พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โพชฌงคสังยุต · จักกวัตติวรรค
อังคสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๒๐–๕๒๑ (Royal Thai)10/16 in จักกวัตติวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อังคสูตรที่ ๒
ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นปัจจัยแห่งโพชฌงค์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต จักกวัตติวรรค อังคสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)
พาหิรํ ภิกฺขเว องฺคนฺติ กริตฺวา นาญฺญํ เอกงฺคมฺปิ สมนุปสฺสามิ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ อุปฺปาทาย ยถยิทํ ภิกฺขเว กลฺยาณมิตฺตตา ฯ กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวสฺสติ สตฺต โพชฺฌงฺเค พหุลีกริสฺสติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทำปัจจัยภายนอกให้เป็นเหตุแล้ว เรายังไม่เล็งเห็นเหตุอื่นแม้อันหนึ่ง เพื่อความบังเกิดขึ้นแห่งโพชฌงค์ ๗ เหมือนความเป็นผู้มีมิตรดีเลย ดูกรภิกษุทั้งหลายอันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญโพชฌงค์ ๗ จักกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗.
กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวติ สตฺต โพชฺฌงฺเค พหุลีกโรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณมิตฺโต สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวติ สตฺต โพชฺฌงฺเค พหุลีกโรตีติ ฯ
จกฺกวตฺติวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
วิธา จกฺกวตฺติ มาโร จ ทุปฺปญฺโญ ปญฺญเวน จ
ทฬิทฺโท อทฬิทฺโท จ อาทิจฺโจ องฺเคน เต ทสาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗ อย่างไรเล่า? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดีย่อมเจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๐
จบ จักกวัตติวรรคที่ ๕
------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. วิธาสูตร ๒. จักกวัตติสูตร
๓. มารสูตร ๔. ทุปปัญญสูตร
๕. ปัญญวาสูตร ๖. ทฬิททสูตร
๗. อทฬิททสูตร ๘. อาทิจจสูตร
๙. อังคสูตรที่ ๑ ๑๐. อังคสูตรที่ ๒
End of อังคสูตร ที่ ๒