พระวินัยปิฎก ปริวาร · เอกุตตริกะ
หมวด ๒ เล่ม ๘
Text layerBuddha’s wordsItems ๙๔๓–๙๕๓ (Royal Thai)2/11 in เอกุตตริกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
หมวด ๒
ว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้น
พระวินัยปิฎก ปริวาร เอกุตตริกะ หมวด ๒ (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)
อตฺถาปตฺติ สญฺญาวิโมกฺขา อตฺถาปตฺติ น ๗ สญฺญาวิโมกฺขา ฯ อตฺถาปตฺติ ลทฺธสมาปตฺติกสฺส อตฺถาปตฺติ น ลทฺธสมาปตฺติกสฺส ฯ อตฺถาปตฺติ สทฺธมฺมปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ อสทฺธมฺมปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถาปตฺติ สปริกฺขารปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ ปรปริกฺขารปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถาปตฺติ สปุคฺคลปฏิสญฺญุตฺตา อตฺถาปตฺติ ปรปุคฺคลปฏิสญฺญุตฺตา ฯ อตฺถิ สจฺจํ ภณนฺโต ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อตฺถิ ๘ มุสา ภณนฺโต ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ๘ ฯ อตฺถิ มุสา ภณนฺโต ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อตฺถิ ๘ สจฺจํ ภณนฺโต ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ๘ ฯ อตฺถาปตฺติ ภูมิคโต อาปชฺชติ โน เวหาสคโต อตฺถาปตฺติ เวหาสคโต อาปชฺชติ โน ภูมิคโต ฯ อตฺถาปตฺติ นิกฺขมนฺโต อาปชฺชติ โน ปวิสนฺโต อตฺถาปตฺติ ปวิสนฺโต อาปชฺชติ โน นิกฺขมนฺโต ฯ
อตฺถาปตฺติ อาทิยนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ อนาทิยนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ สมาทิยนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น สมาทิยนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ กโรนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น กโรนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ เทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น เทนฺโต อาปชฺชติ ฯ [๑] อตฺถาปตฺติ ปฏิคฺคณฺหนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ปฏิคฺคณฺหนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ปริโภเคน อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ปริโภเคน อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ รตฺตึ อาปชฺชติ โน ทิวา อตฺถาปตฺติ ทิวา อาปชฺชติ โน รตฺตึ ฯ อตฺถาปตฺติ อรุณุคฺเค อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น อรุณุคฺเค อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ฉินฺทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ฉินฺทนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ฉาเทนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ฉาเทนฺโต อาปชฺชติ ฯ อตฺถาปตฺติ ธาเรนฺโต อาปชฺชติ อตฺถาปตฺติ น ธาเรนฺโต อาปชฺชติ ฯ
๑ ม. ยุ. วชฺชกิริยํ ฯ ๒ ม. กิริยากิริยํ ฯ ๓ ม. ปญฺญตฺติ อนานุปฺปนฺน ฯ
ยุ. ปญฺญตฺติ อนานุปฺปนฺนา ฯ ๔ ม. ยุ. ถุลฺลคิหินิยตา จ อาทิ อธิจฺจโจทโก ฯ
๕ ม. ยุ. -นาสิตา ฯ ๖ ม. ยุ. เอกเก ฯ ๗ ม. โน ฯ ๘ ม. ยุ. ฉยิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ
มีอยู่อาบัติเป็นสัญญาวิโมกข์ มีอยู่อาบัติมิใช่สัญญาวิโมกข์. มีอยู่อาบัติ
ของภิกษุผู้ได้สมาบัติ มีอยู่อาบัติของภิกษุผู้ไม่ได้สมาบัติ. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยสัทธรรม มีอยู่อาบัติไม่เกี่ยวด้วยสัทธรรม. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบริขารของตน มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบริขารของผู้อื่น. มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบุคคล คือตนเอง มีอยู่อาบัติเกี่ยวด้วยบุคคลอื่น. มีอยู่ภิกษุพูดจริงต้องอาบัติหนัก มีอยู่ภิกษุพูดเท็จต้องอาบัติเบา. มีอยู่ภิกษุพูดเท็จต้องอาบัติหนักมีอยู่ภิกษุพูดจริงต้องอาบัติเบา. มีอยู่อาบัติภิกษุอยู่บนแผ่นดินจึงต้อง อยู่ในอากาศไม่ต้องมีอยู่อาบัติภิกษุอยู่ในอากาศจึงต้อง อยู่บนแผ่นดินไม่ต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุออกไปจึงต้องเข้าไปไม่ต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุเข้าไปจึงต้อง ออกไปไม่ต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุถือเอาจึงต้องมีอยู่อาบัติภิกษุไม่ถือเอาจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุสมาทานจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่สมาทานจึงต้อง.
มีอยู่อาบัติภิกษุทำจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ทำจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุให้จึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ให้จึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุรับจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่รับจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องเพราะบริโภค มีอยู่อาบัติภิกษุต้อง เพราะไม่บริโภค. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องในกลางคืนไม่ต้องในกลางวันมีอยู่อาบัติภิกษุต้องในกลางวัน ไม่ต้องในกลางคืน. มีอยู่อาบัติภิกษุต้องเพราะอรุณขึ้น มีอยู่อาบัติภิกษุต้องไม่ใช่เพราะอรุณขึ้น. มีอยู่อาบัติภิกษุตัดจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ตัดจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุปิดจึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ปิดจึงต้อง. มีอยู่อาบัติภิกษุทรงไว้จึงต้อง มีอยู่อาบัติภิกษุไม่ทรงไว้จึงต้อง.
เทฺว อุโปสถา จาตุทฺทสิโก จ ปณฺณรสิโก จ ฯ เทฺว ปวารณา จาตุทฺทสิกา จ ปณฺณรสิกา จ ฯ เทฺว กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ฯ อปรานิปิ เทฺว กมฺมานิ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ เทฺว กมฺมวตฺถูนิ อปโลกนกมฺมสฺส วตฺถุ ญตฺติกมฺมสฺส วตฺถุ ฯ อปรานิปิ เทฺว กมฺมวตฺถูนิ ญตฺติทุติยกมฺมสฺส วตฺถุ ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส วตฺถุ ฯ เทฺว กมฺมโทสา อปโลกนกมฺมสฺส โทโส ญตฺติกมฺมสฺส โทโส ฯ อปเรปิ เทฺว กมฺมโทสา ญตฺติทุติยกมฺมสฺส โทโส ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส โทโส ฯ เทฺว กมฺมสมฺปตฺติโย อปโลกนกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ญตฺติกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ฯ อปราปิ เทฺว กมฺมสมฺปตฺติโย ญตฺติทุติยกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมสฺส สมฺปตฺติ ฯ เทฺว นานาสํวาสกภูมิโย อตฺตนา วา อตฺตานํ นานาสํวาสกํ กโรติ สมคฺโค วา นํ สงฺโฆ อุกฺขิปติ อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ฯ เทฺว สมานสํวาสกภูมิโย อตฺตนา วา อตฺตานํ สมานสํวาสกํ กโรติ สมคฺโค วา นํ สงฺโฆ อุกฺขิตฺตํ โอสาเรติ อทสฺสเน ๑ วา อปฺปฏิกมฺเม ๑ วา อปฺปฏินิสฺสคฺเค ๑ วา ฯ
๑ ม. [อตฺถาปตฺติ เทเสนฺโต อาปชฺชติ อตุถาปตฺติ น เทเสนฺโต อาปชฺชติ ฯ]
นตฺถิ กตฺถจิ ฯ
ว่าด้วยอุโบสถเป็นต้น
อุโบสถมี ๒ คืออุโบสถในวันสิบสี่ ๑ อุโบสถในวันสิบห้า ๑.
ปวารณามี ๒ คือ ปวารณาในวันสิบสี่ ๑ ปวารณาในวันสิบห้า ๑.
กรรมมี ๒ คือ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑. กรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑.
วัตถุแห่งกรรมมี ๒ คือวัตถุแห่งอปโลกนกรรม ๑ วัตถุแห่งญัตติกรรม ๑. วัตถุแห่งกรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ วัตถุแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ วัตถุแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑.
โทษแห่งกรรมมี ๒ คือ โทษแห่งอปโลกนกรรม ๑ โทษแห่งญัตติกรรม ๑. โทษแห่งกรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ โทษแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ โทษแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑.
สมบัติแห่งกรรมมี ๒ คือ สมบัติแห่งอปโลกนกรรม ๑ สมบัติแห่งญัตติกรรม ๑.
สมบัติแห่งกรรมแม้อื่นอีกมี ๒ คือ สมบัติแห่งญัตติทุติยกรรม ๑ สมบัติแห่งญัตติจตุตถกรรม ๑.
ภูมิของภิกษุนานาสังวาสมี ๒ คือ ตนเองทำตนให้มีสังวาสต่างกัน ๑ สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันยกภิกษุนั้นเสีย เพราะไม่เห็นอาบัติ เพราะไม่ทำคืนอาบัติ หรือเพราะไม่สละทิฏฐิ ๑.
ภูมิของภิกษุสมานสังวาสมี ๒ คือ ตนเองทำตนให้มีสังวาสเสมอกัน ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันเรียกภิกษุนั้นผู้ถูกยกวัตร เพราะไม่เห็นอาบัติ เพราะไม่ทำคืนอาบัติ หรือเพราะไม่สละทิฏฐิ เข้าหมู่ ๑.
เทฺว ปาราชิกา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ฯ เทฺว สงฺฆาทิเสสา เทฺว ถุลฺลจฺจยา เทฺว ปาจิตฺติยา เทฺว ปาฏิเทสนียา เทฺว ทุกฺกฏา เทฺว ทุพฺภาสิตา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ สตฺต อาปตฺติโย สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ฯ ทฺวีหากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ กมฺเมน วา สลากคาเหน วา ฯ
ว่าด้วยปาราชิกเป็นต้น
ปาราชิกมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
สังฆาทิเสสมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
ถุลลัจจัยมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
ปาจิตตีย์มี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
ปาฏิเทสนียะมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
ทุกกฏมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
ทุพภาสิตมี ๒ คือ ของภิกษุ ๑ ของภิกษุณี ๑.
อาบัติของภิกษุมี ๗ ของภิกษุณีก็มี ๗.
กองอาบัติของภิกษุมี ๗ ของภิกษุณีก็มี ๗.
สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยกรรม ๑ ด้วยให้จับสลาก ๑.
เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา อทฺธานหีโน องฺคหีโน ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา วตฺถุวิปนฺโน กรณทุกฺกฏโก ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา อปริปูโร ปริปูโร ๒ โน จ ยาจติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ นิสฺสาย น วตฺถพฺพํ อลชฺชิสฺส จ พาลสฺส จ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ น นิสฺสโย ทาตพฺโพ อลชฺชิสฺส จ ลชฺชิโน จ น ยาจติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ นิสฺสโย ทาตพฺโพ พาลสฺส จ ลชฺชิสฺส จ ยาจติ ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ อริยปุคฺคลา ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ปุถุชฺชนา ฯ เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา สญฺจิจฺจ สาติสารํ วตฺถุํ อชฺฌาจริตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ อริยปุคฺคลา ฯ เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา สญฺจิจฺจ สาติสารํ วตฺถุํ อชฺฌาจริตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ ปุถุชฺชนา ฯ
๑ ม. ทสฺสเน วา ปฏิกฺกมฺเม วา ปฏินิสฺสคฺเค วา ฯ ๒ ยุ. สปริปูโร ฯ
ว่าด้วยบุคคล
บุคคล ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้มีกาลบกพร่อง ๑ ผู้มีอวัยวะบกพร่อง ๑.
บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้มีวัตถุวิบัติ ๑ ผู้มีการกระทำเสียหาย ๑.
บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก สงฆ์ไม่พึงอุปสมบท คือ ผู้ไม่บริบูรณ์ ๑ ผู้บริบูรณ์ แต่ไม่ขออุปสมบท ๑.
ไม่ควรอาศัยบุคคล ๒ พวกอยู่ คือ ผู้อลัชชี ๑ ผู้พาล ๑.
ไม่ควรให้นิสัย แก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้อลัชชี ๑ ผู้ลัชชีแต่ไม่ขอ ๑.
ควรให้นิสัย แก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้โง่ ๑ ผู้ลัชชีแต่ขอ ๑.
บุคคล ๒ พวก ไม่ควรต้องอาบัติ คือ พระพุทธเจ้า ๑ พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑.
บุคคล ๒ พวก รวมต้องอาบัติ คือ ภิกษุ ๑ ภิกษุณี ๑.
บุคคล ๒ พวก ไม่ควรแกล้งต้องอาบัติ คือ ภิกษุชั้นอริยบุคคล ๑ ภิกษุณีชั้นอริยบุคคล ๑.
บุคคล ๒ พวก ควรแกล้งต้องอาบัติ คือ ภิกษุปุถุชน ๑ ภิกษุณีปุถุชน ๑.
บุคคล ๒ พวก ไม่ควรแกล้งประพฤติล่วงวัตถุเป็นไปกับด้วยโทษ คือ ภิกษุชั้นอริยบุคคล ๑ ภิกษุณีชั้นอริยบุคคล ๑.
บุคคล ๒ พวก ควรแกล้งประพฤติล่วงวัตถุเป็นไปกับด้วยโทษ คือ ภิกษุปุถุชน ๑ภิกษุณีปุถุชน ๑.
เทฺว ปฏิกฺโกสนา ๑ กาเยน วา ปฏิกฺโกสติ วาจาย วา ปฏิกฺโกสติ ฯ เทฺว นิสฺสารณา อตฺถิ ปุคฺคโล อปฺปตฺโต นิสฺสารณํ ตญฺเจ สงฺโฆ นิสฺสาเรติ เอกจฺโจ สุนิสฺสาริโต เอกจฺโจ ทุนฺนิสฺสาริโต ฯ เทฺว โอสารณา อตฺถิ ปุคฺคโล อปฺปตฺโต โอสารณํ ตญฺเจ สงฺโฆ โอสาเรติ เอกจฺโจ โสสาริโต เอกจฺโจ โทสาริโต ฯ เทฺว ปฏิญฺญา กาเยน วา ปฏิชานาติ วาจาย วา ปฏิชานาติ ฯ เทฺว ปฏิคฺคหา กาเยน วา ปฏิคฺคณฺหาติ กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ ฯ เทฺว ปฏิกฺเขปา กาเยน วา ปฏิกฺขิปติ วาจาย วา ปฏิกฺขิปติ ฯ เทฺว อุปฆาติกา สิกฺขูปฆาติกา จ โภคุปฆาติกา จ ฯ เทฺว โจทนา กาเยน วา โจเทติ วาจาย วา โจเทติ ฯ
๑ ม. ยุ. ปฏิกฺโกสา ฯ
ว่าด้วยคัดค้านเป็นต้น
การคัดค้านมี ๒ คือ คัดค้านด้วยกาย ๑ คัดค้านด้วยวาจา ๑.
การขับออกจากหมู่มี ๒ คือ มีอยู่ บุคคลยังไม่ถึงการขับออก ถ้าสงฆ์ขับบุคคลนั้นออก บางคนเป็นอันขับออกดีแล้ว ๑ บางคนเป็นอันขับออกไม่ดี ๑.
การเรียกเข้าหมู่มี ๒ คือ มีอยู่ บุคคลยังไม่ถึงการเรียกเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์เรียกบุคคลนั้นเข้าหมู่ บางคนเป็นอันเรียกเข้าหมู่ดีแล้ว ๑ บางคนเป็นอันเรียกเข้าหมู่ไม่ดี ๑.
ปฏิญญามี ๒ คือ ปฏิญญาด้วยกาย ๑ ปฏิญญาด้วยวาจา ๑.
การรับมี ๒ คือ รับด้วยกาย ๑ รับด้วยของเนื่องด้วยกาย ๑.
การห้ามมี ๒ คือ ห้ามด้วยกาย ๑ ห้ามด้วยวาจา ๑.
การลบล้างมี ๒ คือ ลบล้างสิกขา ๑ ลบล้างโภคะ ๑.
โจทมี ๒ คือ โจทด้วยกาย ๑ โจทด้วยวาจา ๑.
เทฺว กฐินสฺส ปลิโพธา อาวาสปลิโพโธ จ จีวรปลิโพโธ จ ฯ เทฺว กฐินสฺส อปลิโพธา อาวาสาปลิโพโธ จ จีวราปลิโพโธ จ ฯ เทฺว จีวรานิ คหปติกญฺจ ปํสุกูลิกญฺจ ๑ ฯ เทฺว ปตฺตา อโยปตฺโต จ ๒ มตฺติกาปตฺโต จ ๒ ฯ เทฺว มณฺฑลานิ ติปุมยญฺจ ๒ สิสมยญฺจ ๒ ฯ เทฺว ปตฺตสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ วาจาย วา อธิฏฺเฐติ ฯ เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ วาจาย วา อธิฏฺเฐติ ฯ เทฺว วิกปฺปนา สมฺมุขาวิกปฺปนา จ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ ฯ เทฺว วินยา ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ฯ เทฺว เวนยิกา ปญฺญตฺตญฺจ ปญฺญตฺตานุโลมญฺจ ฯ เทฺว วินยสฺส สลฺเลขา อกปฺปิเย เสตุฆาโต กปฺปิเย มตฺตการิตา ฯ
ว่าด้วยความกังวลเป็นต้น
กฐินมีปลิโพธ ๒ คือ ปลิโพธในอาวาส ๑ ปลิโพธในจีวร ๑.
กฐินไม่มีปลิโพธ ๒ คือ ไม่มีปลิโพธในอาวาส ๑ ไม่มีปลิโพธในจีวร ๑.
จีวรมี ๒ คือ คหบดีจีวร ๑ บังสุกุลจีวร ๑.
บาตรมี ๒ คือ บาตรเหล็ก ๑ บาตรดิน ๑.
เชิงบาตรมี ๒ คือ เชิงบาตรทำด้วยดีบุก ๑ เชิงบาตรทำด้วยตะกั่ว ๑อธิษฐานบาตรมี ๒ คือ อธิษฐานด้วยกาย ๑ อธิษฐานด้วยวาจา ๑.
อธิษฐานจีวรมี ๒ คือ อธิษฐานด้วยกาย ๑ อธิษฐานด้วยวาจา ๑.
วิกัปมี ๒ คือ วิกัปต่อหน้า ๑ วิกัปลับหลัง ๑.
วินัยมี ๒ คือ วินัยของภิกษุ ๑ วินัยของภิกษุณี ๑.
อรรถที่สำเร็จในวินัยมี ๒ คือ ข้อบัญญัติ ๑ ข้ออนุโลมบัญญัติ ๑.
วินัยมีความขัดเกลา ๒ คือ กำจัดสิ่งไม่ควรด้วยอริยมรรค ๑ ความทำพอประมาณในสิ่งที่ควร ๑ฯ
ทฺวีหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ กาเยน วา อาปชฺชติ วาจาย วา อาปชฺชติ ฯ ทฺวีหากาเรหิ อาปตฺติยา วุฏฺฐาติ กาเยน วา วุฏฺฐาติ วาจาย วา วุฏฺฐาติ ฯ เทฺว ปริวาสา ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส จ ๒ อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส จ ๒ ฯ อปเรปิ เทฺว ปริวาสา สุทฺธนฺตปริวาโส จ ๒ สโมธานปริวาโส จ ๒ ฯ เทฺว มานนฺตา ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตญฺจ ๒ อปฺปฏิจฺฉนฺนมานตฺตญฺจ ๒ ฯ อปเรปิ เทฺว มานตฺตา ปกฺขมานตฺตญฺจ ๒ สโมธานมานตฺตญฺจ ๒ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ รตฺติจฺเฉโท ปาริวาสิกสฺส จ มานตฺตจาริกสฺส จ ฯ
๑ ม. ยุ. ปํสุกูลญฺจ ฯ ๒ ม. ยุ. อิเม ทฺวาทส จสทฺทา นตฺถิ ฯ
ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ อย่างเป็นต้น
ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ คือ ต้องด้วยกาย ๑ ต้องด้วยวาจา ๑.
ภิกษุออกจากอาบัติด้วยอาการ ๒ คือ ออกด้วยกาย ๑ ออกด้วยวาจา ๑.
ปริวาสมี ๒ คือ ปฏิจฉันนปริวาส ๑ อัปปฏิจฉันนปริวาส ๑.
ปริวาสแม้อย่างอื่นมีอีก ๒ คือ สุทธันตปริวาส ๑ สโมธานปริวาส ๑.
มานัตมี ๒ คือ ปฏิจฉันนมานัต ๑ อัปปฏิจฉันนมานัต ๑.
มานัตแม้อย่างอื่นมีอีก ๒ คือ ปักขมานัต ๑ สโมธานมานัต ๑.
รัตติเฉทของบุคคล ๒ คือ ของปริวาสิกภิกษุ ๑ ของมานัตจาริกภิกษุ ๑.
เทฺว อนาทริยานิ ปุคฺคลานาทริยญฺจ ธมฺมานาทริยญฺจ ฯ เทฺว โลณานิ ชาติมยญฺจ ขาริมยญฺจ ๑ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ สามุทฺทญฺจ ๒ กาฬโลณญฺจ ๒ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ สินฺธวญฺจ ๒ อุพฺภิทญฺจ ๒ ฯ อปรานิปิ เทฺว โลณานิ โรมกญฺจ ๒ ปกฺขลฺลกญฺจ ๒ ฯ เทฺว ปริโภคา อพฺภนฺตรปริโภโค จ พาหิรปริโภโค จ ฯ เทฺว อกฺโกสา หีโน จ อกฺโกโส อุกฺกฏฺโฐ จ อกฺโกโส ฯ ทฺวีหากาเรหิ เปสุญฺญํ โหติ ปิยกมฺยสฺส วา เภทาธิปฺปายสฺส วา ฯ ทฺวีหากาเรหิ คณโภชนํ ปสวติ นิมนฺตนโต วา วิญฺญตฺติโต วา ฯ เทฺว วสฺสุปนายิกา ปุริมิกา จ ปจฺฉิมิกา จ ฯ เทฺว อธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ เทฺว ธมฺมิกานิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนานิ ฯ
ว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อเป็นต้น
ความไม่เอื้อเฟื้อมี ๒ คือ ไม่เอื้อเฟื้อต่อบุคคล ๑ ไม่เอื้อเฟื้อต่อธรรม ๑.
เกลือมี ๒ ชนิด คือ เกลือเกิดแต่กำเนิด ๑ เกลือแต่น้ำด่าง ๑.
เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือทะเล ๑ เกลือดำ ๑.
เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือสินเธาว์ ๑ เกลือดินโปร่ง ๑.
เกลือแม้อื่นอีก ๒ ชนิด คือ เกลือโรมกะ ๑ เกลือปักขัลลกะ ๑.
บริโภคมี ๒ คือ บริโภคภายใน ๑ บริโภคภายนอก ๑.
ด่ามี ๒ คือ ด่าอย่างคนเลว ๑ ด่าอย่างผู้ดี ๑.
ส่อเสียดด้วยอาการ ๒ คือ เพื่อทำตนให้เป็นที่รัก ๑ เพื่อมุ่งทำลาย ๑.
ภิกษุร่วมฉันเป็นหมู่ด้วยอาการ ๒ คือ เพราะเขานิมนต์ ๑ เพราะขอเขา ๑.
วันเข้าพรรษามี ๒ คือ วันเข้าพรรษาต้น ๑ วันเข้าพรรษาหลัง ๑.
งดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมมี ๒ งดปาติโมกข์เป็นธรรมมี ๒ ฯ
เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อนาคตํ ภารํ วหติ โย จ อาคตํ ภารํ น วหติ ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อนาคตํ ภารํ น วหติ โย จ อาคตํ ภารํ วหติ ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โน จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี ฯ อปเรปิ เทฺว ปุคฺคลา พาลา โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี ฯ เทฺว ปุคฺคลา ปณฺฑิตา โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี ฯ
๑ ม. ยุ. ชาติมญฺจ การิมญฺจ ฯ ๒ ม. ยุ. อิเม จสทฺทา นตฺถิ ฯ
ว่าด้วยบุคคลพาลและบัณฑิต
บุคคลพาลมี ๒ คือ ผู้รับภาระที่ยังไม่มาถึง ๑ ผู้ไม่รับภาระที่มาถึงแล้ว ๑บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้ไม่รับภาระที่ยังไม่มาถึง ๑ ผู้รับภาระที่มาถึงแล้ว ๑บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญว่าควรในสิ่งที่ไม่ควร ๑ ผู้สำคัญว่าไม่ควรในสิ่งที่ควร ๑
บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญว่าไม่ควรในสิ่งที่ไม่ควร ๑ ผู้สำคัญว่าควรในสิ่งควร ๑บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑
บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑
บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นอธรรม ๑
บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นธรรม ๑
บุคคลพาลแม้อื่นอีก ๒ คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑
บุคคลบัณฑิตมี ๒ คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าวินัย ๑ ฯ
ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ น กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ น กุกฺกุจฺจายติ โย จ กุกฺกุจฺจายิตพฺพํ กุกฺกุจฺจายติ ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อกปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี โย จ กปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อนาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อนาปตฺติยา อนาปตฺติสญฺญี โย จ อาปตฺติยา อาปตฺติสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อธมฺเม ธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม อธมฺมสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อธมฺเม อธมฺมสญฺญี โย จ ธมฺเม ธมฺมสญฺญี ฯ อปเรสมฺปิ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา วฑฺฒนฺติ โย จ อวินเย วินยสญฺญี โย จ วินเย อวินยสญฺญี ฯ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อาสวา น วฑฺฒนฺติ โย จ อวินเย อวินยสญฺญี โย จ วินเย วินยสญฺญี ฯ
ทุกํ นิฏฺฐิตํ ๑ ฯ
ว่าด้วยอาสวะ
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ไม่ควรประพฤติรังเกียจ ๑ ผู้ไม่ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ควรประพฤติรังเกียจ ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้ไม่ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ไม่ควรประพฤติรังเกียจ ๑ ผู้ประพฤติรังเกียจสิ่งที่ควรประพฤติรังเกียจ ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสิ่งไม่ควรว่าควร ๑ ผู้สำคัญในสิ่งที่ควรว่าไม่ควร ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสิ่งไม่ควรว่าไม่ควร ๑ผู้สำคัญในสิ่งที่ควรว่าควร ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอนาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ๑ผู้สำคัญในอาบัติว่าเป็นอาบัติ ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นอธรรม ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในอธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ผู้สำคัญในธรรมว่าเป็นธรรม ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลแม้อื่นอีก ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าวินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑.
อาสวะทั้งหลายย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ พวก คือ ผู้สำคัญในสภาพมิใช่วินัยว่าสภาพมิใช่วินัย ๑ ผู้สำคัญในวินัยว่าวินัย ๑.
หมวด ๒ จบ.
------------
ตสฺสุทฺทานํ
สญฺญา ลทฺธา จ สทฺธมฺมา ปริกฺขารา จ ปุคฺคลา
สจฺจํ ภูมิ นิกฺขมนฺโต อาทิยนฺโต สมาทิยํ
กโรนฺโต เทนฺโต คณฺหนฺโต ปริโภเคน รตฺติ จ
อรุณา ฉินฺทํ ฉาเทนฺโต ธาเรนฺโต จ อุโปสถา ๒
ปวารณา กมฺมาปรา วตฺถุ อปรา โทสา จ
อปรา เทฺว จ สมฺปตฺติ นานา สมานเมว จ
ปาราชิ สงฺฆา ถุลฺลจฺจํ ๓ ปาจิตฺติ ปาฏิเทสนี ๔
ทุกฺกฏา ภาสิตญฺเจว ๕ สตฺต อาปตฺติขนฺธกา ๖
ภิชฺชติ อุปสมฺปทา ตเถว อปเร ทุเว
น วตฺถพฺพํ น ทาตพฺพํ อภพฺพาภพฺพเมว จ
สญฺจิจฺจ สาติสารา จ ปฏิกฺโกสา นิสารณา
โอสารณา ปฏิญฺญา จ ปฏิคฺคหา ปฏิกฺขิปา
อุปฆาติ โจทนา จ กฐินา จ ทุเว ตถา
จีวรา ปตฺตมณฺฑลา อธิฏฺฐานา ตถา ทุเว ๑
วิกปฺปนา จ วินยา เวนยิกา สเลกฺขกา ๒
อาปชฺชติ จ วุฏฺฐาติ ปริวาสาปเร ทุเว ๓
เทฺว มานตฺตา อปเร จ รตฺติจฺเฉโท อนาทริ
เทฺว โลณา ตโย อปเร ปริโภคา อกฺโกสนา ๔
เปสุญฺญํ จ คณา วสฺสํ ๕ ฐปนา ภารกปฺปิยา
อนาปตฺติ อธมฺเม จ ๖ วินเย อาสเว ตถาติ ฯ
๑ ม. ยุ. ทุกา นิฏฺฐิตา ฯ ๒ สี. อุโปสโถ ฯ ๓ ยุ. สี. ถุลฺลจฺจยํ ฯ
๔ ม. ปาราชิกสงฺฆถุลฺลจฺจย- ปาจิตฺติ ปาฏิเทสนา ฯ ๕ ม. ยุ. ทุพฺภาสิตา เจว ฯ
๖ ม. ยุ. สี. สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา จ ฯ
หัวข้อประจำหมวด
สัญญา ๑ ศรัทธา ๑ สัทธรรม ๑ บริขาร ๑ บุคคล ๑ จริง ๑ ภูมิ ๑
ออกไป ๑ ถือเอา ๑ สมาทาน ๑ ทำ ๑ ให้ ๑ รับ ๑ บริโภค ๑ กลางคืน ๑ อรุณ ๑ ตัด ๑ปกปิด ๑ ทรงไว้ ๑ อุโบสถ ๑ ปวารณา ๑ กรรม ๑ กรรมอื่นอีก ๑ วัตถุ ๑ วัตถุอื่นอีก ๑โทษ ๑ โทษอื่นอีก ๑ สมบัติสองอย่าง ๑ นานาสังวาสก์ ๑ สมานสังวาสก์ ปาราชิก ๑สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑ อาบัติเจ็ด ๑กองอาบัติเจ็ด ๑ สงฆ์แตกกัน ๑ อุปสมบท ๑ อุปสมบทอีกสอง ๑ ไม่อาศัยอยู่ ๑ ไม่ให้ ๑อภัพบุคคล ๑ ภัพบุคคล ๑ แกล้ง ๑ มีโทษ ๑ คัดค้าน ๑ ขับออกจากหมู่ ๑ เรียกเข้าหมู่ ๑ปฏิญญา ๑ รับ ๑ ห้าม ๑ ลบล้าง ๑ โจท ๑ กฐิน ๒ อย่าง ๑ จีวร ๑ บาตร ๑ เชิงบาตร ๑อธิษฐาน ๒ อย่าง ๑ วิกัป ๑ วินัย ๑ อรรถที่สำเร็จในวินัย ๑ ความขัดเกลา ๑ ต้อง ๑ออก ๑ ปริวาส ๒ อย่าง ๑ มานัต ๒ อย่าง ๑ รัตติเฉท ๑ ไม่เอื้อเฟื้อ ๑ เกลือ ๒ชนิด ๑ เกลืออื่นอีก ๓ ชนิด ๑ บริโภค ๑ ด่า ๑ ส่อเสียด ๑ ฉันหมู่ ๑ วันจำพรรษา ๑งดปาติโมกข์ ๑ ภาระ ๑ สมควร ๑ อนาบัติ ๑ อธรรม ๑ วินัย ๑ อาสวะ ๑.
หัวข้อประจำหมวด จบ
End of หมวด ๒