พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ปุคคลวรรค
อวกุชชิตาสูตร เล่ม ๒๐
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๖๙ (Royal Thai)10/10 in ปุคคลวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อวกุชชิตาสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรค อวกุชชิตาสูตร (Royal Thai Volume 20 · Mahachula Volume 20 · Mahamakut Volume 34 · Chaloem Phrakiat Volume 20)
๓๐ ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย อวกุชฺชปญฺโญ ปุคฺคโล อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล ปุถุปญฺโญ ปุคฺคโล ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อวกุชฺชปญฺโญ ปุคฺคโล อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ เสยฺยถาปิ
ภิกฺขเว กุมฺโภ นิกฺกุชฺโช ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ วิวฏฺฏติ โน สณฺฐาติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อวกุชฺชปญฺโญ ปุคฺคโล ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโต ๑ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริสสฺส อุจฺฉงฺเค นานาขชฺชกานิ อากิณฺณานิ ติลา ตณฺฑุลา โมทกา พทรา โส ตมฺหา อาสนา วุฏฺฐหนฺโต สติสมฺโมสา
ปกิเรยฺย เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโต ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย เนวาทึ มนสิกโรติ น มชฺฌํ มนสิกโรติ น ปริโยสานํ มนสิกโรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว ปุถุปญฺโญ ปุคฺคโล อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว กุมฺโภ อุกฺกุชฺโช ตตฺร อุทกํ อาสิตฺตํ สณฺฐาติ โน วิวฏฺฏติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อารามํ คนฺตา โหติ อภิกฺขณํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาย ตสฺส ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺติ โส ตสฺมึ อาสเน นิสินฺโน ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ วุฏฺฐิโตปิ ตมฺหา อาสนา ตสฺสา กถาย อาทิมฺปิ มนสิกโรติ มชฺฌมฺปิ มนสิกโรติ ปริโยสานมฺปิ มนสิกโรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปุถุปญฺโญ ปุคฺคโล ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ
อวกุชฺชปญฺโญ ปุริโส ทุมฺเมโธ อวิจกฺขโณ
อภิกฺขณํปิ เจ โหติ คนฺตา ภิกฺขูน ๑ สนฺติเก
อาทึ กถาย มชฺฌญฺจ ปริโยสานญฺจ ตาทิโส
อุคฺคเหตต น สกฺโกติ ปญฺญา หิสฺส น วิชฺชติ ฯ
อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุริโส เสยฺโย เอเตน วุจฺจติ
อภิกฺขณํปิ เจ โหติ คนฺตา ภิกฺขูน สนฺติเก
อาทึ กถาย มชฺฌญฺจ ปริโยสานญฺจ ตาทิโส
นิสินฺโน อาสเน ตสฺมึ อุคฺคเหตฺวาน พฺยญฺชนํ
วุฏฺฐิโต นปฺปชานาติ คหิตํ หิสฺส ๑ มุสฺสติ ฯ
ปุถุปญฺโญ จ ปุริโส เสยฺโย เอเตน ๒ วุจฺจติ
อภิกฺขณํปิ เจ โหติ คนฺตา ภิกฺขูน สนฺติเก
อาทึ กถาย มชฺฌญฺจ ปริโยสานญฺจ ตาทิโส
นิสินฺโน อาสเน ตสฺมึ อุคฺคเหตฺวาน พฺยญฺชนํ
ธาเรติ เสฏฺฐสงฺกปฺโป อพฺยคฺคมนโส นโร
ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยาติ ฯ
ปุคฺคลวคฺโค ตติโย ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
สวิฏฺฐคิลานสงฺขารา พหุการา วชิเรน จ
เสวิชีคุจฺฉคูถภาณี อนฺโธ จ อวกุชฺชิตาติ ฯ
_______________
เทวทูตวคฺโค จตุตฺโถ
๑ โป. ม. ยุ. สพฺพตฺถ วุฏฺฐิโต จ โข ฯ
๑ โป. ยุ. ภิกฺขูนํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉนคือ บุคคลมีปัญญาคว่ำ ๑ บุคคลมีปัญญาเช่นกับตัก ๑บุคคลมีปัญญากว้างขวาง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลที่มีปัญญาคว่ำเป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้นจำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นไม่ได้ ถึงลุกจากอาสนะแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลางที่สุดของกถานั้นไม่ได้ เปรียบเหมือนหม้อคว่ำ ถึงจะเอาน้ำรดลงที่หม้อนั้น ย่อมราดไป หาขังอยู่ไม่
แม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้นจำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นไม่ได้ แม้ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นไว้ไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าบุคคลมีปัญญาคว่ำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลที่มีปัญญา เหมือนตักเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น จำเบื้องต้นท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นได้ ครั้นลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นไม่ได้ เปรียบเหมือนบนตักของบุรุษมีของเคี้ยวนานาชนิด คือ งา ข้าวสาร ขนมต้ม
พุทรา เกลื่อนกลาด เขาลุกจากอาสนะนั้น พึงทำเรี่ยราด เพราะเผลอสติ แม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกันหมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นได้ ครั้นลุกจากอาสนะนั้นแล้ว จำเบื้องต้น ท่ามกลางที่สุดของกถานั้นไว้ไม่ได้ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าบุคคลมีปัญญาเหมือนตัก
ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลที่มีปัญญากว้างขวางเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นได้ แม้ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นได้ เปรียบเหมือนหม้อหงาย เอาน้ำเทใส่ไปในหม้อนั้น ย่อมขังอยู่หาไหลไปไม่ แม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน หมั่นไปวัดเพื่อฟังธรรมในสำนักของภิกษุเสมอ ภิกษุย่อมแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงแก่เขา เขานั่งบนอาสนะนั้น จำเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของกถานั้นได้ ถึงลุกจากอาสนะนั้นแล้ว ก็จำเบื้องต้น ท่ามกลางที่สุดของกถานั้นได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าบุคคลมีปัญญากว้างขวาง ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล๓ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ
บุรุษมีปัญญาคว่ำ เป็นคนเขลา ไร้ปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา บุรุษเช่นนั้น
แม้หากจะหมั่นไปในสำนักของภิกษุเสมอ ก็ไม่อาจจะเล่าเรียนเบื้องต้น
ท่ามกลางและที่สุดของกถาได้ เพราะเขาไม่มีปัญญา บุรุษมีปัญญาเหมือนตัก เรากล่าวว่าดีกว่าบุรุษที่มีปัญญาคว่ำ บุรุษเช่นนั้นถึงแม้จะไปใน
สำนักของภิกษุเสมอ นั่งบนอาสนะนั้น เรียนเบื้องต้น ท่ามกลางและ
ที่สุดของกถาได้ ครั้นลุกมาแล้ว กำหนดจดจำพยัญชนะไม่ได้ เพราะ
พยัญชนะที่เขาเรียนแล้วเลอะเลือนไป ส่วนบุรุษผู้มีปัญญากว้างขวาง
เรากล่าวว่าดีกว่าบุรุษที่มีปัญญาเหมือนตักบุรุษเช่นนั้น แม้ไปในสำนัก
ของภิกษุเสมอ นั่งบนอาสนะนั้น เล่าเรียนเบื้องต้น ท่ามกลาง และ
ที่สุดของกถาได้ แล้วจำพยัญชนะไว้ เป็นคนมีความดำริประเสริฐสุด
มีใจไม่สงสัยปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พึงทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบปุคคลวรรคที่ ๓
______________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สวิฏฐสูตร ๒. คิลานสูตร
๓. สังขารสูตร ๔. พหุการสูตร
๕. วชิรสูตร ๖. เสวิสูตร
๗. ชิคุจฉสูตร ๘. คูถภาณีสูตร
๙. อันธสูตร ๑๐. อวกุชชิตาสูตร
End of อวกุชชิตาสูตร