พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โพชฌงคสังยุต · อุทายิวรรค
อุทายิสูตร เล่ม ๑๙
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๕๘–๔๖๒ (Royal Thai)10/10 in อุทายิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อุทายิสูตร
พระผู้มีพระภาครับรองมรรคที่พระอุทายีได้แล้ว
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อุทายิวรรค อุทายิสูตร (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)
เอกํ สมยํ ภควา สุมฺเภสุ วิหรติ เสตกนฺนาม สุมฺภานํ นิคโม ฯ อถ โข อายสฺมา อุทายิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุทายิ ภควนฺตํ เอตทโวจ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชนชาวสุมภะ ชื่อเสตกะในแคว้นสุมภะ ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า.
อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ๑ ภนฺเต ยาว พหุการาปิ ๒ เม ภนฺเต ภควติ เปมญฺจ คารโว จ หิริ จ โอตฺตปฺปญฺจ อหญฺหิ ภนฺเต ปุพฺเพ อาคาริกภูโต สมาโน อพหุกโต อโหสึ ธมฺเมน อพหุกโต สงฺเฆน โส ขฺวาหํ [๓] ภควติ เปมญฺจ คารวํ จ หิรึ จ โอตฺตปฺปํ จ สมฺปสฺสมาโน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชึ ๔ ตสฺส เม ภควา ธมฺมํ เทเสสิ อิติ รูปํ อิติ รูปสฺส สมุทโย อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม อิติ เวทนา ฯเปฯ อิติ สญฺญา ฯ อิติ สงฺขารา ฯ อิติ วิญฺญาณํ อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโมติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์นัก พระเจ้าข้า ไม่เคยมีมา มีขึ้น ความ
รัก ความเคารพ ความละอายใจ และความเกรงกลัว ของข้าพระองค์ซึ่งมีอยู่ในพระผู้มีพระภาคมากเพียงไร ด้วยว่า ข้าพระองค์เมื่อเป็นคฤหัสถ์ผู้ครองเรือนอยู่ในกาลก่อน ก็มิได้กระทำความคุ้นเคยกับพระธรรมมากนัก มิได้กระทำความคุ้นเคยกับพระสงฆ์มากนัก ข้าพระองค์เห็นความรักความเคารพ ความละอายใจ ความเกรงกลัว ในพระผู้มีพระภาค จึงออกบวชเป็นบรรพชิตพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์ว่า อย่างนี้รูป อย่างนี้ความเกิดแห่งรูป อย่างนี้ความดับแห่งรูป อย่างนี้เวทนา ... อย่างนี้สัญญา ... อย่างนี้สังขาร ... อย่างนี้วิญญาณ อย่างนี้ความเกิดแห่งวิญญาณ อย่างนี้ความดับแห่งวิญญาณ.
โส ขฺวาหํ ภนฺเต สุญฺญาคารคโต อิเมสํ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธานํ อุกฺกุชฺชาวกุชฺชํ สมฺปริวตฺตนฺโต ๑ อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ ฯ
๑ ม. ยุ. อพฺภุตํ ฯ ๒ ม. ยุ. พหุกตญฺจ ฯ ๓ ยุ. ภนฺเต ฯ ๔ ม. ยุ. ปพฺพชิโต ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อยู่ในเรือนว่าง พิจารณาถึงความเกิดและความเสื่อมแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ได้รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธนี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
ธมฺโม จ เม ภนฺเต อภิสเมโต ๒ มคฺโค จ เม ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เม ภนฺเต ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เม ภนฺเต ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามิ ฯ อยํ โข เม ภนฺเต มคฺโค ปฏิลทฺโธ โย เม ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถาหํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสามีติ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมที่ข้าพระองค์บรรลุแล้วและมรรคที่ข้าพระองค์ได้แล้วนั้น อันข้าพระองค์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว จักน้อมนำ ข้าพระองค์ผู้อยู่โดยอาการอย่างนั้นๆ ไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น โดยที่ข้าพระองค์จักรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่
จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี คือ สติสัมโพชฌงค์ ที่ข้าพระองค์ได้แล้วนั้น อันข้าพระองค์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว จักน้อมนำข้าพระองค์ผู้อยู่โดยอาการอย่างนั้นๆ ไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น โดยที่ข้าพระองค์จักรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ที่ข้าพระองค์ได้แล้วนั้น อันข้าพระองค์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว จักน้อมนำข้าพระองค์ผู้อยู่โดยอาการนั้นๆ ไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น โดยที่ข้าพระองค์จักรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี มรรคที่ข้าพระองค์ได้แล้วนี้แล อันข้าพระองค์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว จักน้อมนำข้าพระองค์ผู้อยู่โดยอาการนั้นๆ ไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น โดยที่ข้าพระองค์จักรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
สาธุ สาธุ อุทายิ เอโส หิ เต อุทายิ มคฺโค ปฏิลทฺโธ โย เต ภาวิโต พหุลีกโต ตถา ตถา วิหรนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนสฺสติ ยถา ตฺวํ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานิสฺสสีติ ฯ
อุทายิวคฺโค ตติโย ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
โพธนา ๑ เทสนาฏฺฐานา อโยนิโส จาปริหานิ ๒
ขโย นิโรโธ นิพฺเพโธ เอกธมฺโม อุทายินาติ ฯ
_____________
นีวรณวคฺโค จตุตฺโถ
๑ ม. ยุ. สมฺปริวตฺเตนฺโต ฯ ๒ ม. ยุ. อภิสมิโต ฯ
๑ ม. โพธาย ฯ ๒ ม. จาปริหานี ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละๆ อุทายี มรรคที่เธอได้แล้วนั้นแล อันเธอเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว จักน้อมนำเธอผู้อยู่โดยอาการนั้นๆ ไป เพื่อความเป็นอย่างนั้นโดยที่เธอจักรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
จบ สูตรที่ ๑๐
จบ อุทายิวรรคที่ ๓
-----------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โพธนสูตร ๒. เทสนาสูตร
๓. ฐานิยสูตร ๔. อโยนิโสสูตร
๕. อปริหานิยสูตร ๖. ขยสูตร
๗. นิโรธสูตร ๘. นิพเพธสูตร
๙. เอกธัมมสูตร ๑๐. อุทายิสูตร
End of อุทายิสูตร