๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป สํฆํ ญาเปสิ-

“สุณาตุ เม อาวุโส สํโฆ, สนฺตมฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ คิหิโนปิ ชานนฺติ ‘อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กปฺปติ, อิทํ โว น กปฺปตี’ติ สเจ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม, ภวิสฺสนฺติ, วตฺตาโร ‘ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ยาวิเมสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ, ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ, ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต, นทานิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตี’ติ. ยทิ สํฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สํโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปยฺย, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺเทยฺย, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺเตยฺย เอสา ญตฺติ.

สุณาตุ เม อาวุโส สํโฆ, สนฺตมฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ คิหิโนปิ ชานนฺติ ‘อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กปฺปติ, อิทํ โว น กปฺปตี’ติ, สเจ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม, ภวิสฺสนฺติ วตฺตาโร ‘ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ยาวิเมสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ, ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ, ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต, นทานิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตี’ติ. สํโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปติ, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทติ, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อปฺปญฺญตฺตสฺส อปฺปญฺญาปนา, ปญฺญตฺตสฺส อสมุจฺเฉโท, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตนา, โส ตุณฺหสฺส, ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.

สํโฆ อปฺปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปติ, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทติ, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตติ, ขมติ สํฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี. เอวเมตํ ธารยามี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัปปสะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรม วาจาว่าท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สิกขาบทของพวกเราที่รู้กันในหมู่คฤหัสถ์ มีอยู่ แม้พวกคฤหัสถ์ก็รู้อยู่ว่า “สิ่งนี้ควรแก่พวกพระสมณะเชื้อสายศากยบุตร สิ่งนี้ ไม่ควร” ถ้าพวกเราจะถอนสิกขาบทเล็กน้อย ก็จะมีผู้กล่าวว่า “พระสมณะโคดม บัญญัติสิกขาบทแก่พวกสาวกชั่วกาลแห่งควันไฟ” สาวกพวกนี้ศึกษาสิกขาบทอยู่ตลอด เวลาที่พระศาสดาของตนยังมีชีวิตอยู่ พอพระศาสดาของพวกเธอปรินิพพานไปแล้ว บัดนี้ พวกเธอก็ไม่ศึกษาสิกขาบท” ถ้าสงฆ์พร้อมแล้วก็ไม่พึงบัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ทรงบัญญัติ ไม่พึงถอนพระบัญญัติที่ทรงบัญญัติไว้

พึงสมาทานประพฤติตามสิกขาบทที่ทรง บัญญัติไว้แล้ว นี่เป็นญัตติท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สิกขาบทของพวกเราที่รู้กันในหมู่คฤหัสถ์ มีอยู่ แม้พวกคฤหัสถ์ก็รู้อยู่ว่า “สิ่งนี้ควรแก่พวกพระสมณะเชื้อสายศากยบุตร สิ่งนี้ ไม่ควร” ถ้าพวกเราจะถอนสิกขาบทเล็กน้อย ก็จะมีผู้กล่าวว่า “พระสมณะโคดม บัญญัติสิกขาบทแก่พวกสาวกชั่วกาลแห่งควันไฟ สาวกพวกนี้ศึกษาสิกขาบทอยู่ ตลอดเวลาที่พระศาสดาของตนยังมีชีวิตอยู่ พอพระศาสดาของพวกเธอปรินิพพานไป แล้ว บัดนี้พวกเธอก็ไม่ศึกษาสิกขาบท” ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วก็ไม่พึงบัญญัติสิ่งที่ไม่ ได้ทรงบัญญัติ ไม่พึงถอนพระบัญญัติที่ทรงบัญญัติไว้ พึงสมาทานประพฤติตาม สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติ ไม่ถอนพระบัญญัติตามที่ทรงบัญญัติไว้ สมาทานประพฤติตามสิกขาบทที่ทรง บัญญัติไว้แล้ว ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วงสงฆ์ไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ทรงบัญญัติ ไม่ถอนพระบัญญัติตามที่ทรงบัญญัติไว้ สมาทานประพฤติสิกขาบทตามที่ทรงบัญญัติไว้แล้ว สงฆ์เห็นด้วย เพราะเหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑คือที่เกี่ยวข้องกับพวกคฤหัสถ์, พวกคฤหัสถ์รู้กันอยู่ (ที.ม.อ. ๒/๑๓๖/๑๕๕)

จบ เรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติ