arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มหารถวรรค

๓. ฉัตตมาณวกวิมาน เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๓ (Royal Thai)3/14 in มหารถวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ฉัตตมาณวกวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในฉัตตมาณวกวิมาน

พระผู้มีพระภาค เมื่อจะทรงแสดงวิธีเรียนไตรสรณคมน์แก่ฉัตตมาณพ จึงได้ตรัสว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มหารถวรรค ฉัตตมาณวกวิมาน (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 48 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๓ โย วทตํ ปวโร มนุเชสุ

สกฺยมุนี ภควา กตกิจฺโจ

ปารคโต พลวิริยสมงฺคี

ตํ สุคตํ สรณตฺถมุเปหิ

ราควิราคมเนญฺชมโสกํ

ธมฺมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ

มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ

ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหิ

ยตฺถ จ ทินฺนมหปฺผลมาหุ

จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ

อฏฺฐ จ ปุคฺคลธมฺมทฺทสา เต

สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหีติ ๑ ฯ

น ตถา ตปติ นภสฺมึ สุริโย

จนฺโท น ภาสติ น ผุสฺโส

ยถา ตุลมิทํ มหปฺปภาสํ

โก นุ ตฺวํ ติทิวามหิมุปาคมิ

ฉินฺทติ จ รํสิ ปภากรสฺส

สาธิกวีสติ โยชนานิ อาภา

รตฺติมฺปิ จ ยถา ทิวํ กโรติ

ปริสุทฺธํ วิมลํ สุภํ วิมานํ

พหูปทุมวิจิตฺรปุณฺฑรีกํ

โวกิณฺณํ กุสุเมหิ เนกวิจิตฺตํ ๑

อรชวิรชเหมชาลจฺฉนฺนํ

อากาเส ตปติ ยถาปิ สุริโย

รตฺตกมฺพลปีตวาสสาหิ ๒

อคลูปิยงฺคุกจนฺทนุสฺสทาหิ

กญฺจนตนุสนฺนิภตฺตจาหิ

ปริปูรงฺคคณํว ตารกาหิ

นรนาริโย พหุเกตฺถ เนกวณฺณา

กุสุมวิภูสิตาภรเณตฺถ สุมนา

อนิลปมุญฺจิตา ปวนฺติ สุรภิ ๓

ตปนียจิตฺตตฺตา สุวณฺณฉทนา

กิสฺส กมฺมสฺส ๔ อยํ วิปาโก

เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺโน

ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ

ตทนุรูปํ อวจาสิ อิงฺฆ ปุฏฺโฐติ ฯ

สยมิธ ปเถ สเมจฺจ มาณเวน

สตฺถานุสาสิ อนุกมฺปมาโน

ตว รตนวรสฺส ธมฺมํ สุตฺวา

กริสฺสามีติ จ อิติ พฺรวิตฺถ ฉตฺโต

ชินปวรํ อุเปมิ สรณํ

ธมฺมญฺจาปิ ตเถว ภิกฺขุสงฺฆํ

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ

มา จ ปาณวธํ วิวิธมาจรสฺสุ อสุจึ

น หิ ปาเณสุ อสญฺญตํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ

มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตาโย ๑ [๒]

ปรภริยาโย อคมา อนริยเมตํ

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต๑

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ

มา จ วิตถํ อญฺญถา อภณิ

น หิ มุสาวาทํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ

เยน จ ปุริสสฺส อเปติ สญฺญา

ตํ มชฺชํ ปริวชฺชยสฺสุ สพฺพํ

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ

สฺวาหํ อิธ ปญฺจสิกฺขา กริตฺวา

ปฏิปชฺชิตฺวา ตถาคตสฺส ธมฺเม

เทฺวปถมคมาสึ โจรมชฺเฌ

เต มํ ตตฺถ วธึสุ โภคเหตุ

เอตฺตกมิทํ อนุสฺสรามิ กุสลํ

ตโต ปรํ น เม วิชฺชติ อญฺญํ

เตน สุจริเตน กมฺมุนาหํ

อุปปนฺโน ติทิเวสุ กามกามี

ปสฺส ขณมุหุตฺตสญฺญมสฺส

อนุธมฺมปฏิปตฺติยา วิปากํ

ชลมิว ยสสา เปกฺขมานา

พหุกา มํ ปิหยนฺติ หีนธมฺมา ๑

ปสฺส กติปยาย เทสนาย

สุคติญฺจมฺหิ คโต สุขญฺจ ปตฺโต

เย จ เต สตฺตญฺจ สุณนฺติ ธมฺมํ

มญฺเญ เต อมตํ ผุสนฺติ เขมํ

อปฺปกมฺปิ กตํ มหาวิปากํ

วิปุลํ โหติ ตถาคตสฺส ธมฺเม

ปสฺส กตปุญฺญตาย ฉตฺโต

โอภาเสติ ปฐวึ ยถาปิ สุริโย

กิมิทํ กุสลํ กิมาจเรม

อิจฺเจเก หิ สเมจฺจ มนฺตยนฺติ

เต มยํ ปุนเทว ลทฺธา มานุสฺสตฺตํ

ปฏิปนฺนา วิจาเรมุ ๑ สีลวนฺโต

พหุกาโร อนุกมฺปโก จ เม สตฺถา

อิติ เม สติ อคมา ทิวาทิวสฺส

สฺวาหํ อุปคโตมฺหิ สจฺจนามํ

อนุกมฺปสฺสุ ปุนปิ สุโณมิ ๒ ธมฺมํ

เยธ ปชหนฺติ กามราคํ

ภวราคานุสฺสยญฺจ ปหาย โมหํ

น จ เต อุเปนฺติ ๓ คพฺภเสยฺยํ

ปรินิพฺพานคตา หิ สีติภูตาติ ฯ

ฉตฺตมาณวกวิมานํ ตติยํ ฯ

๑ ม. ยุ. สรณตฺถมุเปหิ ฯ

๑ ม. เนกจิตฺตํ ฯ ๒ ม. ยุ. รตฺตมฺพรปิต ... ฯ ๓ ม. สุรภึ ฯ

๔ ม. สํยมสฺส ฯ

๑ ม. รกฺขิตมฺปิ ฯ ยุ. รกฺขิตมฺหิ ฯ ๒ โป. ยุ. อาทาตพฺพมมญฺญิตฺโถ อทินฺนํ

โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตาโย ฯ

๑ หีนกามาติปิ ทิสฺสติ ฯ

๑ วิหเรมุ อิติปิ ทิสฺสติ ฯ ๒ สี. สุโณม ฯ ม. สุเณมุ ฯ ๓ โป. ยุ. ปุนมุเปนฺติ ฯ

Royal Thai

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเป็นโอรสแห่งศากยราช เป็นผู้จำแนกแจกธรรม มีกิจอันทำเสร็จแล้วผู้ถึงฝั่ง เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกำลังและความเพียร ท่านจงถึงพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้เสด็จไปดีแล้ว เพื่อเป็นที่พึ่งของตนเถิด ท่านจงเข้าถึงพระธรรม อันเป็นธรรมคลายความกำหนัด เป็นธรรมไม่หวั่นไหว ไม่มีความเศร้าโศก อันปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้ ไม่ปฏิกูล เป็นธรรมไพเราะคล่องแคล่ว เป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกดีแล้วเพื่อเป็นที่พึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวทาน อันบุคคลให้แล้วในพระอริยสงฆ์ผู้สะอาด เป็นคู่แห่งบุรุษทั้ง ๔ เป็นบุรุษบุคคล ๘ เพราะเหตุได้แสดงธรรมว่ามีผลมาก ท่านจงเข้าถึงพระสงฆ์นี้ เพื่อเป็นที่พึ่งเถิด.

พระผู้มีพระภาค เพื่อจะทรงประกาศบุญกรรมอันฉัตตเทพบุตรนั้นทำแล้ว ให้ปรากฏแก่มหาชน จึงได้ตรัสถามฉัตตเทพบุตรนั้นว่า.

วิมานของท่านนี้ มีรัศมีรุ่งเรืองมากมายหาที่เปรียบเทียบมิได้ ฉันใดถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวนักขัตฤกษ์ รุ่งเรืองอยู่ในท้องฟ้าก็ไม่อาจจะเปรียบเทียบได้ ฉันนั้น ท่านเป็นใครหนอ มาเกิดในวิมานนี้ อนึ่ง วิมานของท่านนี้มีรัศมีรุ่งเรืองตัดเสียซึ่งรัศมีแห่งพระจันทร์และพระอาทิตย์ มีรัศมีแผ่ไปเกินกว่า ๒๐ โยชน์ และทำแม้กลางคืนให้เป็นดุจกลางวัน วิมานของท่านนี้งามบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่หม่นหมองงดงามไปด้วยดอกปทุมแลบัวขาวเป็นอันมาก เกลื่อนกลาดไปด้วยดอกโกสุม งามวิจิตรด้วยมาลากรรมหลายอย่างต่างๆ กัน ปกคลุมไปด้วยข่ายทองคำอันบริสุทธิ์ ปราศจากธุลี ดุจพระอาทิตย์แผดแสงสว่างอยู่ในอากาศฉะนั้น

อนึ่ง ท่านทรงผ้ากัมพลแดง ลางทีก็ทรงภูษาสีเหลืองสดใส มีสกลกาย ลูบไล้ด้วยกลิ่นกฤษณา ดอกประยงค์ และแก่นจันทน์ คันธชาติ มีผิวพรรณเปล่งปลั่งด้วยทองคำ ท่านจะไปเที่ยวในวิมานใด วิมานนี้ก็เต็มไปด้วยเทพบุตรและนางเทพธิดา อันเที่ยวไปในที่นั้น ดุจท้องฟ้าอันดาดาษไปด้วยหมู่ดาว ฉะนั้น เทพบุตรเทพธิดาในวิมานนั้นมากมายมีวรรณะต่างๆ กัน ทรงอาภรณ์ทิพย์อันประดับด้วยดอกโกสุมและดอกมะลิ สวมใส่เครื่องประดับผุดผ่อง มีกายรุ่งเรืองวิจิตรปกปิดด้วยเครื่องทอง หอมฟุ้งไป นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไรท่านมาเกิดในวิมานนี้ เพราะผลแห่งกรรมอะไร ก็วิมานนี้อันท่านได้แล้วด้วยประการใด ตถาคตถามแล้ว ขอท่านจงบอกเหตุแห่งการ

ได้วิมานนั้น ด้วยประการนั้นเถิด?

ฉัตตเทพบุตรกราบทูลว่า

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์ได้พบกับมาณพคนหนึ่งชื่อฉัตตมาณพซึ่งเดินทางมาในทางนี้ พระองค์ทรงเป็นครู ทรงเอ็นดูพร่ำสอนธรรมแก่เขา ฉัตตมาณพนั้นคือข้าพระองค์ ได้ฟังธรรมของพระองค์ผู้เป็นรัตนะอันประเสริฐ แล้วได้ทูลรับรองว่า จักกระทำตามที่พระองค์พร่ำสอน อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ว่า ท่านจงเข้าถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ กับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งเถิดข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกว่าท่านอย่าได้ประพฤติฆ่าสัตว์มีประการต่างๆ อันเป็นความไม่สะอาดเพราะท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ย่อมไม่สรรเสริญความไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ตรัสบอกว่า ท่านอย่าได้ถือเอาสิ่งของที่คนอื่นรักษาหวงแหน และอย่าได้คบชู้กะภรรยาของผู้อื่น เพราะข้อนี้ไม่ประเสริฐ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้กระทำตามพระดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกว่า ท่านอย่าได้พูดให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เพราะผู้มีปัญญาทั้งหลายมิได้สรรเสริญการพูดเท็จ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระราชดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกว่า สัญญาของบุรุษย่อมฟั่นเฟือนไป เพราะน้ำเมาอันได้ดื่มแล้วท่านจงงดเว้นน้ำเมาอันเป็นโทษทั้งหมด

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้ปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระราชดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น ข้าพระองค์นั้นได้รักษาศีล ๕ ในศาสนาของพระองค์และได้ปฏิบัติในธรรมของพระตถาคต ได้เดินทางไปถึงระหว่างเขตบ้านทั้งสอง ในท่ามกลางหมู่โจร โจรเหล่านั้นได้ฆ่าข้าพระองค์เพราะเหตุแห่งโภคทรัพย์ ข้าพระองค์ระลึกถึงกุศลมีประมาณเท่านี้ สิ่งอื่นอันยิ่งไปกว่ากุศลตามที่กราบทูลแล้วนั้น มิได้มีแก่ข้าพระองค์ เพราะกรรมอันสุจริตนั้น ข้าพระองค์จึงได้เกิดในไตรทิพย์ พรั่งพร้อมด้วยกามคุณตามปรารถนา ขอพระองค์ทรงดูผลแห่งการถึงสรณคมน์ สมาทานศีลและการปฏิบัติธรรมอันสมควร สิ้นกาลเพียงครู่หนึ่งเหมือนดังรุ่งเรืองอยู่ด้วยฤทธิ์และยศเกินจะประมาณ

ชนทั้งหลายซึ่งมีโภคทรัพย์ด้อยกว่าสมบัติของข้าพระองค์เป็นอันมาก มาเห็นสมบัติอันมากของข้าพระองค์ย่อมอยากได้ ขอพระองค์ทรงดูผลแห่งเทศนาอันเล็กน้อย อันข้าพระองค์ฟังแล้ว ข้าพระองค์ยังไปสู่สุคติและได้ประสบความสุขชนเหล่าใดได้ฟังธรรมของพระองค์เนืองๆ ชนเหล่านั้นเห็นจะได้บรรลุนิพพานอันเป็นธรรมไม่ตาย เป็นธรรมเกษม เพราะกุศลมีประมาณไม่น้อย อันชนเหล่านั้นทำแล้ว ขอพระองค์ทรงดูผลอันมากมายไพบูลย์ อันข้าพระองค์ตั้งอยู่ในธรรมของพระตถาคตทำไว้แล้ว ฉัตตเทพบุตรยังปฐพีให้สว่างไสวดุจพระอาทิตย์ เพราะเป็นผู้มีบุญอันทำไว้แล้วก็ชนบางพวกได้พบได้เห็นแล้วพากันคิดว่า พวกเราจักทำกุศลอย่างไรจะประพฤติอย่างไร

จึงจะได้อย่างนี้ (คิดไปๆ เห็นว่าทำได้แสนยากดุจพลิกแผ่นดินและดุจยกเขาสิเนรุราช) ชนเหล่านั้นจึงคิดว่า พวกเราได้ความเป็นมนุษย์อีกแล้ว ควรเป็นผู้มีศีล ปฏิบัติ ประพฤติธรรมพระองค์เป็นครูของข้าพระองค์ ทรงมีอุปการะและอนุเคราะห์แก่ข้าพระองค์เป็นอันมาก เมื่อข้าพระองค์ได้พบพระองค์แล้วในวันนั้น ก็ได้ถูกพวกโจรฆ่าตายในเวลาเช้า ข้าพระองค์เป็นฉัตตมาณพได้เข้าถึงสัจจนามขอพระองค์ทรงอนุเคราะห์แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะขอฟังธรรมอีกชนเหล่าใดในศาสนานี้ ละกามราคะ ภวราคะ อันเป็นอนุสัยและโมหะแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์ต่อไป เพราะว่า

เป็นผู้บรรลุนิพพาน มีความเย็นเกิดแล้ว.

จบ ฉัตตมาณวกวิมานที่ ๓

End of ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน