พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ
อภยูวรภาณวาร เล่ม ๔
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๔–๑๐๗ (Royal Thai)34/52 in มหาขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ อภยูวรภาณวาร (Royal Thai Volume 4 · Mahachula Volume 4 · Mahamakut Volume 6 · Chaloem Phrakiat Volume 4)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 4, pp. 175–178
ว่า “ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้บวชให้โจรที่ขึ้นชื่อโด่งดังเล่า” ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงห้ามบวชโจรที่ขึ้นชื่อโด่งดัง
พระผู้มีพระภาคเจ้า รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โจรที่ขึ้นชื่อโด่งดัง ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”
๒๙. การเภทกโจรวัตถุ
ว่าด้วยเรื่องโจรแหกคุกหนีบวช
{๑๐๔} [๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า “กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้นใครจะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กุลบุตรเหล่านั้นจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด”สมัยต่อมา บุรุษคนหนึ่งทำโจรกรรมแล้วถูกเจ้าหน้าที่จองจำไว้ในคุก เขาแหกคุกแล้วหนีไปบวชในสำนักภิกษุ คนทั้งหลายพบเห็นเข้าจึงกล่าว อย่างนี้ว่า “ภิกษุรูปนี้คือโจรแหกคุกคนนั้น ถ้ากระไร พวกเราจงนำตัวมันไป”
คนบางพวกพูดทัดทานอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายอย่าได้พูดเช่นนี้ พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชได้มีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า ‘กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น
ใครจะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กุลบุตรเหล่านั้นจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด’ ดังนี้”
ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้มิใช่ผู้หลบหลีกภัย ใครจะทำอะไรไม่ได้ แต่ไฉนจึงได้บวชให้โจรแหกคุกเล่า” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงห้ามบวชโจรแหกคุก
พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โจรแหกคุก ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”
๓๐. ลิขิตกโจรวัตถุ
ว่าด้วยเรื่องโจรผู้ถูกหมายจับหนีบวช
{๑๐๕} [๙๓] ก็โดยสมัยนั้นแล บุรุษคนหนึ่งทำโจรกรรมแล้วหนีไปบวชในสำนักภิกษุ และบุรุษนั้นถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายประกาศไว้ทั่วเมืองว่า “พบในที่ใด พึงฆ่าเสียในที่นั้น” คนทั้งหลายเห็นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุรูปนี้คือโจรผู้ถูกหมายจับคนนั้น ถ้ากระไร พวกเราจงฆ่ามันเสีย”คนบางพวกพูดทัดทานอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายอย่าได้พูดเช่นนี้ พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชได้มีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า ‘กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น ใครจะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กุลบุตรเหล่านั้นจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด’ ดังนี้’’ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้มิใช่ผู้หลบหลีกภัย ใครจะทำอะไรไม่ได้ แต่ไฉนจึงได้
บวชให้โจรผู้ถูกหมายจับเล่า” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงห้ามบวชโจรผู้ถูกหมายจับ
พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โจรผู้ถูกหมายจับ ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”
๓๑. กสาหตวัตถุ
ว่าด้วยเรื่องบุรุษผู้ถูกเฆี่ยนด้วยหวายบวช
{๑๐๖} [๙๔] ก็โดยสมัยนั้นแล บุรุษคนหนึ่งถูกลงอาญาเฆี่ยนด้วยหวาย บวชในสำนักภิกษุ ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้บวชให้บุรุษผู้ถูกลงอาญาเฆี่ยนด้วยหวายเล่า” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงห้ามบวชบุรุษผู้ถูกเฆี่ยนด้วยหวาย
พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ถูกลงอาญาเฆี่ยนด้วยหวาย ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”
๓๒. ลักขณาหตวัตถุ
ว่าด้วยเรื่องบุรุษถูกสักหมายโทษบวช
{๑๐๗} [๙๕] ก็โดยสมัยนั้นแล บุรุษคนหนึ่งถูกลงอาญาสักหมายโทษบวชในสำนักภิกษุ ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพระสมณะ
เชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้บวชให้บุรุษผู้ถูกลงอาญาสักหมายโทษเล่า” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงห้ามบวชบุรุษผู้ถูกสักหมายโทษ
พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ถูกลงอาญาสักหมายโทษ ภิกษุไม่พึงให้บวช รูปใดให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ”
๓๓. อิณายิกวัตถุ
{๑๐๘} [๙๖] ก็โดยสมัยนั้นแล บุรุษลูกหนี้คนหนึ่งหนีไปบวชในสำนักภิกษุ พวกเจ้าทรัพย์พบเข้าจึงกล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุรูปนี้คือลูกหนี้ของพวกเรา คนนั้น ถ้ากระไร พวกเราจงนำตัวมันไป”
เจ้าทรัพย์บางพวกพูดทัดทานอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายอย่าได้พูดเช่นนี้ พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชได้มีพระบรมราชานุญาตไว้ว่า ‘กุลบุตรเหล่าใดบวชในสำนักพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร กุลบุตรเหล่านั้น ใครจะทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว กุลบุตรเหล่านั้นจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด’ ดังนี้”
- ๑คนมีหนี้ ในที่นี้หมายถึงคนที่รับภาระต้องชดใช้ทั้งหนี้ที่บิดาหรือปู่ยืมไว้ก่อนแล้ว ทั้งหนี้ที่ตัวเองยืมไว้ หรือทั้งหนี้ที่มารดาบิดายืมไว้ เว้นไว้แต่หนี้ที่พวกญาติๆ ยืมไว้ คนมีหนี้ประสงค์จะบวช ถ้ามีญาติสาโลหิตรับภาระใช้หนี้นั้นๆ แทน หรือมีบุคคลอื่นเห็นคุณงามความดีของเขาจึงรับภาระใช้หนี้แทน ภิกษุจะให้บุคคลมีหนี้นั้นบวช ก็สมควร แต่ถ้าไม่มีผู้รับภาระใช้หนี้แทนดังกล่าวนั้น ภิกษุผู้จะให้บวชต้องบอกเขาให้หาคนมารับภาระใช้หนี้แทนให้ได้หรือให้เขาชดใช้หนี้ ด้วยทรัพย์สินของเขาเสียก่อน จึงสมควรให้บวช ไม่ควรให้บวชโดยคิดว่าเขาจะใช้หนี้ด้วยบิณฑบาต ถ้าขืนให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ และถ้าเขาบวชแล้วหนีไปโดยไม่ใช้หนี้ หนี้นั้น เป็นสินใช้สำหรับภิกษุ เว้นแต่ไม่รู้ (นัย วิ.อ. ๓/๖๑)
End of อภยูวรภาณวาร