arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก ปริวาร · ปัญจวรรค

กรรมวรรคที่ ๑ เล่ม ๘

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๔๐–๑๓๕๘ (Royal Thai)1/6 in ปัญจวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก ปริวาร ปัญจวรรค กรรมวรรคที่ ๑ (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 8, pp. 689–700

Page 689

ปัญจวรรค

ว่าด้วยหมวด ๕

๑. กัมมวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องกรรม

{๑๓๔๐} [๔๘๒] กรรมมี ๔ อย่าง คือ

๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม

๓. ญัตติทุติยกรรม ๔. ญัตติจตุตถกรรม

ถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร

ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ คือ

๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ

๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา

๕. โดยบริษัท

วัตถุวิบัติ

{๑๓๔๑} [๔๘๓] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ คือ กรรมที่ควรทำพร้อมหน้า แต่สงฆ์ทำลับหลัง ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุกรรมที่ควรสอบถามก่อนทำ แต่สงฆ์ไม่สอบถามก่อนทำ ชื่อว่ากรรม ไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุกรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ไม่ทำตามปฏิญญา ชื่อว่ากรรม ไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติ โดยวัตถุ

Page 690

สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรมวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำอุโบสถในวันมิใช่อุโบสถ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

Page 691

สงฆ์ปวารณาในวันมิใช่ปวารณา ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุกรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้

ญัตติวิบัติ

{๑๓๔๒} [๔๘๔] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ

๕. ตั้งญัตติภายหลัง

กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ นี้

อนุสาวนาวิบัติ

{๑๓๔๓} [๔๘๕] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งอนุสาวนา

๕. สวดในกาลไม่ควร

กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ นี้

สีมาวิบัติ

{๑๓๔๔} [๔๘๖] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ คือ

๑. สมมติสีมาเล็กเกินไป ๒. สมมติสีมาใหญ่เกินไป

๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมามีเงาเป็นนิมิต

Page 692

๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต

๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา

๗. สมมติสีมาในนที

๘. สมมติสีมาในสมุทร

๙. สมมติสีมาในชาตสระ

๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา

๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา

กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ นี้

บริษัทวิบัติ

{๑๓๔๕} [๔๘๗] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ คือ

๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน

Page 693

๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ

ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมี จำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้านกรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ นี้

Page 694

กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น

{๑๓๔๖} [๔๘๘] ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูปเป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูปเป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่ เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

กรรม ๔

{๑๓๔๗} [๔๘๙] กรรมมี ๔ คือ

๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม

๓. ญัตติทุติยกรรม ๔. ญัตติจตุตถกรรม

ถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติด้วยอาการเท่าไร

ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติด้วยอาการ ๕ คือ

๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ

๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา

๕. โดยบริษัท

Page 695

วัตถุวิบัติ

{๑๓๔๘} [๔๙๐] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างไร

ตอบ : สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีตเดียรถีย์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้สัตว์ดิรัจฉานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนผู้ทำลายสงฆ์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนผู้มีสองเพศอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้มีอายุหย่อน ๒๐ ปีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุกรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้

Page 696

ญัตติวิบัติ

{๑๓๔๙} [๔๙๑] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ

๕. ตั้งญัตติภายหลัง

กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ นี้

อนุสาวนาวิบัติ

{๑๓๕๐} [๔๙๒] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งอนุสาวนา

๕. สวดในกาลไม่ควร

กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ นี้

สีมาวิบัติ

{๑๓๕๑} [๔๙๓] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ

๑. สมมติสีมาเล็กเกินไป ๒. สมมติสีมาใหญ่เกินไป

๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมามีเงาเป็นนิมิต

๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต

๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา

๗. สมมติสีมาในนที

๘. สมมติสีมาในสมุทร

Page 697

๙. สมมติสีมาในชาตสระ

๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา

๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา

กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ นี้

บริษัทวิบัติ

{๑๓๕๒} [๔๙๔] ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ คือ

๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน

Page 698

๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติัวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมาแล้ว แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้านกรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ นี้

อปโลกนกรรมเป็นต้น

{๑๓๕๓} [๔๙๕] ถาม : อปโลกนกรรมถึงฐานะเท่าไร ญัตติกรรมถึงฐานะเท่าไร ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะเท่าไร ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะเท่าไรตอบ : อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗

Page 699

ฐานะแห่งอปโลกนกรรม

{๑๓๕๔} [๔๙๖] ถาม : อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ คืออะไรบ้าง

ตอบ : คือ โอสารณา นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ เป็น ๕ ทั้งกรรมลักษณะ อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ นี้

ฐานะแห่งญัตติกรรม

{๑๓๕๕} ถาม : ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ คืออะไรบ้าง

ตอบ : คือ โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับ การเลื่อนวันปวารณาออกไป เป็น ๙ ทั้งกรรมลักษณะ ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ นี้

ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม

{๑๓๕๖} ถาม : ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ คืออะไรบ้าง

ตอบ: คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอน การแสดง เป็น ๗ ทั้งกรรมลักษณะ ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ นี้

ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม

{๑๓๕๗} ถาม : ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ คืออะไรบ้าง

ตอบ : คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะ สมนุภาสน์ เป็น ๗ ทั้งกรรมลักษณะ ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ นี้

กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น

{๑๓๕๘} [๔๙๗] ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูปเป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

Page 700

ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูปเป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรแก่ฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่ เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูปเป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรแก่ฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่ เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรแก่ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้น เป็นผู้ควรแก่ฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

จบ กัมมวรรคที่ ๑

๒. อัตถวสวรรค

หมวดว่าด้วยเหตุผลที่ทรงบัญญัติสิกขาบท

{๑๓๕๙} [๔๙๘] พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อาศัยอำนาจ ๒ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการ คือ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่อความอยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวกอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการ คือ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัด อาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวกอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้

End of กรรมวรรคที่ ๑