พระวินัยปิฎก จุลวรรค · เสนาสนะขันธกะ
เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรม เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๙๔–๒๙๕ (Royal Thai)14/19 in เสนาสนะขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
นวกมฺมทานกถา
นวกัมมทานกถา
ว่าด้วยวิธีการที่ภิกษุให้นวกรรม
เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรม
พระวินัยปิฎก จุลวรรค เสนาสนะขันธกะ เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรม (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 7, pp. 96–98 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 7, pp. 145–147
อถ โข ภควา กีฏาคิริสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา, เยน อาฬวี; เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกญฺจรมาโน เยน อาฬวี; ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย. เตน โข ปน สมเยน อาฬวิกา(๑) ภิกฺขู เอวรูปานิ นวกมฺมานิ เทนฺติ, ปิณฺฑนิกฺเขปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, กุฑฺฑเลปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ทฺวารฏฺฐปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ. อคฺคฬวฏฺฏิกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, อาโลกสนฺธิกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, เสตวณฺณกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, กาฬวณฺณกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, เครุกปริกมฺมกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ฉาทนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, พนฺธนมตฺเตนปิ
นวกมฺมํ เทนฺติ, ภณฺฑิกาธานมตฺเตนปิ(๒) นวกมฺมํ เทนฺติ, ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ปริภณฺฑกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, วีสติวสฺสิกมฺปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ตึสวสฺสิกมฺปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ยาวชีวิกมฺปิ นวกมฺมํ เทนฺติ, ธูมกาลิกมฺปิ ปริโยสิตํ วิหารํ นวกมฺมํ เทนฺติ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม อาฬวิกา ภิกฺขู เอวรูปานิ นวกมฺมานิ ทสฺสนฺติ, ปิณฺฑนิกฺเขปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, กุฑฺฑเลปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ทฺวารฏฺฐปนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, อคฺคฬวฏฺฏิกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, อาโลกสนฺธิกรณมตฺเตนปิ
นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, เสตวณฺณกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, กาฬวณฺณกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, เครุกปริกมฺมกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ฉาทนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, พนฺธนมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ภณฺฑิกาธานมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ปริภณฺฑกรณมตฺเตนปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, วีสติวสฺสิกมฺปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ตึสวสฺสิกมฺปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ยาวชีวิกมฺปิ นวกมฺมํ ทสฺสนฺติ, ธูมกาลิกมฺปิ ปริโยสิตํ วิหารํ นวกมฺมํ ทสฺสนฺตี”ติ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ. วิครหิตฺวา ฯเปฯ
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ “น ภิกฺขเว ปิณฺฑนิกฺเขปนมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น กุฑฺฑเลปนมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ทฺวารฏฺฐปนมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น อคฺคฬวฏฺฏิกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น อาโลกสนฺธิกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น เสตวณฺณกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น กาฬวณฺณกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น เครุกปริกมฺมกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ฉาเทนมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น พนฺธนมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ภณฺฑิกาธานมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ปริภณฺฑกรณมตฺเตน นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น วีสติวสฺสิกํ นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ตึสวสฺสิกํ นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ยาวชีวิกํ นวกมฺมํ ทาตพฺพํ... น ธูมกาลิกํ ปริโยสิตํ วิหารํ นวกมฺมํ ทาตพฺพํ, โย ทเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว อกตํ วา วิปฺปกตํ วา นวกมฺมํ ทาตุํ, ขุทฺทเก วิหาเร กมฺมํ โอโลเกตฺวา ฉปฺปญฺจวสฺสิกํ นวกมฺมํ ทาตุํ, อฑฺฒโยเค กมฺมํ โอโลเกตฺวา สตฺตฏฺฐวสฺสิกํ นวกมฺมํ ทาตุํ, มหลฺลเก วิหาเร ปาสาเท วา กมฺมํ โอโลเกตฺวา ทสทฺวาทสวสฺสิกํ นวกมฺมํ ทาตุนฺ”ติ.
- 1ฉ.ม. อาฬวกา
- 2อิ. คณฺฑิกาธานมตฺเตนปิ ฉ.ม. ภณฑิกาฏฺฐปนมตฺเตนปิ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กีฏาคิรีชนบทตามพระอัธยาศัย แล้ว ได้เสด็จจาริกไปทางเมืองอาฬวี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ จนถึงเมืองอาฬวี ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ ในเมืองอาฬวีนั้น
สมัยนั้น พวกภิกษุชาวเมืองอาฬวี ให้นวกรรมอย่างนี้ คือ ให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงวางก้อนดินบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงฉาบทาฝาบ้าง ให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงติดตั้งประตูบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดสายยูบ้าง ให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงติดตั้งกรอบเช็ดหน้าบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีขาวบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีดำบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีเหลืองบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงมุงหลังคาบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงผูกมัดหลังคาบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดไม้หลบหลังคาบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียง ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรมบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงขัดถูบ้าง
ให้นวกรรม ๒๐ ปีบ้าง ให้นวกรรม ๓๐ ปีบ้าง ให้นวกรรมตลอดชีวิตบ้าง ให้นวกรรมวิหาร ที่สร้างเสร็จแล้ว ชั่วเวลาแห่งควันไฟบ้างบรรดาภิกษุผู้มักน้อยสันโดษ ฯลฯ ตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวก ภิกษุชาวเมืองอาฬวีจึงมอบนวกรรมให้อย่างนี้ คือ ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงวาง ก้อนดินบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงฉาบทาฝาบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียง ติดตั้งประตูบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดสายยูให้บ้าง ให้นวกรรมด้วย อาการเพียงติดกรอบเช็ดหน้าบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีขาวบ้าง ให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงทาสีดำบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีเหลืองบ้าง ให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงมุงหลังคาบ้าง
ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงผูกมัดหลังคาบ้าง ให้ นวกรรมด้วยอาการเพียงติดไม้หลบหลังคาบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงปฏิสังขรณ์ เสนาสนะที่ทรุดโทรมบ้าง ให้นวกรรมด้วยอาการเพียงขัดถูบ้าง ให้นวกรรม ๒๐ ปีบ้าง ให้นวกรรม ๓๐ ปีบ้าง ให้นวกรรมตลอดชีวิตบ้าง ให้นวกรรมวิหารที่สร้าง เสร็จแล้ว ชั่วเวลาแห่งควันไฟบ้าง”ครั้งนั้นแล ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ฯลฯ จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ฯลฯ ทรงแสดงธรรมีกถารับสั่งกับภิกษุทั้งหลาย ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงวางก้อนดิน ... ไม่พึงให้ นวกรรมด้วยอาการเพียงฉาบทาฝา ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดตั้งประตู ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดสายยู ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติด ตั้งกรอบเช็ดหน้า ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีขาว ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วย อาการเพียงทาสีดำ ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงทาสีเหลือง ... ไม่พึงให้นวกรรม ด้วยอาการเพียงมุงหลังคา ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงผูกหลังคา ... ไม่ พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงติดให้หลบหลังคา
... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียง ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ... ไม่พึงให้นวกรรมด้วยอาการเพียงขัดถู ... ไม่พึงให้ นวกรรม ๒๐ ปี ... ไม่พึงให้นวกรรม ๓๐ ปี ... ไม่พึงให้นวกรรมตลอดชีวิต ... ไม่พึง ให้นวกรรมวิหารที่สร้างเสร็จแล้ว ชั่วเวลาแห่งควันไฟ รูปใดให้ ต้องอาบัติทุกกฏภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุให้นวกรรมวิหารที่ยังไม่ได้สร้าง หรือที่สร้าง ค้างไว้ ให้ตรวจดูวิหารเล็กแล้วให้นวกรรม ๕-๖ ปี ให้ตรวจดูงานในเรือนมุงแถบ เดียวแล้ว ให้นวกรรม ๗-๘ ปี ให้ตรวจดูงานในวิหารใหญ่หรือปราสาทแล้วให้ นวกรรม ๑๐-๑๒ ปี”
- 1ให้นวกรรม หมายถึงให้นวกรรมสมมติ (วิมติ.ฏีกา ๒/๓๒๓/๓๒๑) คืออนุมัติการก่อสร้าง หรืออนุญาต ให้ก่อสร้าง
End of เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรม