arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ

พรหมยาจนกถา เล่ม ๔

Text layerBuddha’s wordsItems ๘–๙ (Royal Thai)6/52 in มหาขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พรหมยาจนกถา

พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ พรหมยาจนกถา (Royal Thai Volume 4 · Mahachula Volume 4 · Mahamakut Volume 6 · Chaloem Phrakiat Volume 4)

Pali (Siam Rath)

อถโข พฺรหฺมุโน สหมฺปติสฺส ๑ ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เอตทโหสิ นสฺสติ วต โภ โลโก วินสฺสติ วต โภ โลโก ยตฺร หิ นาม ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมติ โน ธมฺมเทสนายาติ ฯ อถโข พฺรหฺมา สหมฺปติ เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว ๒ พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิโต ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสิ ฯ อถโข พฺรหฺมา สหมฺปติ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ๓ ปฐวิยํ ๔ นิหนฺตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ เทเสตุ ภนฺเต ภควา ธมฺมํ เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ สนฺติ ๕ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา ๖ อสฺสวนตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโรติ ฯ อิทมโวจ พฺรหฺมา สหมฺปติ อิทํ วตฺวา อถาปรํ เอตทโวจ

ปาตุรโหสิ มคเธสุ ปุพฺเพ

ธมฺโม อสุทฺโธ สมเลหิ จินฺติโต ฯ

อปาปุเรตํ อมตสฺส ทฺวารํ

สุณนฺตุ ธมฺมํ วิมเลนานุพุทฺธํ ฯ

เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต

ยถาปิ ปสฺเส ชนตํ สมนฺตโต

ตถูปมํ ธมฺมมยํ สุเมธ

ปาสาทมารุยฺห สมนฺตจกฺขุ

โสกาวติณฺณํ ชนตํ อเปตโสโก

อเวกฺขสฺสุ ๑ ชาติชราภิภูตํ ฯ

อุฏฺเฐหิ วีร วิชิตสงฺคาม

สตฺถวาห อนณ วิจร โลเก ฯ

เทสสฺสุ ๒ ภควา ธมฺมํ อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตีติ ๓ ฯ

๑ สหปฺปตีติปิ ตสฺส นามํ ฯ ๒ สี. เอวเมวํ ฯ ๓ ยุ. ทกฺขิณญฺชานุมณฺฑลํ ฯ

๔ รา. ภูมิยํ ฯ สี. ปุถุวิยํ ฯ ๕ สนฺตีธาติปิ ปาโฐ ฯ ๖ สี. อปฺปรชกฺขชาติยา ฯ

๑ อเปกฺขสฺสูติปิ ปาโฐ ฯ ๒ เยภุยฺเยน เทเสตูติ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ ๓ ยุ. รา.

ติกฺขตฺตุํ อชฺเฌสนา กตา ฯ เตสุ หิ เอวํ ทิสฺสติ เอวํ วุตฺเต ภควา พฺรหฺมานํ

สหมฺปตึ เอตทโวจ มยฺหํ โข พฺรหฺเม เอตทโหสิ อธิคโต โข มยายํ ธมฺโม .. สา มมสฺส

วิเหสาติ อปิสฺสุ มํ พฺรหฺเม อิมา อนจฺฉริยา คาถาโย ปฏิภํสุ ปุพฺเพ เม

อสฺสุตปุพฺพา ... อาวุฏาติ อิติห เม พฺรหฺเม ปฏิสญฺจิกฺขโต อปฺโปสฺสุกฺกตาย

จิตฺตํ นมติ โน ธมฺมเทสนายาติ ฯ ทุติยมฺปิโข พฺรหฺมา สหมฺปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ

เทเสตุ ภนฺเต

Royal Thai

ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้มีพระภาคด้วยใจของตนแล้วเกิดความปริวิตกว่า ชาวเราผู้เจริญ โลกจักฉิบหายหนอ โลกจักวินาศหนอ เพราะพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงน้อมพระทัยไปเพื่อความขวนขวายน้อย ไม่ทรงน้อมพระทัยไปเพื่อทรงแสดงธรรม.

ลำดับนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้หายไปในพรหมโลก มาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาค ดุจบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้หรือคู้แขนที่เหยียดฉะนั้น ครั้นแล้วห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า คุกชาณุมณฑลเบื้องขวาลงบนแผ่นดิน ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาคแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดทรงแสดงธรรมขอพระสุคตได้โปรดทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี.

ท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลดังนี้แล้ว จึงกราบทูลเป็นประพันธคาถาต่อไปว่า

เมื่อก่อนธรรมไม่บริสุทธิ์อันคนมีมลทินทั้งหลาย

คิดแล้วได้ปรากฏในมคธชนบท ขอพระองค์ได้

โปรดทรงเปิดประตูแห่งอมตธรรมนี้ ขอสัตว์ทั้ง

หลายจงฟังธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้หมด

มลทินตรัสรู้แล้วตามลำดับ เปรียบเหมือนบุรุษ

มีจักษุยืนอยู่บนยอดภูเขา ซึ่งล้วนแล้วด้วยศิลา

พึงเห็นชุมชนได้โดยรอบฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มี

ปัญญาดี มีพระปัญญาจักษุรอบคอบ ขอพระองค์

ผู้ปราศจากความโศกจงเสด็จขึ้นสู่ปราสาท อัน

สำเร็จด้วยธรรม แล้วทรงพิจารณาชุมชน ผู้

เกลื่อนกล่นด้วยความโศก ผู้อันชาติและชรา

ครอบงำแล้ว มีอุปมัยฉันนั้นเถิด ข้าแต่

พระองค์ผู้มีความเพียร ทรงชนะสงคราม ผู้นำหมู่

หาหนี้มิได้ ขอพระองค์จงทรงอุตสาหะเที่ยวไป

ในโลกเถิด ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรม

เพราะสัตว์รู้ทั่วถึงธรรมจักมี.

Pali (Siam Rath)

อถโข ภควา พฺรหฺมุโน จ อชฺเฌสนํ วิทิตฺวา สตฺเตสุ จ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสิ ฯ อทฺทสา โข ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สตฺเต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย สฺวากาเร ทฺวากาเร สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเย อปฺเปกจฺเจ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน ๑ วิหรนฺเต ฯ เสยฺยถาปิ นาม อุปฺปลินิยํ วา ปทุมินิยํ วา ปุณฺฑรีกินิยํ วา อปฺเปกจฺจานิ อุปฺปลานิ วา ปทุมานิ วา ปุณฺฑรีกานิ วา อุทเก ชาตานิ อุทเก สํวฑฺฒานิ อุทกานุคฺคตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ อปฺเปกจฺจานิ อุปฺปลานิ วา ปทุมานิ วา ปุณฺฑรีกานิ วา อุทเก ชาตานิ อุทเก สํวฑฺฒานิ สโมทกํ ฐิตานิ อปฺเปกจฺจานิ อุปฺปลานิ วา ปทุมานิ วา ปุณฺฑรีกานิ วา อุทเก ชาตานิ อุทเก สํวฑฺฒานิ อุทกา อจฺจุคฺคมฺม ติฏฺฐนฺติ ๒ อนุปลิตฺตานิ อุทเกน เอวเมว ๓ ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต อทฺทส สตฺเต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย สฺวากาเร ทฺวากาเร สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเย อปฺเปกจฺเจ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน วิหรนฺเต ทิสฺวาน พฺรหฺมานํ สหมฺปตึ คาถาย อชฺฌภาสิ

อปารุตา เต ๑ อมตสฺส ทฺวารา

เย โสตวนฺโต ปมุญฺจนฺตุ สทฺธํ ฯ

วิหึสสญฺญี ปคุณํ น ภาสึ

ธมฺมํ ปณีตํ มนุเชสุ พฺรหฺเมติ ฯ

อถโข พฺรหฺมา สหมฺปติ กตาวกาโส โขมฺหิ ภควตา ธมฺมเทสนายาติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ ฯ

ภควา ธมฺมํ ... อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตีติ ฯ ทุติยมฺปิ โข ภควา พฺรหฺมานํ สหมฺปตึ

เอตทโวจ มยฺหํ โข พฺรหฺเม เอตทโหสิ ... โน ธมฺมเทสนายาติ ฯ ตติยมฺปิ โข

พฺรหฺมา สหมฺปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ เทเสตุ ภนฺเต ภควา ธมฺมํ ... อญฺญาตาโร

ภวิสฺสนฺตีติ ฯ

๑ ม. ...ทสฺสาวิเน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ฐิตานิ ฯ ๓ ม. เอวเมวํ ฯ

Royal Thai

ทรงพิจารณาสัตวโลกเปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงกราบคำทูลอาราธนาของพรหม และทรงอาศัยความกรุณาในหมู่สัตว์ จึงทรงตรวจดูสัตวโลกด้วยพุทธจักษุ เมื่อตรวจดูสัตว์โลกด้วยพุทธจักษุได้ทรงเห็นสัตว์ทั้งหลายที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยก็มี ที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุมากก็มี ที่มีอินทรีย์แก่กล้าก็มี ที่มีอินทรีย์อ่อนก็มี ที่มีอาการดีก็มี ที่มีอาการทรามก็มี ที่จะสอนให้รู้ได้ง่ายก็มีที่จะสอนให้รู้ได้ยากก็มี ที่มีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัยอยู่ก็มี.

มีอุปมาเหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริกที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว.

พระผู้มีพระภาคทรงตรวจดูสัตวโลกด้วยพุทธจักษุ ได้ทรงเห็นสัตว์ทั้งหลาย บางพวกมีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อย บางพวกมีธุลีคือกิเลสในจักษุมาก บางพวกมีอินทรีย์แก่กล้าบางพวกมีอินทรีย์อ่อน บางพวกมีอาการดี บางพวกมีอาการทราม บางพวกสอนให้รู้ได้ง่ายบางพวกสอนให้รู้ได้ยาก บางพวกมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัยอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน ครั้นแล้วได้ตรัสคาถาตอบท้าวสหัมบดีพรหมว่า ดังนี้:-

เราเปิดประตูอมตะแก่ท่านแล้ว สัตว์เหล่าใดจะฟัง

จงปล่อยศรัทธามาเถิด ดูกรพรหม เพราะเรา

มีความสำคัญในความลำบาก จึงไม่แสดงธรรม

ที่เราคล่องแคล่ว ประณีต ในหมู่มนุษย์.

ครั้นท้าวสหัมบดีพรหมทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงประทานโอกาสเพื่อจะแสดงธรรมแล้ว จึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคทำประทักษิณแล้ว อันตรธานไปในที่นั้นแล.

พรหมยาจนกถา จบ

End of พรหมยาจนกถา