กฐินขันธกะ
Text layerBuddha’s wordsItems 95–127 (Royal Thai)7/10 in มหาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
กฐินกฺขนฺธกํ
กฐินขันธกะ
ภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้า
พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ ภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้า (Royal Thai Volume 5 · Mahachula Volume 5 · Mahamakut Volume 7 · Chaloem Phrakiat Volume 5)
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ตึสมตฺตา ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สพฺเพ อารญฺญกา สพฺเพ ปิณฺฑปาติกา สพฺเพ ปํสุกูลิกา สพฺเพ เตจีวริกา สาวตฺถึ คจฺฉนฺตา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย นาสกฺขึสุ สาวตฺถิยํ วสฺสูปนายิกํ สมฺภาเวตุํ อนฺตรามคฺเค สาเกเต วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ ฯ เต อุกฺกณฺฐิตรูปา วสฺสํ วสึสุ อาสนฺเน ว โน ภควา วิหรติ อิโต ฉสุ โยชเนสุ น จ มยํ ลภาม ภควนฺตํ ทสฺสนายาติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู วสฺสํ วุตฺถา เตมาสจฺจเยน กตาย ปวารณาย เทเว วสฺสนฺเต อุทกสงฺคเห อุทกจิกฺขลฺเล โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ กิลนฺตรูปา เยน สาวตฺถี เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ
อาจิณฺณํ โข ปเนตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ ฯ อถโข ภควา เต ภิกฺขู เอตทโวจ กจฺจิ ภิกฺขเว ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ กจฺจิ สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ผาสุกํ วสฺสํ วสิตฺถ น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถาติ ฯ ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา สมคฺคา จ มยํ ภนฺเต สมฺโมทมานา อวิวทมานา วสฺสํ วสิมฺหา น จ ปิณฺฑเกน กิลมิมฺหา อิธ มยํ ภนฺเต ตึสมตฺตา ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺตา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย นาสกฺขิมฺหา สาวตฺถิยํ วสฺสูปนายิกํ สมฺภาเวตุํ อนฺตรามคฺเค สาเกเต วสฺสํ อุปคจฺฉิมฺหา เต มยํ ภนฺเต อุกฺกณฺฐิตรูปา วสฺสํ วสิมฺหา อาสนฺเน ว โน ภควา วิหรติ อิโต ฉสุ โยชเนสุ น จ มยํ ลภาม ภควนฺตํ ทสฺสนายาติ อถโข มยํ ภนฺเต วสฺสํ วุตฺถา เตมาสจฺจเยน กตาย ปวารณาย เทเว วสฺสนฺเต อุทกสงฺคเห อุทกจิกฺขลฺเล โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ กิลนฺตรูปา อทฺธานํ อาคตาติ ฯ
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณ-ฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุปาไฐยรัฐจำนวน ๓๐ รูป ล้วนถืออารัญญิกธุดงค์บิณฑปาติกธุดงค์ และเตจีวริกธุดงค์เดินทางไปพระนครสาวัตถีเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจวนถึงวันเข้าพรรษา ไม่สามารถจะเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี จึงจำพรรษา ณเมืองสาเกต ในระหว่างทาง ภิกษุเหล่านั้นจำพรรษามีใจรัญจวนว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ใกล้ๆ เรา ระยะทางห่างเพียง ๖ โยชน์ แต่พวกเราก็ไม่ได้เฝ้าพระองค์ ครั้นล่วงไตรมาส ภิกษุเหล่านั้นออกพรรษาทำปวารณาเสร็จแล้ว เมื่อฝนยังตกชุก พื้นภูมิภาคเต็มไปด้วยน้ำ เป็นหล่มเลนมีจีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ ลำบากกาย เดินทางไปถึงพระนครสาวัตถี พระเชตวัน อารามของอนาถบิณ-ฑิกคหบดี เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
การที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงปราศรัยกับพระอาคันตุกะทั้งหลายนั่นเป็นพุทธประเพณี.
พุทธประเพณี
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอยังพอทนได้หรือ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ พวกเธอเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกันจำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาตหรือ?
ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า พวกข้าพระพุทธเจ้ายังพอทนได้ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้พระพุทธเจ้าข้า อนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน จำพรรษาเป็นผาสุก และไม่ลำบากด้วยบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระพุทธเจ้าในชุมนุมนี้เป็นภิกษุปาไฐยรัฐจำนวน ๓๐ รูป เดินทางมาพระนครสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจวนถึงวันเข้าพรรษา ไม่สามารถจะเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี จึงจำพรรษา ณ เมืองสาเกต ในระหว่างทาง พวกข้าพระพุทธเจ้านั้นจำพรรษามีใจรัญจวนว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ใกล้ๆ เรา ระยะทางห่างเพียง ๖ โยชน์ แต่พวกเราก็ไม่ได้เฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นล่วงไตรมาส พวกข้าพระพุทธเจ้าออกพรรษาทำปวารณาเสร็จแล้ว เมื่อฝนยังตกชุก พื้นภูมิภาคเต็มไปด้วยน้ำ เป็นหล่มเลน มีจีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ ลำบากกาย เดินทางมา พระพุทธเจ้าข้า.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว วสฺสํ วุตฺถานํ ภิกฺขูนํ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อตฺถตกฐินานํ โว ภิกฺขเว ปญฺจ กปฺปิสฺสนฺติ อนามนฺตจาโร อสมาทานจาโร คณโภชนํ ยาวทตฺถจีวรํ โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโท โส เนสํ ภวิสฺสตีติ ฯ อตฺถตกฐินานํ โว ภิกฺขเว อิมานิ ปญฺจ กปฺปิสฺสนฺติ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กฐินํ อตฺถริตพฺพํ ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ สงฺฆสฺส กฐินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิมํ กฐินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ สงฺฆสฺส กฐินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ ฯ สงฺโฆ อิมํ กฐินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทติ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิมสฺส กฐินทุสฺสสฺส อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทานํ กฐินํ อตฺถริตุํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ ทินฺนํ อิทํ สงฺเฆน กฐินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
เอวํ โข ภิกฺขเว อตฺถตํ โหติ กฐินํ เอวํ อนตฺถตํ
พระพุทธานุญาตให้กรานกฐิน
ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาแล้วได้กรานกฐิน พวกเธอผู้ได้กรานกฐินแล้ว จักได้อานิสงส์ ๕ ประการ คือ
๑. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา
๒. ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ
๓. ฉันคณะโภชน์ได้
๔. ทรงอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้น ณ ที่นั้นจักได้แก่พวกเธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการนี้ จักได้แก่เธอทั้งหลายผู้ได้กรานกฐินแล้ว.
วิธีกรานกฐิน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงกรานกฐินอย่างนี้ คือภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
กรรมวาจาให้ผ้ากฐิน
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผ้ากฐินผืนนี้เกิดแล้วแก่สงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน นี้เป็นญัตติ
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผ้ากฐินผืนนี้เกิดแล้วแก่สงฆ์ สงฆ์ให้ผ้ากฐินผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้เพื่อกรานกฐิน การให้ผ้ากฐินผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด
ผ้ากฐินผืนนี้ สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่งข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล กฐินเป็นอันกราน อย่างนี้ไม่เป็นอันกราน.
กถญฺจ ภิกฺขเว อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อุลฺลิขิตมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น โธวนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น จีวรวิจารณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น เฉทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น พนฺธนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น โอวฏฺฏิกกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น กณฺฑสกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น ทฬฺหีกมฺมกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อนุวาตกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น ปริภณฺฑกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น โอวฏฺเฏยฺยกรณมตฺเตน ๑ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น กมฺพลมทฺทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น นิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น ปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น กุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น สนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น นิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
น อกปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อญฺญตฺร อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อญฺญตฺร อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น อญฺญตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น ๑ อญฺญตฺร ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ น สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ตญฺเจ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ เอวํปิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
๑ สี. ยุ. โอวทฺเธยฺยกรณมตฺเตน ฯ ม. โอวเทยฺยกรณมตฺเตน ฯ
กฐินไม่เป็นอันกราน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างไรเล่า กฐินไม่เป็นอันกราน คือ:-
๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงขีดรอย
๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงซักผ้า
๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงกะผ้า
๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงตัดผ้า
๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเนาผ้า
๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเย็บด้น
๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำลูกดุม
๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำรังดุม
๙. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาต๑๐. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า
๑๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงดามผ้า
๑๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงย้อมเป็นสีหม่นเท่านั้น
๑๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ทำนิมิตได้มา
๑๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา
๑๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ยืมเขามา
๑๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน
๑๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์
๑๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้ทำกัปปะพินทุ
๑๙. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจากผ้าสังฆาฏิเสีย
๒๐. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจากผ้าอุดราสงค์เสีย
๒๑. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจากผ้าอันตรวาสกเสีย๒๒. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจากจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกิน ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น
๒๓. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจากการกรานแห่งบุคคล๒๔. กฐินไม่เป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินนั้น แม้อย่างนี้กฐินก็เชื่อว่าไม่เป็นอันกราน.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล กฐินไม่เป็นอันกราน.
กถญฺจ ภิกฺขเว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อหเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อหตกปฺเปน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ปิโลติกาย อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ปํสุกูเลน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ปาปณิเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อนิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อกุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อสนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อนิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ กปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ ตญฺเจ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ เอวํปิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
๑ ม. ยุ. นสทฺโท นตฺถิ ฯ
กฐินเป็นอันกราน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างไรเล่า กฐินเป็นอันกราน คือ:-
๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าใหม่
๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเทียมใหม่
๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเก่า
๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าบังสุกุล
๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ตกตามร้าน
๖. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา
๗. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา
๘. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา
๙. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้เก็บไว้ค้างคืน
๑๐. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้เป็นนิสสัคคีย์
๑๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ทำกัปปะพินทุแล้ว
๑๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าสังฆาฏิ
๑๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอุตราสงค์
๑๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอันตรวาสก๑๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกิน ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น
๑๖. กฐินเป็นอันกราน เพราะการแห่งบุคคล๑๗. กฐินเป็นอันกราน ถ้าภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนากฐินนั้น แม้อย่างนี้ กฐินก็ชื่อว่าเป็นอันกราน.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล กฐินเป็นอันกราน.
มาติกา ๘
พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ มาติกา ๘ (Royal Thai Volume 5 · Mahachula Volume 5 · Mahamakut Volume 7 · Chaloem Phrakiat Volume 5)
กถญฺจ ภิกฺขเว อุพฺภตํ โหติ กฐินํ ฯ อฏฺฐิมา ภิกฺขเว มาติกา กฐินสฺส อุพฺภาราย ปกฺกมนนฺติกา นิฏฺฐานนฺติกา สนฺนิฏฺฐานนฺติกา นาสนนฺติกา สวนนฺติกา อาสาวจฺเฉทิกา สีมาติกฺกนฺติกา สหุพฺภาราติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างไรเล่า กฐินเป็นอันเดาะ.
มาติกา ๘
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาติกาเพื่อเดาะกฐิน ๘ ข้อนี้ คือ:-
๑. กำหนดด้วยหลีกไป ๒. กำหนดด้วยจีวรทำเสร็จ
๓. กำหนดด้วยตกลงใจ ๔. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
๕. กำหนดด้วยได้ยินข่าว ๖. กำหนดด้วยสิ้นหวัง
๗. กำหนดด้วยล่วงเขต ๘. กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน กตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ
โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
อาทายสตฺตกํ นิฏฺฐิตํ ปฐมํ ฯ
อาทายสัตตกะ ที่ ๖
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำเสร็จแล้วหลีกไป ด้วยคิดว่าจักไม่กลับมาการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยหลีกไป.
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมาละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักไม่ให้จีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอ ที่กำลังทำอยู่นั้นได้เสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จ คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะ ณภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยล่วงเขต
๗. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จ คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะการเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
อาทายสัตตกะที่ ๑ จบ.
_________________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน กตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
สมาทายสตฺตกํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ ฯ
สมาทายสัตตกะ ที่ ๒
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำเสร็จแล้วหลีกไป ด้วยคิดว่าจักไม่กลับมาการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยหลีกไป
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้น ได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะเสียแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะ ณภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต
๗. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรหลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่ ณ ภายนอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะการเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
สมาทายสัตตกะ ที่ ๒ จบ.
_________________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ
โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา ๑ กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
อาทายฉกฺกํ นิฏฺฐิตํ ตติยํ ฯ
อาทายฉักกะ ที่ ๓
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า เราจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยคิดว่า จักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ทราบข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะแล้วการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะณ ภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต.
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
อาทายฉักกะ ที่ ๓ จบ.
_________________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ
โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
สมาทายฉกฺกํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ
๑ โป. พหิสีมาย ฯ
สมาทายฉักกะ ที่ ๔
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า เราจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้น ได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้วการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะณ ภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
สมาทายฉักกะ ที่ ๔ จบ.
_________________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
การเดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จเป็นต้น
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่า จักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ` อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป ด้วยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับแล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ
โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยตั้งใจว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะ ณ ภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ (อาทาย- วารสทิสํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ) ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ (สมาทายวารสทิสํ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ)
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรหลีกไป (นักปราชญ์พึงให้พิสดารอย่างนี้ดุจอาทายวาร)
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ถือจีวรที่ค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (นักปราชญ์พึงให้พิสดารอย่างนี้ ดุจสมาทายวาร)
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้แหละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้นจีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยไม่ตั้งใจ คือไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยไม่ตั้งใจ คือไม่ได้คิดว่าจักกลับมาและไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับ เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยไม่ตั้งใจ คือไม่ได้คิดว่าจักกลับมาและไม่ได้คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ
โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน วิปฺปกตจีวรํ สมาทาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
อาทายภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับละเธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรนั้นจีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะเสียแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วล่วงคราวกฐินเดาะ ณภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว นำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะการเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
อาทายภาณวาร จบ.
ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด
พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด (Royal Thai Volume 5 · Mahachula Volume 5 · Mahamakut Volume 7 · Chaloem Phrakiat Volume 5)
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ๑ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยการทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหายการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน๙ นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ
โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
อนาสาโทฬสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ โป. ม. กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวรโดยไม่ได้ตั้งใจคือ เธอไม่ได้คิดว่าจะกลับ และไม่คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้นได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละจักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร โดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจะกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้นได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร โดยไม่ตั้งใจ คือเธอไม่ได้คิดว่าจะกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้นได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละจักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร โดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้นเธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด จบ.
______________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ความสมหวัง ๑๒ หมวด
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับแล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรผืนนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กฐินํ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กฐินํ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ
ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กฐินํ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กฐินํ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จึงคิดอย่างนี้ว่า เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะ จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละจักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจะกลับมา เธออยู่นอกสีมาได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จึงคิดอย่างนี้ว่า เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะจักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้นได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังจะได้จีวร คิดว่าจะกลับมา เธออยู่นอกสีมาได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จึงคิดอย่างนี้ว่า เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะจักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้อย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับแล้วให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาได้ทราบข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะเสียแล้ว จึงคิดอย่างนี้ว่า เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะจักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้จีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กฐินนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อาสาย ลภติ อนาสาย น ลภติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
อาสาโทฬสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอให้ทำจีวรผืนนั้นครั้นทำจีวรเสร็จแล้วได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสีย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยได้ยินข่าว.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับแล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอให้ทำจีวรนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา ล่วงคราวเดาะกฐินนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอให้ทำจีวรนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่าจักกลับมา จักกลับมา แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
ความสมหวัง ๑๒ หมวด จบ.
______________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ
ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
กรณียะ ๑๒ หมวด
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง เธออยู่นอกสีมา มีความหวังจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง จึงคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละจักไม่กลับ เธอให้ทำจีวรนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง จึงคิดอย่างนี้ว่าจักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง จึงคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ จึงให้ทำจีวรนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับละ จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ์ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ
ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา
เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวังไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วให้ทำจีวรนั้นเสร็จการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจงได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวังเธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรนี้ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวังเธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วให้ทำจีวรนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับ เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร จึงคิดอย่างนี้ว่า จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ อนาสาย ลภติ อาสาย น ลภติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส โหติ ปจฺเจสฺสนฺติ น ปนสฺส โหติ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสาร อุปฺปชฺชติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ ฯ ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร ฯ
กรณียโทฬสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่างโดยไม่ตั้งใจคือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรนี้ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับจึงให้ทำจีวรนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง โดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่าจักไม่ให้ทำจีวรนี้จักไม่กลับละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง โดยไม่ตั้งใจ คือเธอไม่ได้คิดว่าจักกลับ และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหายการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง โดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่ได้คิดว่าจักกลับมา และไม่ได้คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา มีความหวังว่าจะได้จีวร จึงคิดอย่างนี้ว่าจักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับละ แล้วเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังที่จะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยสิ้นหวัง.
กรณียะ ๑๒ หมวด จบ.
______________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ จีวรปฏิวิสํ อปวิลายมาโน ๑ ตเมนํ ทิสงฺคตํ ๒ ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ กหํ ตฺวํ อาวุโส วสฺสํ วุตฺโถ กตฺถ จ เต จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกสฺมึ อาวาเส วสฺสํ วุตฺโถมฺหิ ตตฺถ จ เม จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ คจฺฉาวุโส ตํ จีวรํ อาหร มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ โส ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ กหํ เม อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยนฺเต อาวุโส จีวรปฏิวิโส กหํ คมิสฺสสีติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกํ [๓] นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เม ภิกฺขู จีวรํ กริสฺสนฺตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อลํ อาวุโส มา [๔] อคมาสิ มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ ฯเปฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ ฯเปฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
หวังได้ส่วนจีวร ๙ วิธี
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวร เธอไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้ เธอกลับไปสู่อาวาสนั้น แล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหนภิกษุเหล่านั้นตอบ อย่างนี้ว่า อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณๆ จักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่าผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่าไม่ควร อาวุโส คุณอย่าไปเลย พวกผมจักช่วยทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป .... การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป .... การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ จีวรปฏิวิสํ อปวิลายมาโน ฯ ตเมนํ ทิสงฺคตํ ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ กหํ ตฺวํ อาวุโส วสฺสํ วุตฺโถ กตฺถ จ ๑ เต จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกสฺมึ อาวาเส วสฺสํ วุตฺโถมฺหิ ตตฺถ จ เม จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ คจฺฉาวุโส ตํ จีวรํ อาหร มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ โส ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ กหํ เม อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยนฺเต อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส ตํ จีวรํ อาทาย ตํ อาวาสํ คจฺฉติ ฯ ตเมนํ อนฺตรามคฺเค ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ อาวุโส กหํ คมิสฺสสีติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เม ภิกฺขู จีวรํ กริสฺสนฺตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อลํ อาวุโส มา อคมาสิ มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ
ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ จีวรปฏิวิสํ อปวิลายมาโน ฯ ตเมนํ ทิสงฺคตํ ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ กหํ ตฺวํ อาวุโส วสฺสํ วุตฺโถ กตฺถ จ เต จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกสฺมึ อาวาเส วสฺสํ วุตฺโถมฺหิ ตตฺถ จ เม จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ คจฺฉาวุโส ตํ จีวรํ อาหร มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ โส ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ กหํ เม อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยนฺเต อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส ตํ จีวรํ อาทาย ตํ อาวาสํ คจฺฉติ ฯ ตเมนํ อนฺตรามคฺเค ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ อาวุโส กหํ คมิสฺสสีติ ฯ
โส เอวํ วเทติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เม ภิกฺขู จีวรํ กริสฺสนฺตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อลํ อาวุโส มา อคมาสิ มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ จีวรปฏิวิสํ อปวิลายมาโน ฯ ตเมนํ ทิสงฺคตํ ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ กหํ ตฺวํ อาวุโส วสฺสํ วุตฺโถ กตฺถ จ เต จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกสฺมึ อาวาเส วสฺสํ วุตฺโถมฺหิ ตตฺถ จ เม จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ คจฺฉาวุโส ตํ จีวรํ อาหร มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ โส ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ กหํ เม อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยนฺเต อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ
โส ตํ จีวรํ อาทาย ตํ อาวาสํ คจฺฉติ ฯ ตเมนํ อนฺตรามคฺเค ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ อาวุโส กหํ คมิสฺสสีติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เม ภิกฺขู จีวรํ กริสฺสนฺตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อลํ อาวุโส มา อคมาสิ มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
๑ สี. อปวีณายมาโน ฯ โป. ยุ. อปจินยมาโน ฯ ๒ โป. ทิสงฺคมิกํ ฯ ๓ ม. จ ฯ
๔ โป. ตฺวํ ฯ
๑ โป. กตฺถจิ จสทฺโท นตฺถิ ฯ
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังได้
ส่วนจีวร เธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณณ ที่นี้ เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้ว ถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหนภิกษุเหล่านั้น ตอบอย่างนี้ว่า อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ เธอถือจีวรนั้นไปสู่อาวาสแห่งนั้นภิกษุทั้งหลายในระหว่างทางถามเธอว่า อาวุโส คุณจักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้น จักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่าไม่ควรอาวุโส อย่าไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวรเธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้นภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้ว ถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ เธอถือจีวรนั้นไปสู่อาวาสแห่งนั้น ภิกษุทั้งหลายในระหว่างทางถามเธอว่า อาวุโส คุณจักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้นภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ไม่ควรอาวุโส อย่าไปเลยพวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ว่าจักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวรเธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้นภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้ว ถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ เธอถือจีวรนั้นไปสู่อาวาสแห่งนั้น ภิกษุทั้งหลายในระหว่างทางถามเธอนั้นว่า อาวุโส คุณจักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้นภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้น กล่าวอย่างนี้ว่า ไม่ควร อาวุโสอย่าไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไปกลับ แล้วให้ทำจีวรนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้น ได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ จีวรปฏิวิสํ อปวิลายมาโน ฯ ตเมนํ ทิสงฺคตํ ภิกฺขู ปุจฺฉนฺติ กหํ ตฺวํ อาวุโส วสฺสํ วุตฺโถ กตฺถ จ เต จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส เอวํ วเทติ อมุกสฺมึ อาวาเส วสฺสํ วุตฺโถมฺหิ ตตฺถ จ เม จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ คจฺฉาวุโส ตํ จีวรํ อาหร มยนฺเต อิธ จีวรํ กริสฺสามาติ ฯ โส ตํ อาวาสํ คนฺตฺวา ภิกฺขู ปุจฺฉติ กหํ เม อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยนฺเต อาวุโส จีวรปฏิวิโสติ ฯ โส ตํ จีวรํ อาทาย ตํ อาวาสํ คจฺฉติ ฯ ตสฺส ตํ อาวาสํ คตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ ฯเปฯ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ทิสงฺคมิโก ปกฺกมติ ฯเปฯ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
อปวิลายนนวกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๗. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังจะได้จีวรเธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้นภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้ว ถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า นี้ส่วนจีวรของคุณ เธอถือจีวรนั้นมาสู่อาวาสนั้น เมื่อเธอมาถึงอาวาสนั้นแล้วได้คิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับละ เธอให้ทำจีวรนั้นเสร็จการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
๘. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ เธอคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ
๙. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศจึงหลีกไป .... เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
หวังได้ส่วนจีวร ๙ วิธี จบ.
_________________
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ผาสุวิหาริโก จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ๑ ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ผาสุ- วิหาริโก จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ผาสุวิหาริโก จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ
ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ผาสุวิหาริโก จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ พหิทฺธา กฐินุทฺธารํ วีตินาเมติ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร ฯ ภิกฺขุ อตฺถตกฐิโน ผาสุวิหาริโก จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ อมุกํ นาม อาวาสํ คมิสฺสามิ ตตฺถ เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ วสิสฺสามิ โน เจ เม ผาสุ ภวิสฺสติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ ฯ โส กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺสนฺติ สมฺภุณาติ กฐินุทฺธารํ ฯ ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กฐินุทฺธาโร ฯ
ผาสุวิหารปญฺจกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ สี. ตตฺถ จ เม ฯ ม. ยุ. ตตฺถ เม ฯ
ผาสุวิหาร คือ อยู่ตามสบาย ๕ ข้อ
๑. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรหลีกไปด้วยตั้งใจว่า จักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เราเราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักกลับ เธออยู่นอกสีมา เกิดความคิดอย่างนี้ว่าจักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ที่นี้แหละ จักไม่กลับละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ.
๒. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรหลีกไปด้วยตั้งใจว่าจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักกลับ เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้จักไม่กลับละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ.
๓. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่าจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เราเราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักกลับ เธออยู่นอกสีมาเกิดความคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ที่นี้แหละ จักไม่กลับละ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหรือหาย.
๔. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่าจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เราเราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักกลับ เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับ จักกลับ จนล่วงคราวกฐินเดาะ ณ ภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต.
๕. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรหลีกไป ด้วยตั้งใจว่าจะไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราจักอยู่ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เราเราจักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราจักกลับ เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น ครั้นทำเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับ จักกลับ กลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย.
ผาสุวิหาร คือ อยู่ตามสบาย ๕ ข้อ จบ.
_________________
เทฺวเม ภิกฺขเว กฐินสฺส ปลิโพธา เทฺว อปลิโพธา ฯ กตเม จ ภิกฺขเว เทฺว กฐินสฺส ปลิโพธา ฯ อาวาสปลิโพโธ จ จีวรปลิโพโธ จ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว อาวาสปลิโพโธ โหติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วสติ วา ตสฺมึ อาวาเส สาเปกฺโข ๑ วา ปกฺกมติ ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อาวาสปลิโพโธ โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว จีวรปลิโพโธ โหติ ฯ อิธ [๒] ภิกฺขเว ภิกฺขุโน จีวรํ อกตํ วา โหติ วิปฺปกตํ วา จีวราสา วา อนุปจฺฉินฺนา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว จีวรปลิโพโธ โหติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว กฐินสฺส ปลิโพธา ฯ กตเม จ ภิกฺขเว เทฺว กฐินสฺส อปลิโพธา ฯ อาวาสาปลิโพโธ จ จีวราปลิโพโธ จ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว อาวาสาปลิโพโธ โหติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปกฺกมติ ตมฺหา อาวาสา จตฺเตน วนฺเตน มุตฺเตน อนเปกฺเขน น ปจฺเจสฺสนฺติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อาวาสาปลิโพโธ โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว จีวราปลิโพโธ โหติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน จีวรํ กตํ วา โหติ นฏฺฐํ วา วินฏฺฐํ วา ทฑฺฒํ วา จีวราสา วา อุปฺปจฺฉินฺนา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว จีวราปลิโพโธ โหติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว กฐินสฺส อปลิโพธาติ ฯ
กฐินกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ สตฺตมํ ฯ
อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู โทฬส ๑ เปยฺยาลมุขานิ เอกํ สตํ อฏฺฐารส ๒ ฯ
________
ตสฺสุทฺทานํ ฯ
๑ โป. สี. สาเปโข ฯ ๒ โป. ปน ฯ
ปลิโพธและสิ้นปลิโพธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ และสิ้นปลิโพธ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างไรเล่า กฐินมีปลิโพธ ๒ คือ อาวาสปลิโพธ ๑ จีวรปลิโพธ ๑
ปลิโพธ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อาวาสปลิโพธเป็นอย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยังอยู่ในอาวาสนั้น หรือหลีกไป ผูกใจอยู่ว่าจักกลับมา อย่างนี้แลชื่อว่าอาวาสปลิโพธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็จีวรปลิโพธเป็นอย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยังไม่ได้ทำจีวร หรือทำค้างไว้ก็ดี ยังไม่สิ้นความหวังว่าจะได้จีวรก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าจีวรปลิโพธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่างนี้แล.
สิ้นปลิโพธ ๒
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างไรเล่า กฐินสิ้นปลิโพธ ๒ คือ สิ้นอาวาสปลิโพธ ๑ สิ้นจีวรปลิโพธ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ้นอาวาสปลิโพธอย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ หลีกไปจากอาวาสนั้น ด้วยสละใจ วางใจปล่อยใจ ทอดธุระว่าจักไม่กลับมา อย่างนี้แล ชื่อว่าสิ้นอาวาสปลิโพธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ้นจีวรปลิโพธเป็นอย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ทำจีวรเสร็จแล้วก็ดี ทำเสียก็ดี ทำหายเสียก็ดีทำไฟไหม้เสียก็ดี สิ้นความหวังว่าจะได้จีวรก็ดี อย่างนี้แล ชื่อว่าสิ้นจีวรปลิโพธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กฐินสิ้นปลิโพธมี ๒ อย่างนี้แล.
กฐินขันธกะ ที่ ๗ จบ.
ในขันธกะนี้มี ๑๒ เรื่อง และเปยยาลมุข ๑๑๘.
หัวข้อประจำขันธกะ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (Royal Thai Volume 5 · Mahachula Volume 5 · Mahamakut Volume 7 · Chaloem Phrakiat Volume 5)
ตึส ปาเฐยฺยกา ๓ ภิกฺขู สาเกตุกฺกณฺฐิตา วสุํ
วสฺสํ วุตฺโถกปุณฺเณหิ อาคมม ชินทสฺสนํ
อิทํ วตฺถุ ๔ กฐินสฺส กปฺปิสฺสนฺติ จ ปญฺจกา
อนามนฺตา อสมาจารา ๕ ตเถว คณโภชนํ
ยาวทตฺถญฺจ อุปฺปาโท อตฺถตานํ ภวิสฺสติ ฯ
ญตฺติ เอวตฺถตญฺเจว เอวญฺเจว อนตฺถตํ
อุลฺลิขิ โธวนา เจว วิจารณญฺจ เฉทนํ
พนฺธโนวฏฺฏิกณฺฑูส- ๖ ทฬฺหิกมฺมานุวาติกา
ปริภณฺฑํ โอวฏฺเฏยฺยํ มทฺทนา นิมิตฺตกถา
กุกฺกุ สนฺนิธิ นิสฺสคฺคิ นกปฺปญฺญตฺร เต ตโย
อญฺญตฺร ปญฺจาติเรเก สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลี
นาญฺญตฺร ๗ ปุคฺคลา สมฺมา นิสฺสีมฏฺโฐนุโมทติ
กฐินํ อนตฺถตํ ๘ โหติ เอวํ พุทฺเธน เทสิตํ
อหตกปฺปปิโลติ- ปํสุปาปณิกาย จ
อนิมิตฺตาปริกถา อกุกฺกุ อสนฺนิธิ จ
อนิสฺสคฺคิ กปฺปกเต ตถา ติจีวเรน จ
ปญฺจเก วาติเรเก วา ฉินฺเน สมณฺฑลีกเต
ปุคฺคลสฺสตฺถรา สมฺมา สีมฏฺโฐ อนุโมทติ
เอวํ กฐินตฺถรณํ อุพฺภารสฺสฏฺฐมาติกา
ปกฺกมนนฺติ นฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานญฺจ นาสนํ
สวนํ อาสาวจฺเฉทิ สีมาสอุพฺภรฏฺฐมี ๑
กตจีวรมาทาย น ปจฺเจสฺสนฺติ คจฺฉติ
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร โหติ ปกฺกมนนฺติโก
อาทาย จีวรํ ยาติ นิสฺสีเม อิธ จินฺตยิ
กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ นิฏฺฐาเน กฐินุทฺธโร ๒ ฯ
อาทาย นิสฺสีมํ เนว น ปจฺเจสฺสนฺติ มานโส
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สนฺนิฏฺฐานนฺติโก ภเว
อาทาย จีวรํ ยาติ นิสฺสีเม อิธ จินฺตยิ
กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ กยิรนฺตสฺส นสฺสติ
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร ภวติ นาสนนฺติโก
อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ
กตจีวโร ๓ สุณาติ อุพฺภตํ กฐินํ ตหึ
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร ภวติ สวนนฺติโก
อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ
กตจีวโร พหิทฺธา นาเมติ กฐินุทฺธรํ
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สีมาติกฺกนฺติโก ภเว
อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ
กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ สมฺโภติ กฐินุทฺธรํ ๑
ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สห ภิกฺขูหิ ชายติ
อาทาย จ สมาทาย ๒ สตฺต สตฺต วิธี ภเว ๓
ปกฺกมนนฺติกา นตฺถิ ฉกฺเก วิปฺปกเต ๔ คติ
อาทาย นิสฺสีมคตํ กาเรสฺสํ อิติ ชายติ
นิฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานญฺจ นาสนญฺจ อิเม ตโย
อาทาย น ปจฺเจสฺสนฺติ พหิสีเม กโรมิติ
นิฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานมฺปิ นาสนมฺปิ อิทนฺตโย
อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส เหฏฺฐา ตีณิ นยา วิธี
อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิสีเม ๕ กโรมิติ
น ปจฺเจสฺสนฺติ กาเรติ นิฏฺฐาเน กฐินุทฺธโร
สนฺนิฏฺฐานํ นาสนญฺจ สวนํ สีมติกฺกมา
สห ภิกฺขูหิ ชาเยถ เอวํ ปณฺณรสํ คติ
สมาทาย วิปฺปกตา สมาทาย ปุนา ตถา
อิเม เต จตุโร วารา สพฺเพ ปณฺณรสา วิธี
อนาสาย จ อาสาย กรณีโย จ เต ตโย
นยโต ตํ วิชาเนยฺย ตโย ทฺวาทส ทฺวาทส
อปวิลายมาเนว ๖ ผาสุ ปญฺจวิธี ๗ ตหึ
ปลิโพธาปลิโพธา อุทฺทานํ นยโต กตนฺติ ฯ
๑ โป. โสฬส ฯ ๒ โป. อฏฺฐารสนยานิ ฯ ๓ โป. ปาเวยฺยกา ฯ ๔ โป. ม. ยุ.
วตฺถุํ ฯ ๕ โป. สมาทตฺตา ฯ ๖ โป. ม. ยุ. -กณฺฑูก ฯ ๗ โป. อญฺญตฺตร ฯ
๘ โป. อตฺถตํ ฯ
๑ โป. ม. สีมสฺสอุพฺภรฏฺฐมี ฯ ๒ โป. ม. ยุ. กฐินุทฺธาโร ฯ ๓ โป. ยุ. จีวรกโต ฯ
ม. จีวรํกโต ฯ
๑ โป. ม. ยุ. กฐินุทฺธารํ ฯ ๒ ม. ยุ. อาทาย สมาทาย จ ฯ ๓ ม. ยุ. คติ ฯ ๔ ยุ.
ฉจฺจา วิปฺปกตา ฯ ๕ โป. ม. ยุ. พหิสีมํ ฯ ๖ โป. อปวินยมาเนว ฯ ม. อปวิลานา
น เวตฺถ ฯ ยุ. อปจินนา น เวตฺถ ฯ ๗ ม. ปญฺจวิธา ฯ
๑. ภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูป จำพรรษาอยู่ในเมืองสาเกต รัญจวนใจ ออกพรรษาแล้วมีจีวรเปียกปอนมาเฝ้าพระพุทธชินเจ้า ๒. ต่อไปนี้เป็นเรื่องกฐิน คือได้อานิสงส์กฐิน ๕ คือ ก. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา ข. เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ ค. ฉันคณะโภชน์ได้ ง. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา จ. จีวรลาภอันเกิดในที่นั้น เป็นของภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว ๓. ญัตติทุติยกรรมวาจา ๔. อย่างนี้กฐินเป็นอันกราน อย่างนี้ไม่เป็นอันกราน คือ กฐินกรานด้วยอาการเพียงขีดรอย ซัก กะ ตัด เนา เย็บ ด้น ทำลูกดุมทำรังดุม ประกอบผ้าอนุวาต ประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า ดามผ้า ย้อม ทำนิมิต พูดเลียบเคียงผ้าที่ยืมเขามา
เก็บไว้ค้างคืน เป็นนิสสัคคียะ ไม่ได้ทำกัปปะพินทุ นอกจากไตรจีวร นอกจากจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้เป็นจีวรมีมณฑลนอกจากบุคคลกราน กรานโดยไม่ชอบ ภิกษุอยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินอย่างนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าไม่เป็นอันกราน๕. กฐินกรานด้วยผ้าใหม่ ผ้าเทียมใหม่ ผ้าเก่า ผ้าบังสุกุล ผ้าตกตามร้าน ผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา ไม่ใช่ผ้าที่ยืมเขามา ไม่ใช่ผ้าที่ทำค้างคืน ไม่ใช่เป็นผ้านิสสัคคียะผ้าที่ทำกัปปะพินทุแล้ว ผ้าไตรจีวร ผ้ามีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้เป็นจีวรมีมณฑลเสร็จในวันนั้น บุคคลกราน กรานโดยชอบ ภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนา
อย่างนี้ชื่อว่ากรานกฐิน ๖. มาติกาเพื่อเดาะกฐิน ๘ ข้อ คือ ๑. กำหนดด้วยหลีกไป ๒. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. กำหนดด้วยตกลงใจ ๔. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. กำหนดด้วยได้ยินข่าว ๖. กำหนดด้วยสิ้นหวัง ๗. กำหนดด้วยล่วงเขต ๘. กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน ๙. อาทายสัตตกะ ๗ วิธี คือ ๑. ถือจีวรที่ทำเสร็จแล้วไปคิดว่าจักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยหลีกไป ๒. ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักทำ ณ ที่นี้ จักไม่กลับละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักไม่ให้ทำ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ ๔. ถือจีวรไปนอกสีมาคิดว่าจักให้ทำจีวร
ณ ที่นี้ จักไม่กลับละ กำลังทำ จีวรเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. ถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยได้ยินข่าว๖. ถือจีวรไปคิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วโอ้เอ้อยู่นอกสีมาจนกฐินเดาะการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต ๗. ถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวร ณภายนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับ จักกลับ กลับทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย ๘. สมาทายสัตตกะมี ๗ วิธี ๙. อาทายฉักกะ และสมาทายฉักกะ
คือ ถือจีวรที่ทำค้างไว้ไปอย่างละ ๖ วิธี ไม่มีการเดาะกำหนดด้วยหลีกไป๑๐. อาทายภาณวาร กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักให้ทำจีวร มี ๓ มาติกา คือ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือผ้าหลีกไป คิดว่าจักไม่กลับไปนอกสีมา แล้วคิดว่าจักทำ มี ๓ มาติกา คือ ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรหลีกไป ด้วยไม่ได้ตั้งใจ ภายหลังเธอคิดว่าจักไม่กลับ มี ๓ นัย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ อยู่นอกสีมา คิดว่าจักทำจีวร จักไม่กลับ ให้ทำจีวรเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ด้วยตกลงใจ ด้วยผ้าเสียหาย ด้วยได้ยินข่าว ด้วยล่วงเขต ด้วยเดาะพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย รวมเป็น ๑๕ ภิกษุนำจีวรหลีกไปและนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปอีก ๔ วาระก็เหมือนกัน รวมทั้งหมด ๑๕ วิธี หลีกไปด้วยสิ้นหวัง ด้วยหวังว่าจะได้ หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง ทั้งสามอย่างนั้นนักปราชญ์พึงทราบโดยนัยอย่างละ ๑๒ วิธี ๑๑. หวังได้ส่วนจีวรผาสุวิหาร คือ อยู่ตามสบาย ๕ ข้อ ๑๒. กฐินมีปลิโพธและสิ้นปลิโพธ นักปราชญ์พึงแต่งหัวข้อตามเค้าความเทอญ.
หัวข้อประจำขันธกะ จบ.
End of กฐินขันธกะ