arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · ปวารณาขันธกะ

ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ เล่ม ๔

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๓๓–๒๓๘ (Royal Thai)4/10 in ปวารณาขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก มหาวรรค ปวารณาขันธกะ ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ (Royal Thai Volume 4 · Mahachula Volume 4 · Mahamakut Volume 6 · Chaloem Phrakiat Volume 4)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 4, pp. 401–416

Page 401

ครั้นแล้วพึงปวารณากัน แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่ปวารณาเพราะข้อที่ต้องสภาคาบัตินั้นเป็นปัจจัย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา สงฆ์ทั้งหมดในศาสนานี้มีความสงสัยในสภาคาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ดังนี้

ญัตติกรรมวาจาเมื่อสงสัยว่าต้องสภาคาบัติ

‘ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์ทั้งหมดนี้มีความสงสัยในสภาคาบัติ หมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้นเมื่อนั้น’

ครั้นแล้ว พึงทำปวารณากัน แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่ปวารณาเพราะข้อที่มีความสงสัยนั้นเป็นปัจจัย”

จบ ภาณวารที่ ๑

๙. ว่าด้วยการปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ

{๒๓๓} [๒๒๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นมากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นที่ยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงได้ปวารณา เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่า

Page 402

เป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน แล้วจึงปวารณากัน เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน แล้วจึงปวารณากัน เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๒)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน

๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๓)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่น

Page 403

พวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกัน แล้วจึงปวารณากันพอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่ากันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณา ดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๕)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน

๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีพวกภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอัน ปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๖)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีพวกภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๗)

Page 404

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๘)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน

แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีพวกภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๙)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่าพร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑๐)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ขณะนั้นพวกภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวก

Page 405

ที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑๒)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑๓)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่ากันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ (๑๔)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วไม่ต้องอาบัติ” (๑๕)

จบ การปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ

๑๐. ว่าด้วยการปวารณาเป็นหมู่สำคัญว่าพร้อมกัน ๑๕ ข้อ

{๒๓๔} [๒๒๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความ

Page 406

สำคัญว่าเป็นธรรม มีความสำคัญว่าเป็นวินัย เป็นหมู่ มีความสำคัญว่า พร้อมกันแล้ว จึงปวารณากัน เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้น ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๑)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว ก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๒)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้น ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ (๓)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่ากันมาถึง ... (๕)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๖)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง พวกมาทีหลังพึง ปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๗)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่ากันมาถึง ... (๘)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๙)

Page 407

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ... มีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๑๐)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ... (๑๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๑๒)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้น ต้องปวารณากันใหม่ พวกภิกษุผู้ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๑๓)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่ากันมาถึง ... (๑๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๕)

จบ การปวารณาเป็นหมู่สำคัญว่าพร้อมกัน ๑๕ ข้อ

๑๑. ว่าด้วยเรื่องมีความสงสัยปวารณา ๑๕ ข้อ

{๒๓๕} [๒๒๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา ภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง พวกเธอมีความสงสัยว่า ‘พวกเราปวารณากันจะสมควรหรือไม่สมควรหนอ’ ดังนี้แล้วยังขืนปวารณา เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่น ซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๑)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๒)

Page 408

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้น ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๓)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกภิกษุที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๔)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ... (๕)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๖)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้น ต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๗)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ... (๘)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๙)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๑๐)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ... (๑๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๑๒)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๑๓)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ... (๑๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่

Page 409

ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๕)

จบ เรื่องมีความสงสัยปวารณา ๑๕ ข้อ

๑๒ ว่าด้วยเรื่องฝืนใจทำปวารณา ๑๕ ข้อ

{๒๓๖} [๒๒๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา ภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง แต่ก็ฝืนใจทำปวารณา ด้วยเข้าใจว่า ‘พวกเราควรปวารณากันแท้ มิใช่ไม่ควร’ เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณาใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๑)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... เมื่อพวกเธอกำลังปวารณาอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ (๒)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้น ภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้ว เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติทุกกฏ (๓)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่น พวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆกันมาถึง ... (๕)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๖)

Page 410

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๗)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนเท่า ๆกันมาถึง ... (๘)

อนึ่งภิกษุทั้งหลาย ... ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๙)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๑๐)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... มีจำนวนเท่า ๆกันมาถึง ... (๑๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... มีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ... (๑๒)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ... (๑๓)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ... มีจำนวนเท่า ๆกันมาถึง ... (๑๔)

อนึ่งภิกษุทั้งหลาย ... พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๕)

จบ เรื่องฝืนใจทำปวารณา ๑๕ ข้อ

๑๓. ว่าด้วยเรื่องมุ่งความแตกร้าวทำปวารณา ๑๕ ข้อ

{๒๓๗} [๒๒๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน เมื่อพวกเธอ

Page 411

กำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่เหลือพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๒)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน

แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน เมื่อพวกเธอกำลังปวารณากันอยู่ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอ

Page 412

ปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๔)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาต่อไป พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๕)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน

แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักของพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๖)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมี

Page 413

จำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๗)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๘)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง

ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทยังไม่ทันลุกไป ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกภิกษุที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๙)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอ

Page 414

ปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมี จำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑๐)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑๑)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง

ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมี จำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑๒)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะ

Page 415

ประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากันพอพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่ามาถึง ภิกษุเหล่านั้นต้องปวารณากันใหม่ ภิกษุที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑๓)

อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน พอพวกเธอปวารณาเสร็จบริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนเท่า ๆ กันมาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย (๑๔)อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง

ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอรู้อยู่ว่ายังมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นยังมาไม่ถึง และพวกเธอมุ่งความแตกร้าวว่า ‘ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น’ ดังนี้แล้วปวารณากัน เมื่อพวกเธอปวารณาเสร็จ บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามาถึง ภิกษุพวกที่ปวารณาแล้วก็เป็นอันปวารณาดีแล้ว พวกที่มาทีหลังพึงปวารณาในสำนักพวกเธอ พวกที่ปวารณาแล้วต้องอาบัติถุลลัจจัย” (๑๕)

จบ เรื่องมุ่งความแตกร้าวทำปวารณา ๑๕ ข้อ

จบ ปัญจวีสติติกะ

Page 416

๑๔. ว่าด้วยเรื่องเปยยาลเกี่ยวกับการเข้าสู่สีมา

เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ

{๒๓๘} [๒๒๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันปวารณา มีภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๕ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง พวกเธอไม่รู้ว่ามีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นกำลังเข้ามาภายในสีมา ...

... พวกเธอไม่รู้ว่ามีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นเข้ามาภายในสีมาแล้ว ...

... พวกเธอไม่เห็นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นกำลังเข้ามาภายในสีมา ...

... พวกเธอไม่เห็นภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นเข้ามาภายในสีมาแล้ว ...

... พวกเธอไม่ได้ยินว่ามีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นกำลังเข้ามาภายในสีมา ...

... พวกเธอไม่ได้ยินว่ามีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นเข้ามาภายในสีมาแล้ว ...

ภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุเจ้าถิ่นมีโดยนัย ๑๗๕ ติกะ ภิกษุอาคันตุกะกับภิกษุเจ้าถิ่นมีโดยนัย ๑๗๕ ติกะ ภิกษุเจ้าถิ่นกับภิกษุอาคันตุกะมีโดยนัย ๑๗๕ ติกะ ภิกษุอาคันตุกะกับภิกษุอาคันตุกะมีโดยนัย ๑๗๕ ติกะ รวมเป็น ๗๐๐ ติกะ โดยเปยยาลมุข”

๑๕. ว่าด้วยเรื่องวันปวารณาต่างกัน

ทรงวางวิธีปฏิบัติเมื่อวันปวารณาต่างกัน

{๒๓๙} [๒๒๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็วันปวารณาของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้เป็นวัน ๑๔ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็นวัน ๑๕ ค่ำ ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุ

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ดูเทียบในข้อ ๑๗๗ อุโปสถขันธกะ (เชิงอรรถ ๒) หน้า ๓๒๐ ในเล่มนี้

End of ปวารณาไม่ต้องอาบัติ ๑๕ ข้อ