arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ปุคคลวรรค

อันธสูตร เล่ม ๒๐

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๖๘ (Royal Thai)9/10 in ปุคคลวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

อันธสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรค อันธสูตร (Royal Thai Volume 20 · Mahachula Volume 20 · Mahamakut Volume 34 · Chaloem Phrakiat Volume 20)

Pali (Siam Rath)

๒๙ ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย อนฺโธ เอกจกฺขุ ทฺวิจกฺขุ ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อนฺโธ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย ตถารูปมฺปิสฺส ๑ จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อนฺโธ ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เอกจกฺขุ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย หีนปฺปณีเต ธมฺเมน ชาเนยฺย กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เอกจกฺขุ ฯ

กตโม จ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ทฺวิจกฺขุ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ตถารูปํ จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา อนธิคตํ วา โภคํ อธิคจฺเฉยฺย อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กเรยฺย ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ โหติ ยถารูเปน จกฺขุนา กุสลากุสเล ธมฺเม ชาเนยฺย สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม ชาเนยฺย หีนปฺปณีเต ธมฺเม ชาเนยฺย กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม ชาเนยฺย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ทฺวิจกฺขุ ฯ

อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

น เจว โภคา ตถารูปา น จ ปุญฺญานิ กุพฺพติ

อุภยตฺถ กลิคฺคโห ๑ อนฺธสฺส หตจกฺขุโน ฯ

อถาปรายมกฺขาโต เอกจกฺขุ จ ปุคฺคโล

ธมฺมาธมฺเมน สํสฏฺโฐ ๒ โภคานิ ปริเยสติ

เถยฺเยน กูฏกมฺเมน มุสาวาเทน จูภยํ

กุสโล โหติ สํหาตต ๓ กามโภคี จ มาณโว

อิโต โส นิรยํ คนฺตฺวา เอกจกฺขุ วิหญฺญติ ฯ

ทฺวิจกฺขุ ปน อกฺขาโต เสฏฺโฐ ปุริสปุคฺคโล

ธมฺมลทฺเธหิ โภเคหิ อุฏฺฐานาธิคตํ ธนํ

ททาติ เสฏฺฐสงฺกปฺโป อพฺยคฺคมนโส ๔ นโร

อุเปติ ภทฺทกํ ฐานํ ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจติ ฯ

อนฺธญฺจ เอกจกฺขุญฺจ อารกา ปริวชฺชเย

ทฺวิจกฺขุํ ปน เสเวถ เสฏฺฐํ ปุริสปุคฺคลนฺติ ฯ

๑ ตถารูปํ ปนาสฺส อิติปิ ฯ

๑ โป. ม. กลิคฺคาโห ฯ ๒ ม. สฏฺโฐ โส ฯ ๓ ม. ยุ. สํฆาตต ฯ ๔ ม. อพฺยคฺคมานโส ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉนคือ คนตาบอด ๑ คนตาเดียว ๑ คนสองตา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลตาบอดเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่มีนัยน์ตาอันเป็นเหตุได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ หรือทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้ทวีมากขึ้น ไม่มีนัยน์ตาเครื่องรู้ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล รู้ธรรมที่มีโทษและไม่มีโทษ รู้ธรรมที่เลวและประณีตรู้ธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าคนตาบอด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลตาเดียวเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ มีนัยน์ตาอันเป็นเหตุได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ หรือทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้ทวีมากขึ้น แต่ไม่มีนัยน์ตาเป็นเครื่องรู้ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล รู้ธรรมที่มีโทษและไม่มีโทษ รู้ธรรมที่เลวและประณีต รู้ธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าคนตาเดียว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลสองตาเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ มีนัยน์ตาเป็นเหตุได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้ทวีมากขึ้น ทั้งมีนัยน์ตาเป็นเครื่องรู้ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลรู้ธรรมที่มีโทษและไม่มีโทษ รู้ธรรมที่เลวหรือประณีต รู้ธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าคนสองตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

โภคทรัพย์เห็นปานดั่งนั้น ย่อมไม่มีแก่คนตาบอดเลย และคนตาบอด

ย่อมไม่ทำบุญอีกด้วย โทษเคราะห์ ย่อมมีแก่คนตาบอดเสียจักษุในโลก

ทั้งสอง ต่อมา เราได้กล่าวถึงคนตาเดียวนี้ไว้อีกคนหนึ่ง คนตาเดียว

นั้นเป็นผู้คลุกเคล้ากับธรรมและอธรรม แสวงหาโภคทรัพย์โดยการคด

โกง และการพูดเท็จ อันเป็นส่วนแห่งความเป็นขโมย ทั้งสองอย่าง

ก็มาณพผู้บริโภคกาม ย่อมเป็นคนฉลาดที่จะรวบรวมโภคทรัพย์ เขาผู้

เป็นคนตาเดียว จากโลกนี้แล้วไปนรกย่อมเดือดร้อน อนึ่ง คนสองตา

เรากล่าวว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐสุด คนสองตานั้น ย่อมให้ทรัพย์ที่ตน

ได้มาด้วยความหมั่นเป็นทาน แต่โภคะที่ตนหาได้โดยชอบธรรม เพราะเป็นผู้มีความดำริประเสริฐสุด มีใจไม่สงสัย ย่อมเข้าถึงฐานะอันเจริญ

ซึ่ง บุคคลไปถึงแล้วไม่เศร้าโศก บุคคลควรเว้นคนตาบอด กับ คนตาเดียวเสียให้ห่างไกล แต่ควรคบคนสองตา ซึ่งเป็นบุคคลผู้ประเสริฐสุด ฯ

จบสูตรที่ ๙

End of อันธสูตร