arnon.world

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ · อุโปสถวรรค

อิธโลกสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในอุโปสถวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อิธโลกสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรค อิธโลกสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๓)

บาลี (สยามรัฐ)

๕๐ จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ กตเมหิ จตูหิ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ สงฺคหิตปริชโน ภตฺตุ มนาปํ จรติ สมฺภตํ อนุรกฺขติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม เย เต ภตฺตุ อพฺภนฺตรา กมฺมนฺตา ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม สุสํวิหิตกมฺมนฺโต โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม เย เต ภตฺตุ อพฺภนฺตรา อนฺโตชนา ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม สงฺคหิตปริชโน โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ยํ ภตฺตุ อมนาปสงฺขาตํ ตํ ชีวิตเหตุปิ น อชฺฌาจรติ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม ภตฺตุ มนาปํ จรติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ยํ ภตฺตา อาหรติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม สมฺภตํ อนุรกฺขติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม อิธโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ อยํส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ ปรสฺส โลโก อารทฺโธ โหติ ฯ กตเมหิ จตูหิ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน โหติ จาคสมฺปนฺโน โหติ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม สทฺโธ โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปาณาติปาตาปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม สีลสมฺปนฺโน โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม จาคสมฺปนฺโน โหติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปญฺญวา โหติ ฯเปฯ เอวํ โข ภิกฺขเว มาตุคาโม ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม ปรโลกวิชยาย ปฏิปนฺโน โหติ ปรสฺส โลโก อารทฺโธ โหตีติ ฯ

สุสํวิหิตกมฺมนฺโต สงฺคหิตปริชฺชโน

ภตฺตุ มนาปํ จรติ สมฺภตํ อนุรกฺขติ

สทฺธาสีเลน สมฺปนฺโน วทญฺญู วีตมจฺฉโร

นิจฺจํ มคฺคํ วิโสเธติ โสตฺถานํ สมฺปรายิกํ

อิจฺเจเต อฏฺฐ ธมฺมา จ ยสฺสา วิชฺชนฺติ นาริยา

ตมฺปิ สีลวตึ อาหุ ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินึ

โสฬสาการสมฺปนฺนา อฏฺฐงฺคสุสมาคตา

ตาทิสี สีลวตี อุปาสิกา อุปปชฺชติ เทวโลกํ มนาปนฺติ ฯ

อุโปสถวคฺโค ปญฺจโม ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

สงฺขิตฺเต วิตฺถเต วิสาเข วาเสฏฺโฐ โพชฺฌาย ปญฺจมํ

อนุรุทฺธํ ปน ๑ วิสาเข นกุลา อิธโลกิกา เทฺวติ ฯ

ปณฺณาสโก สมตฺโต ฯ

_________________

ปณฺณาสกาสงฺคหิตา วคฺคา

สนฺธานวคฺโค ปฐโมฯ

๑ ม. ปุน ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ชื่อว่า เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้จัดการงานดี ๑ สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี ๑ ประพฤติเป็นที่พอใจสามี ๑ รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้จัดการงานดีอย่างไรดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานภายในบ้านของสามี ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้จัดการงานดีอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามในโลกนี้ ย่อมรู้การงานที่อันโตชนภายในบ้านของสามี ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามเป็นผู้สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดีอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประพฤติเป็นที่พอใจของสามีอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ ไม่ละเมิดสิ่งอันเป็นที่ไม่พอใจของสามีแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามประพฤติเป็นที่พอใจของสามีอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามรักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ จัดการทรัพย์ คือ ข้าวเปลือก เงินหรือทอง ที่สามีหามาได้ให้คงอยู่ ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามรักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลชื่อว่าปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกนี้ ชื่อว่าปรารภโลกนี้แล้ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ชื่อว่าปฏิบัติ เพื่อชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่าปรารภโลกหน้าแล้ว ธรรม ๔ ประการเป็นไฉนดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ๑ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ๑ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ ๑เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา ๑ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้มีศรัทธา ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต ฯลฯ และจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามในโลกนี้ มีจิตปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน ฯลฯ มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะอย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลายมาตุคามในโลกนี้ มีปัญญา ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาอย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๘ประการนี้แล ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกหน้า ชื่อว่าปรารภโลกหน้าแล้ว ฯ

มาตุคามผู้จัดการงานดี สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามีดี

ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้

มาตุคามนั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ปราศจากความ

ตระหนี่ รู้ความประสงค์ ชำระทางสัมปรายิกัตถประโยชน์

อยู่เป็นนิตย์ นารีใดมีธรรม ๘ ประการนี้ ดังกล่าวมานี้

ปราชญ์ทั้งหลายเรียกนารีแม้นั้นว่า เป็นผู้มีศีล ตั้งอยู่ในธรรม

พูดคำสัตย์ อุบาสิกาผู้มีศีลเช่นนั้น ถึงพร้อมด้วยอาการ ๑๖

อย่าง ประกอบด้วยองคคุณ ๘ ประการ ย่อมเข้าถึง

เทวโลกประเภทมนาปกายิกา ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบอุโปสถวรรคที่ ๕

___________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สังขิตตสูตร ๒. วิตถตสูตร

๓. วิสาขสูตร ๔. วาเสฏฐสูตร

๕. โพชฌาสูตร ๖. อนุรุทธสูตร

๗. วิสาขสูตร ๘. นกุลสูตร

๙. อิธโลกสูตรที่ ๑ ๑๐. อิธโลกสูตรที่ ๒ ฯ

จบปัณณาสก์

จบ อิธโลกสูตร ที่ ๒