arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก ปริวาร · ปัญจวรรค

กรรมวรรคที่ ๑ เล่ม ๘

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๔๐–๑๓๕๘ (Royal Thai)1/6 in ปัญจวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปัญจวรรค

ว่าด้วยหมวด ๕ หมวด

๑. กรรมวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องกรรม

กรรม ๔

พระวินัยปิฎก ปริวาร ปัญจวรรค กรรมวรรคที่ ๑ (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 8, pp. 701–710

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรรม(สังฆกรรม) ๔ อย่าง คือ

๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม

๓. ญัตติทุติยกรรม ๔. ญัตติจตุตถกรรม

ถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร

ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ

๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา

๕. โดยบริษัท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วัตถุวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ คือ กรรมที่ควรทำพร้อมหน้า แต่สงฆ์ทำลับหลัง กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุกรรมที่ควรสอบถามก่อนทำ แต่สงฆ์ไม่สอบถามก่อนทำ กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุกรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ไม่ทำตามปฏิญญา กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่า วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อ ว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติ โดยวัตถุ

สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติ โดยวัตถุสงฆ์ทำปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่า วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ทำอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่า วิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติ โดยวัตถุสงฆ์อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ทำอุโบสถในวันมิใช่วันอุโบสถ กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ปวารณาในวันมิใช่วันปวารณา กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ญัตติวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ

๕. ตั้งญัตติภายหลัง

กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนุสาวนาวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งวาจาประกาศ

๕. สวดในกาลไม่ควร

กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สีมาวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ

๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน

๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต

๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา

๗. สมมติสีมาในแม่น้ำ ๘. สมมติสีมาในทะเล

๙. สมมติสีมาในสระเกิดเอง ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา

๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา

กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บริษัทวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ

๑. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียงกัน คัดค้าน๒. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียง กันคัดค้าน๓. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อมเพรียงกัน คัดค้าน๔. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๕. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๖. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๗. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๘. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๙. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๑๐. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน๑๑. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุ พร้อมเพรียงกันคัดค้าน๑๒. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้านกรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น

ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและ ไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ ที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ ที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรรม ๔

กรรม ๔ อย่าง คือ (๑) อปโลกนกรรม (๒) ญัตติกรรม (๓) ญัตติทุติยกรรม (๔) ญัตติจตุตถกรรมถาม : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร

ตอบ : กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ

๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา

๕. โดยบริษัท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วัตถุวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ คือ

สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีดเดียรถีย์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้สัตว์ดิรัจฉานอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนผู้ทำลายสงฆ์อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนผู้ยังพระโลหิตห้ออุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุสงฆ์ให้คนสองเพศอุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุ

สงฆ์ให้คนมีอายุไม่ถึง ๒๐ ปี อุปสมบท กรรมไม่ชอบธรรม ชื่อว่าวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้ กรรมชื่อว่าย่อมวิบัติโดยวัตถุ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ญัตติวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ

๕. ตั้งญัตติภายหลัง

กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติด้วยอาการ ๕ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนุสาวนาวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ

๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์

๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ

๕. ตั้งญัตติภายหลัง

กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาด้วยอาการ ๕ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สีมาวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ

๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน

๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต

๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา

๗. สมมติสีมาในแม่น้ำ ๘. สมมติสีมาในทะเล

๙. สมมติสีมาในสระเกิดเอง ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา

๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา

กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บริษัทวิบัติ

ถาม : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท อย่างไร

ตอบ : กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ

๑. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน๒. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน๓. ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมีจำนวน เท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ภิกษุพร้อม เพรียงกันคัดค้าน๔. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๕. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๖. ในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ

๗. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๘. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๙. ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

๑๐. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุ พร้อมเพรียงกันคัดค้าน๑๑. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา ภิกษุพร้อมเพรียงกันคัดค้าน๑๒. ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้าร่วมกรรมมี จำนวนเท่าไร ที่มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่ ภิกษุพร้อมเพรียงกันคัดค้านกรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อปโลกนกรรม เป็นต้น

ถาม : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไร ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะเท่าไรตอบ : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ อย่าง ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ อย่าง ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ อย่าง ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ อย่าง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฐานะแห่งอปโลกนกรรม

ถาม : อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ เหล่าไหน

ตอบ : ฐานะ ๕ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๕อปโลกนกรรมย่อมถึงฐานะ ๕ เหล่านี้

ฐานะแห่งญัตติกรรม

ถาม : ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ เหล่าไหน

ตอบ : ฐานะ ๙ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับ การเลื่อนปวารณาออกไป ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๙ญัตติกรรมย่อมถึงฐานะ ๙ เหล่านี้

ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม

ถาม : ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่าไหน

ตอบ : ฐานะ ๗ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอน การแสดง ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ญัตติทุติยกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่านี้

ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม

ถาม : ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่าไหน

ตอบ : ฐานะ ๗ เหล่านี้ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะ สมนุภาสน์ ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ญัตติจตุตถกรรมย่อมถึงฐานะ ๗ เหล่านี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น

ในกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรมและ ไม่ใช่เป็นผู้ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรมในกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ฯลฯ ในกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ ฯลฯ

ในกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะที่เหลือเป็นผู้ควรฉันทะ ภิกษุรูปที่สงฆ์ทำกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ใช่เป็นผู้ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม

กรรมวรรคที่ ๑ จบ

End of กรรมวรรคที่ ๑