พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ราธสังยุต · ปฐมวรรค
๒. สัตตสูตร เล่ม ๑๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๖๗ (Royal Thai)2/10 in ปฐมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๒. สัตตสูตร
ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าสัตว์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ราธสังยุต ปฐมวรรค สัตตสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา ราโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ราโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ สตฺโต สตฺโตติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต สตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ รูเป โข ราธ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต ตสฺมา สตฺโตติ วุจฺจติ ฯ เวทนาย ฯ สญฺญาย ฯ สงฺขาเรสุ ฯ วิญฺญาเณ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา ตตฺร สตฺโต ตตฺร วิสตฺโต ตสฺมา สตฺโตติ วุจฺจติ ฯ
เสยฺยถาปิ ราธ กุมารกา วา กุมาริกาโย ๓ วา ปํสฺวาคารเกหิ กีฬนฺตา ๔ ยาวกีวญฺจ เตสุ ปํสฺวาคารเกสุ อวีตราคา โหนฺติ อวีตจฺฉนฺทา อวีตเปมา อวีตปิปาสา อวีตปริฬาหา อวีตตณฺหา ตาวตานิ ปํสฺวาคารกานิ อาลยนฺติ เกฬายนฺติ ๕ ธนายนฺติ มมายนฺติ ยโต จ โข ราธ กุมารกา วา กุมาริกาโย วา เตสุ ปํสฺวาคารเกสุ วีตราคา โหนฺติ วีตจฺฉนฺทา วีตเปมา วีตปิปาสา วีตปริฬาหา วีตตณฺหา อถ โข ตานิ ปํสฺวาคารกานิ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วิกิรนฺติ วิธมนฺติ วิทฺธํเสนฺติ วิกีฬนิกํ ๑ กโรนฺติ ฯ เอวเมว โข ราธ ตุเมฺหปิ รูปํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ เวทนํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ วิญฺญาณํ วิกิรถ วิธมถ วิทฺธํเสถ วิกีฬนิกํ กโรถ ตณฺหกฺขยาย ปฏิปชฺชถ ฯ ตณฺหกฺขโย หิ ราธ นิพฺพานนฺติ ฯ
๑ สี. ม. อจฺจยาสิ ฯ อ. อจฺจสา ฯ ๒ ม. ยุ. นิพฺพานปรายนนฺติ ทิสฺสติ ฯ
๓ ยุ. กุมาริโย ฯ ๔ ม. ยุ. กิฬนฺติ ฯ ๕ สี. อลฺลียนฺติ ฯ อ. กีฬายนฺติ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า สัตว์ สัตว์ ดังนี้ ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอแล จึงเรียกว่า สัตว์?
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรราธะ เพราะเหตุที่มี ความพอใจ ความกำหนัดความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูปแล เป็นผู้ข้องในรูป เป็นผู้เกี่ยวข้องในรูปนั้น ฉะนั้นจึงเรียกว่า สัตว์. เพราะเหตุที่มีความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในเวทนา ... ในสัญญา ... ในสังขาร ... ในวิญญาณ เป็นผู้ข้องในวิญญาณ เป็นผู้เกี่ยวข้องในวิญญาณนั้น ฉะนั้น จึงเรียกว่า สัตว์. ดูกรราธะ เด็กชายหรือเด็กหญิง เล่นอยู่ตามเรือนฝุ่นทั้งหลาย เป็นผู้ยังไม่ปราศจากความกำหนัด ไม่ปราศจากความพอใจ ไม่ปราศจากความรักไม่ปราศจากความกระหาย ไม่ปราศจากความกระวนกระวาย ไม่ปราศจากความทะยานอยากในเรือนฝุ่นเหล่านั้นอยู่เพียงใด ย่อมอาลัย ย่อมอยากเล่น ย่อมหวงแหน ย่อมยึดถือเรือนฝุ่นทั้งหลายอยู่เพียงนั้น.
ดูกรราธะ แต่ว่าในกาลใด เด็กชายหรือเด็กหญิงเป็นผู้ปราศจากความกำหนัด ปราศจากความพอใจ ปราศจากความรัก ปราศจากความกระหาย ปราศจากความกระวนกระวาย ปราศจากความทะยานอยากในเรือนฝุ่นเหล่านั้นแล้ว ในกาลนั้นแล เด็กชายหรือเด็กหญิงเหล่านั้น ย่อมรื้อ ย่อมยื้อแย่ง ย่อมกำจัด ย่อมทำเรือนฝุ่นเหล่านั้น ให้เล่นไม่ได้ด้วยมือและเท้า ฉันใด ดูกรราธะ แม้เธอทั้งหลายก็จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด จงทำรูปให้เป็นของเล่นไม่ได้ จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด จงทำเวทนาให้เป็นของเล่นไม่ได้ จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัด จงทำสัญญาให้เป็นของเล่นไม่ได้ จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา จงรื้อ จงยื้อแย่ง จงกำจัดจงทำสังขารให้เป็นของเล่นไม่ได้ จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา จงรื้อ จงยื้อแย่งจงกำจัด จงทำวิญญาณให้เป็นของเล่นไม่ได้ จงปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา ฉันนั้นนั่นเทียวแล. ดูกรราธะ เพราะว่าความสิ้นไปแห่งตัณหา เป็นนิพพาน.
จบ สูตรที่ ๒.
End of ๒. สัตตสูตร