พระวินัยปิฎก ปริวาร · ทุติยคาถาสังคณิกะ
อาบัติทางกายเป็นต้น เล่ม ๘
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๔๒–๑๒๙๕ (Royal Thai)1/1 in ทุติยคาถาสังคณิกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ทุติยคาถาสงฺคณิกํ
ทุติยคาถาสังคณิกะ
อาบัติทางกายเป็นต้น
พระวินัยปิฎก ปริวาร ทุติยคาถาสังคณิกะ อาบัติทางกายเป็นต้น (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)
กติ อาปตฺติโย กายิกา กติ วาจสิกา กตา
ฉาเทนฺตสฺส กติ อาปตฺติโย กติ สํสคฺคปจฺจยา ฯ
ฉ อาปตฺติโย กายิกา ฉ วาจสิกา กตา
ฉาเทนฺตสฺส ติสฺโส อาปตฺติโย ปญฺจ สํสคฺคปจฺจยา ฯ
ถามว่า อาบัติทางกายจัดไว้เท่าไร? ทางวาจาจัดไว้เท่าไร? เมื่อปกปิดต้องอาบัติเท่าไร? อาบัติมีการเคล้าคลึงเป็นปัจจัยมีเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติทางกายจัดไว้ ๖ ทางวาจาจัดไว้ ๖ เมื่อปกปิดต้องอาบัติ ๓ อาบัติมีการเคล้าคลึงเป็นปัจจัยมี ๕.
อรุณุคฺเค กติ อาปตฺติโย กติ ยาวตติยกา
กเตตฺถ อฏฺฐวตฺถุกา กตีหิ สพฺพสงฺคโห ฯ
อรุณุคฺเค ติสฺโส อาปตฺติโย เทฺว ยาวตติยกา
เอเกตฺถ อฏฺฐวตฺถุกา เอเกน สพฺพสงฺคโห ฯ
ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นเป็นต้น
ถามว่า อาบัติเพราะอรุณขึ้นมีเท่าไร? อาบัติชื่อยาวตติยกา มีเท่าไร? อาบัติชื่ออัตถวัตถุกาในศาสนานี้มีเท่าไร? สงเคราะห์สิกขาบทและปาติโมก ขุทเทสทั้งมวลด้วยอุเทสเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติเพราะอรุณขึ้น มี ๓ อาบัติชื่อยาวตติยกามี ๒ อาบัติชื่ออัตถวัตถุกาในศาสนานี้มี ๑ สงเคราะห์สิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวล ด้วยนิทานุเทสอย่างเดียว.
วินยสฺส กติ มูลานิ ยานิ พุทฺเธน ปญฺญตฺตา
วินยครุกา กติ วุตฺตา ทุฏฺฐุลฺลฉาทนา กติ ฯ
วินยสฺส เทฺว มูลานิ ยานิ พุทฺเธน ปญฺญตฺตา
วินยครุกา เทฺว วุตฺตา เทฺว ทุฏฺฐุลฺลฉาทนา ฯ
มูลแห่งวินัยเป็นต้น
ถามว่า มูลแห่งวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มีเท่าไร? อาบัติหนักในฝ่ายวินัยตรัสไว้เท่าไร? อาบัติเพราะปิดอาบัติชั่วหยาบมีเท่าไร?
ตอบว่า มูลแห่งวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มี ๒ อาบัติหนักในฝ่ายวินัยตรัสไว้ ๒อาบัติเพราะปิดอาบัติชั่วหยาบมี ๒
คามนฺตเร กติ อาปตฺติโย กติ นทีปารปจฺจยา
กติมํเสสุ ถุลฺลจฺจยํ กติมํเสสุ ทุกฺกฏํ ฯ
คามนฺตเร จตสฺโส อาปตฺติโย จตสฺโส นทีปารปจฺจยา
เอกมํเส ถุลฺลจฺจยํ นวมํเสสุ ทุกฺกฏํ ฯ
ต้องอาบัติในละแวกบ้านเป็นต้น
ถามว่า อาบัติในละแวกบ้านมีเท่าไร? อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมีเท่าไร? เป็นอาบัติถุลลัจจัย เพราะเนื้อกี่ชนิด? เป็นอาบัติทุกกฏ เพราะเนื้อกี่ชนิด?
ตอบว่า อาบัติในละแวกบ้านมี ๔ อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมี ๔ เป็นอาบัติถุลลัจจัย เพราะเนื้อชนิดเดียว เป็นอาบัติทุกกฏ เพราะเนื้อ ๙ ชนิด.
กติ วาจสิกา รตฺตึ กติ วาจสิกา ทิวา
ททมานสฺส กติ อาปตฺติโย ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส กิตฺตกา ฯ
เทฺว วาจสิกา รตฺตึ เทฺว วาจสิกา ทิวา
ททมานสฺส ติสฺโส อาปตฺติโย จตฺตาโร จ ปฏิคฺคเห ฯ
ต้องอาบัติทางวาจาในราตรีเป็นต้น
ถามว่า อาบัติทางวาจาในกลางคืนมีเท่าไร? อาบัติทางวาจาในกลางวันมีเท่าไร?
เมื่อให้ ต้องอาบัติเท่าไร? เมื่อรับ ต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติทางวาจาในกลางคืนมี ๒ อาบัติทางวาจาในกลางวันมี ๒ เมื่อให้ต้องอาบัติ ๓ เพราะรับ ต้องอาบัติ ๔.
กติ เทสนาคามินิโย กติ สปฺปฏิกมฺมา กตา
กเตตฺถ อปฺปฏิกมฺมา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ปญฺจ เทสนาคามินิโย ฉ สปฺปฏิกมฺมา กตา
เอเกตฺถ อปฺปฏิกมฺมา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ต้องอาบัติเป็นเทสนาคามินีเป็นต้น
ถามว่า อาบัติเป็นเทสนาคามินี มีเท่าไร? อาบัติที่ทำคืนได้ จัดไว้เท่าไร? อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ตอบว่า อาบัติเป็นเทสนาคามินีมี ๕ อาบัติที่ทำคืนได้จัดไว้ ๖ อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้อย่างเดียว.
วินยครุกา กติ วุตฺตา กายวาจสิกานิ จ
กติ วิกาเล ธญฺญรสา ๑ กติ ญตฺติจตุตฺเถน สมฺมติ ฯ
วินยครุกา เทฺว วุตฺตา กายวาจสิกานิ จ
เอโก วิกาเล ธญฺญรโส เอกา ญตฺติจตุตฺเถน สมฺมติ ฯ
ต้องอาบัติหนักในฝ่ายวินัยเป็นต้น
ถามว่า อาบัติหนักในฝ่ายวินัยเป็นไปทางกายและวาจา ตรัสไว้เท่าไร? ธัญญรสในเวลาวิกาลมีเท่าไร? สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติหนักในฝ่ายวินัยเป็นไปทางกายและวาจาตรัสไว้ ๒ ธัญญรสในเวลาวิกาลมีอย่างเดียว สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีอย่างเดียว.
ปาราชิกา กายิกา กติ กติ สํวาสกภูมิโย ๒
กตีนญฺจ รตฺติจฺเฉโท ปญฺญตฺตา ทฺวงฺคุลา กติ ฯ
ปาราชิกา กายิกา เทฺว เทฺว สํวาสกภูมิโย ๒
ทฺวินฺนญฺจ รตฺติจฺเฉโท ปญฺญตฺตา ทฺวงฺคุลา ทุเว ฯ๒
อาบัติปาราชิกทางกายเป็นต้น
ถามว่า อาบัติปาราชิกทางกายมีเท่าไร? ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสเท่าไร? รัตติเฉทของภิกษุกี่พวก? และพระบัญญัติเรื่องสองนิ้วมีเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติปาราชิกทางกายมี ๒ ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสมี ๒ รัตติเฉทของภิกษุ ๒พวก และพระบัญญัติเรื่องสองนิ้วมี ๒.
กตตฺตานํ วธิตฺวาน กตีหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ
กเตตฺถ ปฐมาปตฺติกา ญตฺติยา กรณา กติ ฯ
เทฺว อตฺตานํ วธิตฺวาน ทฺวีหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ
เทฺวตฺถ ปฐมาปตฺติกา ญตฺติยา กรณา ทุเว ฯ
ต้องอาบัติเพราะทำร้ายตัวเองเป็นต้น
ถามว่า เพราะทำร้ายตัวเอง ต้องอาบัติเท่าไร? สงฆ์แตกกัน ด้วยอาการเท่าไร?
อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้ มีเท่าไร? ทำญัตติมีเท่าไร?
ตอบว่า เพราะทำร้ายตนเอง ต้องอาบัติ ๒ สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒ อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนี้มี ๒ ทำญัตติมี ๒.
ปาณาติปาเต กติ อาปตฺติโย วาจา ปาราชิกา กติ
โอภาสนา กติ วุตฺตา สญฺจริตฺเตน วา กติ ฯ
ปาณาติปาเต ติสฺโส อาปตฺติโย วาจา ปาราชิกา ตโย
โอภาสนา ตโย วุตฺตา สญฺจริตฺเตน วา ตโย ฯ
๑ ม. ยุ. ธญฺญรโส ฯ ๒ ยุ. สํวาสภูมิโย ฯ
ต้องอาบัติเพราะปาณาติบาตเป็นต้น
ถามว่า อาบัติเพราะปาณาติบาต มีเท่าไร? อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจามีเท่าไร?
อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเคาะ ตรัสไว้เท่าไร? อาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวชักสื่อ ตรัสไว้เท่าไร?
ตอบว่า อาบัติเพราะปาณาติบาตมี ๓ อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจามี ๓ อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเคาะ ตรัสไว้ ๓ และเกี่ยวด้วยเที่ยวชักสื่อ ตรัสไว้ ๓
กติ ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา กตี กมฺมาน สงฺคหา
นาสิตกา กติ วุตฺตา กตีนํ เอกวาจิกา ฯ
ตโย ปุคฺคลา น อุปสมฺปาเทตพฺพา ตโย กมฺมาน สงฺคหา
นาสิตกา ตโย วุตฺตา ติณฺณนฺนํ เอกวาจิกา ฯ
บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทเป็นต้น
ถามว่า บุคคลที่ไม่ควรให้อุปสมบท มีเท่าไร? กรรมสงเคราะห์มีเท่าไร? บุคคลที่ถูกนาสนะตรัสไว้เท่าไร? อนุสาวนาเดียวกันสำหรับบุคคล มีจำนวนเท่าไร?
ตอบว่า บุคคลที่ไม่ควรให้อุปสมบทมี ๓ พวก, กรรมสงเคราะห์มี ๓ อย่าง, บุคคลที่ถูกนาสนะตรัสไว้ ๓ พวก, อนุสาวนาเดียวกัน สำหรับบุคคลมีจำนวน ๓ คน.
อทินฺนาทาเน กติ อาปตฺติโย กติ เมถุนปจฺจยา
ฉินฺทนฺตสฺส กติ อาปตฺติโย กติ ฉฑฺฑิตปจฺจยา ฯ
อทินฺนาทาเน ติสฺโส อาปตฺติโย จตสฺโส เมถุนปจฺจยา
ฉินฺทนฺตสฺส ติสฺโส อาปตฺติโย ปญฺจ ฉฑฺฑิตปจฺจยา ฯ
ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานเป็นต้น
ถามว่า อาบัติเพราะอทินนาทาน มีเท่าไร? อาบัติเพราะเมถุนเป็นปัจจัยมีเท่าไร?
เมื่อตัดเป็นอาบัติเท่าไร? เพราะการทิ้งเป็นปัจจัย เป็นอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติเพราะอทินนาทานมี ๓ อาบัติเพราะเมถุนเป็นปัจจัยมี ๔ เมื่อตัดเป็นอาบัติ ๓ ตัว อาบัติเพราะการทิ้งเป็นปัจจัยมี ๕.
ภิกฺขุโนวาทกวคฺคสฺมึ ปาจิตฺติเยน ทุกฺกฏา
กเตตฺถ นวกา วุตฺตา กตีนํ จีวเรน จ ฯ
ภิกฺขุโนวาทกวคฺคสฺมึ ปาจิตฺติเยน ทุกฺกฏา กตา
จตุเรตฺถ นวกา วุตฺตา ทฺวินฺนํ จีวเรน จ ฯ
ปรับอาบัติควบกันเป็นต้น
ถามว่า ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏ กับปาจิตตีย์ หมวดที่ตรัสไว้เป็น ๙ในสิกขาบทที่ ๑ นั้น เป็นเท่าไร? ภิกษุณีเท่าไร เป็นอาบัติแก่ภิกขุเพราะจีวร?
ตอบว่า ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏ กับปาจิตตีย์ที่ตรัสไว้หมวด ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้น มี ๔ ภิกษุณี ๒ พวก เป็นอาบัติแก่ภิกษุเพราะจีวร.
ภิกฺขุนีนญฺจ อกฺขาตา ปาฏิเทสนิยา กติ
ภุญฺชนฺตามกธญฺเญน ปาจิตฺติเยน ทุกฺกฏา กติ ฯ
ภิกฺขุนีนญฺจ อกฺขาตา อฏฺฐ ปาฏิเทสนิยา กตา
ภุญฺชนฺตามกธญฺเญน ปาจิตฺติเยน ทุกฺกฏา กตา ฯ
ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะเป็นต้น
ถามว่า อาบัติปาฏิเทสนียะสำหรับภิกษุณีที่ตรัสไว้เท่าไร? เพราะขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์ หรือ?
ตอบว่า อาบัติปาฏิเทสนียะ ที่ตรัสแก่ภิกษุณี ปรับอาบัติไว้ ๘ เพราะขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์.
คจฺฉนฺตสฺส กติ อาปตฺติโย ฐิตสฺส วาปิ กิตฺตกา
นิสินฺนสฺส กติ อาปตฺติโย นิปนฺนสฺสาปิ กิตฺตกา ๑ ฯ
คจฺฉนฺตสฺส จตสฺโส อาปตฺติโย ฐิตสฺส วาปิ ตตฺตกา ๒
นิสินฺนสฺส จตสฺโส อาปตฺติโย นิปนฺนสฺสาปิ ตตฺตกา ๒
ต้องอาบัติเพราะเดินเป็นต้น
ถามว่า ผู้เดินต้องอาบัติเท่าไร? ผู้ยืนต้องอาบัติเท่าไร? ผู้นั่งต้องอาบัติเท่าไร?
และผู้นอนต้องอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า ผู้เดินต้องอาบัติ ๔ ผู้ยืนต้องอาบัติเท่ากัน ผู้นั่งต้องอาบัติ ๔ และผู้นอนต้องอาบัติเท่ากัน.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ฯ
ปญฺจ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ฯ
ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมด มีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕ ที่ต่างวัตถุกัน ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ฯ
นว ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ฯ
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมด มีเท่าไร ที่ต่างวัตถุกันภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙ ที่ต่างวัตถุกัน ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
กติวาจาย เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ปญฺจ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
เอกวาจาย เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
วิธีแสดงอาบัติ
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมด มีเท่าไร? ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕ ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาอย่างเดียว.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
กติวาจาย เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
นว ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
เอกวาจาย เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
๑-๒ ยุ. กิตฺติกา ตตฺติกา ฯ
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมีเท่าไร? ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙ ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาอย่างเดียว.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
กิญฺจ ๑ กิตฺเตตฺวา เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ปญฺจ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
วตฺถุํ กิตฺเตตฺวา เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมีเท่าไร? ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุอะไร?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๕ ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุวัตถุ.
กติ ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
กิญฺจ กิตฺเตตฺวา เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
นว ปาจิตฺติยานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
วตฺถุํ กิตฺเตตฺวา เทเสยฺย วุตฺตา อาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ถามว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมีเท่าไร? ที่ต่างวัตถุกันอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุอะไร?
ตอบว่า อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดมี ๙ ที่ต่างวัตถุกัน อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสแล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุวัตถุ.
ยาวตติยเก กติ อาปตฺติโย กติ โวหารปจฺจยา
ขาทนฺตสฺส กติ อาปตฺติโย กติ โภชนปจฺจยา ฯ
ยาวตติยเก ติสฺโส อาปตฺติโย ฉ โวหารปจฺจยา ฯ
ขาทนฺตสฺส ติสฺโส อาปตฺติโย ปญฺจ โภชนปจฺจยา ฯ
ยาวตติยกาบัติเป็นต้น
ถามว่า เพราะสวดประกาศครบ ๓ จบ เป็นอาบัติเท่าไร? เพราะการกล่าวเป็นปัจจัย เป็นอาบัติเท่าไร? ภิกษุเคี้ยว ต้องอาบัติเท่าไร? เพราะฉันเป็นปัจจัย เป็นอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า เพราะสวดประกาศครบ ๓ จบ เป็นอาบัติ ๓ เพราะการกล่าวเป็นปัจจัยเป็นอาบัติ ๖ ภิกษุเคี้ยวต้องอาบัติ ๓ ตัว, เพราะฉันเป็นปัจจัย เป็นอาบัติ ๕.
สพฺพา ยาวตติยกา กติ ฐานานิ คจฺฉนฺติ
กตีนญฺเจว อาปตฺติ กตีนํ อธิกรเณน จ ฯ
สพฺพา ยาวตติยกา ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉนฺติ
ปญฺจนฺนญฺเจว อาปตฺติ ปญฺจนฺนํ อธิกรเณน จ ฯ
ฐานะแห่งยาวตติกาบัติเป็นต้น
ถามว่า ยาวตติยกาบัติทั้งมวล ย่อมถึงฐานะเท่าไร? อาบัติมีแก่คนกี่พวก?
และอธิกรณ์ มีแก่คนกี่พวก?
ตอบว่า ยาวตติยกาบัติทั้งมวลย่อมถึงฐานะ ๕ อาบัติมีแก่สหธรรมิก ๕ และอธิกรณ์ มีแก่สหธรรมิก ๕.
กตีนํ วินิจฺฉโย โหติ กตีนํ วูปสเมน จ
กตีนญฺเจว อนาปตฺติ กตีหิ ฐาเนหิ โสภติ ฯ
ปญฺจนฺนํ วินิจฺฉโย โหติ ปญฺจนฺนํ วูปสเมน จ
ปญฺจนฺนญฺเจว อนาปตฺติ ตีหิ ฐาเนหิ โสภติ ฯ
๑ ยุ. กิญฺจิ ฯ
วินิจฉัยเป็นต้น
ถามว่า วินิจฉัยมีแก่บุคคลกี่พวก? การระงับ มีแก่บุคคลกี่พวก? บุคคลกี่พวกไม่ต้องอาบัติ? และภิกษุย่อมงามด้วยฐานะเท่าไร?
ตอบว่า วินิจฉัยมีแก่สหธรรมิก ๕ พวก การระงับมีแก่สหธรรมิก ๕ พวก สหธรรมิก ๕พวก ไม่ต้องอาบัติและภิกษุย่อมงามด้วยเหตุ ๓ สถาน
กติ กายิกา รตฺตึ กติ กายิกา ทิวา
นิชฺฌนฺตสฺส ๑ กติ อาปตฺติ กติ ปิณฺฑปาตปจฺจยา ฯ
เทฺว กายิกา รตฺตึ เทฺว กายิกา ทิวา
นิชฺฌนฺตสฺส ๑ เอกา อาปตฺติ เอกา ปิณฺฑปาตปจฺจยา ฯ
อาบัติทางกายในราตรีเป็นต้น
ถามว่า อาบัติทางกายในราตรีมีเท่าไร? ทางกายในกลางวันมีเท่าไร? ภิกษุแพ่งดูต้องอาบัติเท่าไร? เพราะบิณฑบาตเป็นปัจจัยเป็นอาบัติเท่าไร?
ตอบว่า อาบัติทางกายในราตรีมี ๒ ทางกายในกลางวันมี ๒ ภิกษุเพ่งดูต้องอาบัติตัวเดียว เพราะบิณฑบาตเป็นปัจจัยเป็นอาบัติตัวเดียว.
กตานิสํเส สมฺปสฺสํ ปเรสํ สทฺธาย เทสเย ๒
อุกฺขิตฺตกา กติ วุตฺตา กติ สมฺมาปวตฺตนา ๓
อฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสํ ปเรสํ สทฺธาย เทสเย ๒
อุกฺขิตฺตกา ตโย วุตฺตา เตจตฺตาฬีส สมฺมาวตฺตนา ฯ
ภิกษุที่สงฆ์ยกวัตรเป็นต้น
ถามว่า ภิกษุเห็นอานิสงส์เท่าไร จึงแสดง เพราะเชื่อผู้อื่น? ภิกษุผู้ถูกยกวัตรตรัสไว้มีเท่าไร? ความประพฤติชอบมีเท่าไร?
ตอบว่า ภิกษุเห็นอานิสงส์ ๘ อย่าง จึงแสดงเพราะเชื่อผู้อื่น ภิกษุผู้ถูกยกวัตรตรัสไว้ มี ๓ พวก ความประพฤติชอบมี ๔๓ ข้อ
กติฐาเน มุสาวาโท กติ ปรมนฺติ วุจฺจติ
กติ ปาฏิเทสนียา กตีนํ เทสนาย จ ฯ
ปญฺจฐาเน มุสาวาโท จุทฺทส ปรมนฺติ วุจฺจติ
ทฺวาทส ปาฏิเทสนียา จตุนฺนํ เทสนาย จ ฯ
มุสาวาทเป็นต้น
ถามว่า มุสาวาทถึงฐานะเท่าไร? ที่ตรัสว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร? ปาฏิเทสนียะมีกี่สิกขาบท?
การแสดงโทษของบุคคลกี่จำพวก?
ตอบว่า มุสาวาทถึงฐานะ ๕ ที่ตรัสว่าอย่างยิ่ง มี ๑๔ สิกขาบท ปาฏิเทสนียะมี ๑๒สิกขาบท การแสดงโทษของบุคคล ๕ จำพวก
กตงฺคิโก มุสาวาโท กติ อุโปสถงฺคานิ
กติ ทูเตยฺยงฺคานิ กติ ติตฺถิยวตฺตนา ฯ
อฏฺฐงฺคิโก มุสาวาโท อฏฺฐ อุโปสถงฺคานิ
อฏฺฐ ทูเตยฺยงฺคานิ อฏฺฐ ติตฺถิยวตฺตนา ฯ
องค์ของมุสาวาทเป็นต้น
ถามว่า มุสาวาทมีองค์เท่าไร? องค์อุโบสถมีเท่าไร? องค์ของผู้ควรเป็นทูตมีเท่าไร?
ติตถิยวัตร มีเท่าไร?
ตอบว่า มุสาวาทมีองค์ ๘ องค์อุโบสถมี ๘ องค์ของผู้ควรเป็นทูตมี ๘ ติตถิยวัตรมี ๘
กติวาจิกา อุปสมฺปทา กตีนํ ปจฺจุฏฺฐาตพฺพํ
กตีนํ อาสนํ ทาตพฺพํ ภิกฺขุโนวาทโก กตีหิ ฯ
อฏฺฐวาจิกา อุปสมฺปทา อฏฺฐนฺนํ ปจฺจุฏฺฐาตพฺพํ
อฏฺฐนฺนํ อาสนํ ทาตพฺพํ ภิกฺขุโนวาทโก อฏฺฐหิ ฯ
๑ ม. นิชฺฌายนฺตสฺส ฯ ๒ เทเสยฺย ฯ ๓ ม. ยุ. สมฺมาวตฺตนา ฯ
อุปสัมปทาเป็นต้น
ถามว่า อุปสัมปทามีวาจาเท่าไร? ภิกษุณีพึงลุกรับภิกษุณีกี่พวก? พึงให้อาสนะแก่ภิกษุณีกี่พวก? ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณีต้องประกอบด้วยคุณสมบัติเท่าไร?
ตอบว่า อุปสัมปทามีวาจา ๘ ภิกษุณีพึงลุกรับ ภิกษุณี ๘ พวกพึงให้อาสนะแก่ภิกษุณี ๘ พวก ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณีต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ๘
กตีนํ เฉชฺชํ โหติ กตีนํ ถุลฺลจฺจยํ
กตีนญฺเจว อนาปตฺติ สพฺเพสํ เอกวตฺถุกา ฯ
เอกสฺส เฉชฺชํ โหติ จตุนฺนํ ถุลฺลจฺจยํ
จตุนฺนญฺเจว อนาปตฺติ สพฺเพสํ เอกวตฺถุกา ฯ
ความขาดเป็นต้น
ถามว่า ความขาดมีแก่คนเท่าไร? อาบัติถุลลัจจัยมีแก่คนเท่าไร? บุคคลเท่าไรไม่ต้องอาบัติ? อาบัติและอนาบัติของคนทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกัน หรือ?
ตอบว่า ความขาดมีแก่คนผู้เดียว อาบัติถุลลัจจัยมีแก่คน ๔ พวก บุคคล ๔ พวกไม่ต้องอาบัติอาบัติและอนาบัติของคนทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกัน
กติ อาฆาตวตฺถูนิ กตีหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ
กเตตฺถ ปฐมาปตฺติกา ญตฺติยา กรณา กติ ฯ
นว อาฆาตวตฺถูนิ นวหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ
นเวตฺถ ปฐมาปตฺติกา ญตฺติยา กรณา นว ฯ
กรรมเนื่องด้วยญัตติเป็นต้น
ถามว่า อาฆาตวัตถุมีเท่าไร? สงฆ์แตกกัน ด้วยเหตุเท่าไร? อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มีเท่าไร? ทำด้วยญัตติมีเท่าไร?
ตอบว่า อาฆาตวัตถุมี ๙ สงฆ์แตกกันด้วยเหตุ ๙ อย่าง อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มี ๙ อย่าง ทำด้วยญัตติมี ๙.
กติ ปุคฺคลา นาภิวาเทตพฺพา อญฺชลิสามิเจน จ
กตีนํ ทุกฺกฏํ โหติ กติ จีวรธารณา ฯ
ทส ปุคฺคลา นาภิวาเทตพฺพา อญฺชลิสามิเจน จ
ทสนฺนํ ทุกฺกฏํ โหติ ทส จีวรธารณา ฯ
บุคคลไม่ควรกราบไหว้เป็นต้น
ถามว่า บุคคลเท่าไร อันภิกษุไม่พึงกราบไหว้ และไม่พึงทำอัญชลีกรรมและสามีจิกรรม? เพราะทำแก่บุคคลเท่าไร ต้องอาบัติทุกกฏ? ทรงจีวรมีกำหนดเท่าไร?
ตอบว่า บุคคล ๑๐ พวก อันภิกษุไม่พึงกราบไหว้ ไม่พึงทำอัญชลีกรรม และสามีจิกรรม เพราะทำแก่บุคคล ๑๐ พวก ต้องอาบัติทุกกฏทรงจีวรมีกำหนด ๑๐ วัน
กตีนํ วสฺสํ วุตฺถานํ ทาตพฺพํ อิธ จีวรํ
กตีนํ สนฺเต ทาตพฺพํ กตีนญฺเจว น ทาตพฺพํ ฯ
ปญฺจนฺนํ วสฺสํ วุตฺถานํ ทาตพฺพํ อิธ จีวรํ
สตฺตนฺนํ สนฺเต ทาตพฺพํ โสฬสนฺนํ น ทาตพฺพํ ฯ
ให้จีวรเป็นต้น
ถามว่า จีวรควรให้แก่บุคคลในศาสนานี้ ผู้จำพรรษาแล้วกี่พวก? เมื่อมีผู้รับแทนควรให้แก่บุคคลกี่พวก? และไม่ควรให้แก่บุคคลกี่พวก?
ตอบว่า จีวรควรให้แก่สหธรรมิก ๕ ในศาสนานี้ ผู้จำพรรษาแล้วเมื่อมีผู้รับแทนควรให้แก่บุคคล ๗ พวก ไม่ควรให้แก่บุคคล ๑๖ พวก
กติสตํ รตฺติสตํ อาปตฺตึ ๑ ฉาทยิตฺวาน
กติ รตฺติโย วสิตฺวาน มุจฺเจยฺย ปาริวาสิโก ฯ
ทสสตํ รตฺติสตํ อาปตฺตึ ๑ ฉาทยิตฺวาน
ทส รตฺติโย วสิตฺวาน มุจฺเจยฺย ปาริวาสิโก ฯ
๑ ม. ยุ. อาปตฺติโย ฯ
ภิกษุอยู่ปริวาส
ถามว่า ชั่ว ๑๐๐ ราตรี ภิกษุอยู่ปริวาสปิดอาบัติไว้กี่ร้อย? ต้องอยู่ปริวาสกี่ราตรีจึงจะพ้น?
ตอบว่า ชั่ว ๑๐๐ ราตรี ภิกษุอยู่ปริวาสปิดอาบัติไว้ ๑๐ ร้อยราตรีต้องอยู่ปริวาส ๑๐ราตรี จึงจะพ้น
กติ กมฺมโทสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ สพฺเพ ๑ อธมฺมิกา กติ ฯ
ทฺวาทส กมฺมโทสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ สพฺเพ ๑ อธมฺมิกา กตา ฯ
โทษแห่งกรรม
ถามว่า โทษแห่งกรรม อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? กรรมไม่เป็นธรรมทั้งหมดที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัย ในพระนครจัมปามีเท่าไร?
ตอบว่า โทษแห่งกรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มี ๑๒กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัยในพระนครจัมปาล้วนไม่เป็นธรรม.
กติ กมฺมสมฺปตฺติโย วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ สพฺเพ ว ธมฺมิกา กติ ฯ
จตสฺโส กมฺมสมฺปตฺติโย วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ สพฺเพ ว ธมฺมิกา กตา ฯ
กรรมสมบัติ
ถามว่า กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มีเท่าไร?
กรรมเป็นธรรมทั้งหมดที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัย ในพระนครจำปามีเท่าไร?
ตอบว่า กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่างกรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัย ในพระนครจัมปาล้วนเป็นธรรม
กติ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ ธมฺมิกา อธมฺมิกา กติ ฯ
ฉ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ เอเกตฺถ ธมฺมิกา กตา
ปญฺจ อธมฺมิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
กรรม ๖ อย่าง
ถามว่า กรรมอันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัยในพระนครจัมปา ที่เป็นธรรมมีเท่าไร? ที่ไม่เป็นธรรมมีเท่าไร?
ตอบว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๖ อย่าง บรรดากรรม ๖ นี้ กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ในเรื่องวินัย ในพระนครจัมปา ที่เป็นธรรมอย่างเดียว, ที่ไม่เป็นธรรม ๕ อย่าง.
กติ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ ธมฺมิกา อธมฺมิกา กติ ฯ
จตฺตาริ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
จมฺปายํ วินยวตฺถุสฺมึ เอเกตฺถ ธมฺมิกา กตา
ตโย อธมฺมิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
กรรม ๔ อย่าง
ถามว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องวินัยในพระนครจัมปา ที่เป็นธรรมมีเท่าไร? ที่ไม่เป็นธรรมมีเท่าไร?
ตอบว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่าง, บรรดากรรม ๔ นี้ กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ในเรื่องวินัย ในพระนครจัมปา ที่เป็นธรรมมีอย่างเดียว ที่ไม่เป็นธรรมมี ๓ อย่าง
ยํ เทสิตํ ๒ อนนฺตชิเนน ตาทินา
อาปตฺติกฺขนฺธานิ วิเวกทสฺสินา
กเตตฺถ สมฺมติ วินา สมเถหิ
ปุจฺฉามิ ตํ พฺรูหิ วิภงฺคโกวิท ฯ
ยํ เทสิตํ ๑ อนนฺตชิเนน ตาทินา
อาปตฺติกฺขนฺธานิ วิเวกทสฺสินา
เอเกตฺถ สมฺมติ วินา สมเถหิ
เอตนฺเต อกฺขามิ วิภงฺคโกวิท ฯ
๑ ม. ยุ. สพฺเพว ฯ ๒ ยุ. เทสิตา ฯ
อาบัติระงับและไม่ระงับ
ถามว่า กองอาบัติใด อันพระอนันตชินเจ้าผู้คงที่ ผู้ทรงเห็นวิเวกทรงแสดงแล้วในกองอาบัตินั้น กองอาบัติเท่าใด เว้นสมถะเสีย ย่อมระงับ? ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ข้าพเจ้าถามข้อนั้น ขอท่านจงบอก
ตอบว่า กองอาบัติใดอันพระอนันตชินเจ้าผู้คงที่ ผู้ทรงเห็นวิเวกทรงแสดงแล้วในกองอาบัตินั้น กองอาบัติกองเดียว เว้นสมถะเสียย่อมระงับ ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ข้าพเจ้าบอกข้อนั้น แก่ท่าน
กติ อาปายิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ ๒ สุโณม เต ฯ
ฉอูนทิยฑฺฒสตา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
อาปายิกา เนรยิกา กปฺปฏฺฐา สงฺฆเภทกา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย
ถามว่า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัยตอบว่า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย ตกนรกชั่วกัลป์อันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๔๔ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ นาปายิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
อฏฺฐารส นาปายิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ภิกษุทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย
ถามว่า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัยตอบว่า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ไปอบาย อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ อฏฺฐกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
อฏฺฐารสฏฺฐกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
๑ ยุ. เทสิตา ฯ ๒ ม. วินยานิ ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ
หมวด ๘
ถามว่า หมวด ๘ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า หมวด ๘ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘ หมวดขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะวินัย.
กติ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
โสฬส กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
กรรม ๑๖ อย่าง
ถามว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังนิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๖ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ กมฺมโทสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
ทฺวาทส กมฺมโทสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
โทษแห่งกรรม ๑๒
ถามว่า โทษแห่งกรรม อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
ตอบว่า โทษแห่งกรรม อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๒อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ กมฺมสมฺปตฺติโย วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
จตสฺโส กมฺมสมฺปตฺติโย วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
กรรมสมบัติ ๔
ถามว่า กรรมสมบัติ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
ตอบว่า กรรมสมบัติ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่างขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะวินัย.
กติ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
ฉ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
กรรม ๖
ถามว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๖ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
จตฺตาริ กมฺมานิ วุตฺตานิ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
กรรม ๔
ถามว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร? ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย,
ตอบว่า กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย
กติ ปาราชิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
อฏฺฐ ปาราชิกา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ปาราชิก ๘
ถามว่า ปาราชิก อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
ตอบว่า ปาราชิก อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๘ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ สงฺฆาทิเสสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
เตวีส สงฺฆาทิเสสา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
สังฆาทิเสส ๒๓
ถามว่า สังฆาทิเสส อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังนิสัยของท่านผู้รู้ เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า สังฆาทิเสส อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๒๓ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ อนิยตา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
เทฺว อนิยตา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
อนิยต ๒
ถามว่า อนิยต อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า อนิยต อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๒ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ นิสฺสคฺคิยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
เทฺวจตฺตาฬีส นิสฺสคฺคิยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
นิสสัคคิยะ ๔๒
ถามว่า นิสสัคคิยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า นิสสัคคิยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔๒ของท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ ปาจิตฺติยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
อฏฺฐาสีติสตํ ปาจิตฺติยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ปาจิตติยะ ๑๘๘
ถามว่า ปาจิตติยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า ปาจิตติยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘๘ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
กติ ปาฏิเทสนียา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
ทฺวาทส ปาฏิเทสนียา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ปาฏิเทสนียะ ๑๒
ถามว่า ปาฏิเทสนียะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า ปาฏิเทสนียะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๒ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะวินัย.
กติ เสขิยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณม เต ฯ
ปญฺจสตฺตติ เสขิยา วุตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
วินยํ ปฏิชานนฺตสฺส วิสยานิ สุโณหิ เม ฯ
ยาว สุปุจฺฉิตํ ตยา ตาว ๑ สุวิสฺสชฺชิตํ มยา
ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาย วา นตฺถิ กิญฺจิ อสุตฺตกนฺติ ฯ
ทุติยคาถาสงฺคณิกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
___________________
๑ ม. ยุ. ยาว ฯ
เสขิยะ ๗๕
ถามว่า เสขิยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร?
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอฟังวิสัยของผู้รู้เฉพาะพระวินัย
ตอบว่า เสขิยะ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าแห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๗๕ ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้เฉพาะพระวินัย.
ปัญหาข้อใด ท่านถามแล้วด้วยดีฉันใด ปัญหาข้อนั้นข้าพเจ้าตอบแล้วด้วยดีฉันนั้นอนึ่ง ในคำถามและคำตอบจะไม่อ้างถึงสูตรอะไรไม่มีแล.
ทุติยคาถาสังคณิกะ จบ.
End of อาบัติทางกายเป็นต้น