arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ

เรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวช เล่ม ๔

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๗ (Royal Thai)44/52 in มหาขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๔๙. ติรจฺฉานคตวตฺถุ

๔๙. ติรัจฉานคตวัตถุ

ว่าด้วยสัตว์ดิรัจฉานบรรพชา

นาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบรรพชา

พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ เรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวช (Royal Thai Volume 4 · Mahachula Volume 4 · Mahamakut Volume 6 · Chaloem Phrakiat Volume 4)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 4, pp. 124–125 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 4, pp. 175–177

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร นาโค นาคโยนิยา อฏฺฏียติ หรายติ ชิคุจฺฉติ. อถ โข ตสฺส นาคสฺส เอตทโหสิ “เกน นุ โข อหํ อุปาเยน นาคโยนิยา จ ปริมุจฺเจยฺยํ, ขิปฺปญฺจ มนุสฺสตฺตํ ปฏิลเภยฺยนฺ”ติ. อถ โข ตสฺส นาคสฺส เอตทโหสิ “อิเม โข สมณา สกฺยปุตฺติยา ธมฺมจาริโน สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา, สเจ โข อหํ สมเณสุ สกฺยปุตฺติเยสุ ปพฺพเชยฺยํ, เอวาหํ นาคโยนิยา จ ปริมุจฺเจยฺยํ, ขิปฺปญฺจ มนุสฺสตฺตํ ปฏิลเภยฺยนฺ”ติ. อถ โข โส นาโค มาณวกวณฺเณน ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ, ตํ ภิกฺขู ปพฺพาเชสุํ อุปสมฺปาเทสุํ. เตน โข ปน สมเยน โส นาโค อญฺญตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ ปจฺจนฺติเม

วิหาเร ปฏิวสติ. อถ โข โส ภิกฺขุ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อชฺโฌกาเส จงฺกมติ. อถ โข โส นาโค ตสฺส ภิกฺขุโน นิกฺขนฺเต วิสฺสฏฺโฐ นิทฺทํ โอกฺกมิ. สพฺโพ วิหาโร อหินา ปุณฺโณ. วาตปาเนหิ โภคา นิกฺขนฺตา โหนฺติ. อถ โข โส ภิกฺขุ “วิหารํ ปวิสิสฺสามี”ติ กวาฏํ ปณาเมนฺโต อทฺทส สพฺพํ วิหารํ อหินา ปุณฺณํ วาตปาเนหิ โภเค นิกฺขนฺเต; ทิสฺวาน ภีโต วิสฺสรมกาสิ. ภิกฺขู อุปธาวิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจุํ “กิสฺส ตฺวํ อาวุโส วิสฺสรมกาสี”ติ. อยํ อาวุโส สพฺโพ วิหาโร อหินา ปุณฺโณ, วาตปาเนหิ โภคา นิกฺขนฺตาติ. อถ โข โส นาโค เตน สทฺเทน ปฏิพุชฺฌิตฺวา สเก อาสเน นิสีทิ. ภิกฺขู เอวมาหํสุ “โกสิ

ตฺวํ อาวุโส”ติ. อหํ ภนฺเต นาโคติ. กิสฺส ปน ตฺวํ อาวุโส เอวรูปมกาสีติ. อถ โข โส นาโค ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสํฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ตํ นาคํ เอตทโวจ “ตุเมฺห ขวตฺถ นาคา อวิรูฬฺหิธมฺมา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย, คจฺฉ ตฺวํ นาค, ตตฺเถว จาตุทฺทเส ปณฺณรเส อฏฺฐมิยา จ ปกฺขสฺส อุโปสถํ อุปวส, เอวํ ตฺวํ นาคโยนิยา จ ปริมุจฺจิสฺสสิ, ขิปฺปญฺจ มนุสฺสตฺตํ ปฏิลภิสฺสสี”ติ. อถ โข โส นาโค “อวิรูฬฺหิธมฺโม กิราหํ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย”ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน อสฺสูนิ ปวตฺตยมาโน วิสฺสรํ กริตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ “เทฺวเม ภิกฺขเว ปจฺจยา นาคสฺส สภาวปาตุกมฺมาย: ยทา จ สชาติยา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวติ, ยทา จ วิสฺสฏฺโฐ นิทฺทํ โอกฺกมติ; อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปจฺจยา นาคสฺส สภาวปาตุกมฺมาย. ติรจฺฉานคโต ภิกฺขเว อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ, อุปสมฺปนฺโน นาเสตพฺโพ”ติ. (๔)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น นาคตัวหนึ่งอึดอัด ระอา รังเกียจกำเนิดนาค ต่อมา นาคนั้นมีความดำริว่า “ด้วยอุบายอย่างไรหนอ เราจะพึงพ้นจากกำเนิดนาคและพึงได้อัตภาพมนุษย์ฉับพลัน” คิดได้ว่า พระสมณะเชื้อสายศากยบุตรเหล่านี้เป็น ผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าววาจาสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ถ้าเราจะพึงบรรพชาในพวกพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรไซร้ ด้วยอุบายอย่างนี้ เราก็จะพึงพ้นจากกำเนิดนาค และได้อัตภาพมนุษย์ฉับพลัน จึงแปลงกายเป็นชายหนุ่มเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายขอบรรพชา

ภิกษุทั้งหลาย ได้ให้บรรพชาให้อุปสมบท ต่อมา พระนาคอาศัยอยู่ในวิหาร หลังสุดท้ายกับภิกษุรูปหนึ่ง ครั้นราตรีย่ำรุ่ง ภิกษุรูปนั้นตื่นขึ้นไปเดินจงกรมอยู่ในที่ แจ้ง เมื่อเธอออกไปแล้ว พระนาคก็วางใจก้าวลงสู่ความหลับ วิหารทั้งหลังเต็ม ด้วยงู ขนดยื่นออกทางหน้าต่าง ครั้นภิกษุนั้นผลักบานประตูจะเข้าวิหาร ได้เห็น วิหารทั้งหลังเต็มด้วยงู ขนดยื่นออกทางหน้าต่าง ก็ตกตะลึงร้องเสียงดังภิกษุทั้งหลายวิ่งเข้าไปหาถามภิกษุนั้นว่า “อาวุโส ท่านร้องเสียงดังทำไม”

ภิกษุนั้นบอกว่า “ท่านทั้งหลาย วิหารทั้งหลังเต็มด้วยงู ขนดยื่นออกทาง หน้าต่าง”

ทันใดนั้น พระนาคได้ตื่นขึ้นเพราะเสียงนั้น รีบนั่งบนอาสนะของตน

ภิกษุทั้งหลายถามว่า “อาวุโส ท่านเป็นใคร”

พระนาคตอบว่า “ผมเป็นนาค ขอรับ”

ภิกษุทั้งหลายถามว่า “อาวุโส ท่านได้ทำเช่นนี้เพื่ออะไร”

พระนาคได้บอกเรื่องนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ได้ตรัสกับพระนาคนั้นว่า “พวกเจ้าเป็นนาค ไม่มีความงอกงามในพระธรรมวินัยนี้ ไปเถิด นาค เจ้าจงเข้าจำอุโบสถในดิถีที่ ๑๔ ดิถีที่ ๑๕ และดิถีที่ ๘ แห่งปักษ์นั้น แหละ ด้วยอุบายอย่างนี้ เจ้าจักพ้นจากกำเนิดนาค และได้อัตภาพมนุษย์ฉับพลัน”นาคครั้นได้ทราบว่าตนไม่มีความงอกงามในพระธรรมวินัยนี้แน่นอน ก็มีทุกข์ เสียใจ หลั่งน้ำตาส่งเสียงดังหลีกไป

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย เหตุที่ ทำให้นาคปรากฏร่างเป็นนาค มี ๒ ประการเหล่านี้ คือ (๑) เวลาที่เสพเมถุนธรรม กับนางนาคมีชาติเสมอกัน (๒) เวลาที่วางใจก้าวลงสู่ความหลับ ภิกษุทั้งหลาย เหตุที่ทำให้นาคปรากฏร่างเป็นนาคมี ๒ ประการเหล่านี้ภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันผู้เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบท แล้วพึงให้สึกเสีย” (๔)

End of เรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวช