พระวินัยปิฎก จุลวรรค · เสนาสนะขันธกะ
พุทธานุญาตด้าย เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๑๗–๒๓๑ (Royal Thai)3/19 in เสนาสนะขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พุทธานุญาตด้าย
พระวินัยปิฎก จุลวรรค เสนาสนะขันธกะ พุทธานุญาตด้าย (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส สุตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สุตฺตํ ๑ มญฺจํ เวเฐตุนฺติ ๒ ฯ องฺคานิ พหุํ สุตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว องฺเค วิชฺฌิตฺวา อฏฺฐปทกํ เวเฐตุนฺติ ๒ ฯ โจฬกํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จิมิลิกํ กาตุนฺติ ฯ ตูลิกา อุปฺปนฺนา โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว วิชเฏตฺวา พิมฺโพหนํ กาตุํ ตีณิ ตูลานิ รุกฺขตูลํ ลตาตูลํ โปฏกีตูลนฺติ ฯ
สมัยนั้น ด้ายบังเกิดแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มี
พระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตด้ายไว้ถักเตียง ตัว เตียงกินด้าย
มาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เจาะตัวเตียงแล้วถัก เป็นตาหมากรุก ผ้าสามัญ
ผืนน้อยๆ บังเกิดแล้ว ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำเป็นผ้ารองพื้น นุ่นบังเกิดแล้ว ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตให้สางออกทำเป็นหมอน นุ่นมี ๓ ชนิด คือ นุ่นต้นไม้ ๑ นุ่นเถาวัลย์ ๑ นุ่นหญ้า ๑ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อฑฺฒกายิกานิ พิมฺโพหนานิ ธาเรนฺติ ฯ มนุสฺสา วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ปสฺสิตฺวา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว อฑฺฒกายิกานิ พิมฺโพหนานิ ธาเรตพฺพานิ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว สีสปฺปมาณํ พิมฺโพหนํ กาตุนฺติ ฯ
พุทธานุญาตหมอน
สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์ใช้หมอนยาวกึ่งกาย ชาวบ้านเที่ยวชม วิหารพบเห็น
แล้ว เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภค กาม ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้หมอนยาว
กึ่งกาย รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาต ให้ทำหมอนพอดีกับศีรษะ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ราชคเห คิรคฺคสมชฺโช โหติ ฯ มนุสฺสา มหามตฺตานํ อตฺถาย ภิสิโย ปฏิยาเทนฺติ อุณฺณภิสึ โจฬภิสึ วากภิสึ ติณภิสึ ปณฺณภิสึ ฯ เต วีติวตฺเต สมชฺเช ฉวึ อุปฺปาเฏตฺวา ๓ หรนฺติ ฯ อทฺทสํสุ ๔ โข ภิกฺขู สมชฺชฏฺฐาเน พหุํ อุณฺณมฺปิ โจฬมฺปิ ๕ วากมฺปิ ติณมฺปิ ปณฺณมฺปิ ฉฑฺฑิตํ ๖ ฯ ทิสฺวาน ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจ ภิสิโย อุณฺณภิสึ โจฬภิสึ วากภิสึ ติณภิสึ ปณฺณภิสินฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. เวเธตุนฺติ ฯ ยุ. เวตุนฺติ ฯ ๓ ม. ยุ.
โอปาเฏตฺวา ฯ ๔ ม. ยุ. อทฺทสาสุํ ฯ ๕ ม. โจฬกมฺปิ ฯ ๖ ยุ. ฉฑฺฑิตานิ ฯ
พุทธานุญาตฟูก ๕ ชนิด
สมัยนั้น ในเมืองราชคฤห์มีมหรสพบนยอดเขา ชาวบ้านจัดแจงฟูกสำหรับพวกมหาอำมาตย์ คือ ฟูกขนสัตว์ ฟูกผ้า ฟูกเปลือกไม้ ฟูกหญ้า ฟูกใบไม้ ครั้นมหรสพเลิกแล้วเขาก็เลิกผ้าหุ้มไป ภิกษุทั้งหลายได้เห็นขนสัตว์ บ้าง ท่อนผ้าบ้าง เปลือกไม้บ้าง หญ้า
บ้าง ใบไม้บ้าง เป็นอันมาก ซึ่งเขาทิ้ง ไว้ในที่เล่นมหรสพ ครั้นแล้วได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่
พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตฟูก ๕ ชนิด คือ ฟูกขนสัตว์ ฟูกผ้า ฟูกเปลือก ไม้ ฟูกหญ้า ฟูกใบไม้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส เสนาสนปริกฺขาริกํ ๑ ทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิสึ โอนทฺธิตุนฺติ ๒ ฯ
สมัยนั้น ผ้าอันเป็นบริขารของเสนาสนะ บังเกิดแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายกราบ
ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้หุ้มฟูก ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มญฺจภิสึ ปีเฐ สํหรนฺติ ๓ ปีฐภิสึ มญฺเจ สํหรนฺติ ฯ ภิสิโย ปริภิชฺชนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอนทฺธมญฺจํ โอนทฺธปีฐนฺติ ฯ อุลฺโลกํ อกริตฺวา สนฺถรนฺติ ๔ ฯ เหฏฺฐโต นิปฺปาเฏนฺติ ๕ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุลฺโลกํ กริตฺวา สนฺถริตฺวา ภิสึ โอนทฺธิตุนฺติ ฯ ฉวึ อุปฺปาเฏตฺวา หรนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โผสิตุนฺติ ๖ ฯ หรนฺติเยว ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิตฺติกมฺมนฺติ ฯ หรนฺติเยว ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว หตฺถภิตฺตินฺติ ๗ ฯ
พุทธานุญาตเตียงหุ้มฟูก
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายปูฟูกเตียงลงบนตั่ง ปูฟูกตั่งลงบนเตียงฟูกทั้งหลาย
ขาดทำลาย ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงหุ้มฟูก ตั่งหุ้มฟูก ภิกษุทั้งหลายปูลงไปไม่ได้ ใช้ผ้ารองล่าง ฟูกย้อยลงข้าง
ล่าง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ ผ้ารองปูแล้วหุ้มฟูก โจรลักเลิกผ้าหุ้มไป ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้จดไว้ โจรก็ยังลักไป ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำรอยไว้ ถึงอย่างนั้นก็ยังลักไป ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พิมพ์รอย นิ้วมือไว้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ติตฺถิยานํ เสยฺยาโย เสตวณฺณาโย โหนฺติ ฯ กาฬวณฺณกตา ภูมิ ฯ เครุกปริกมฺมกตา ภิตฺติ ฯ พหู มนุสฺสา เสยฺยาเปกฺขกา คจฺฉนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว วิหาเร เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมนฺติ ฯ
๑ ยุ. เสนาสนปริกฺขารทุสฺสํ ฯ ๒ ม. ยุ. โอนนฺธิตุนฺติ ฯ ๓ ม. สนฺถรนฺติ ฯ
๔ ยุ. สํหรนฺติ ฯ ๕ ม. ยุ. นิปฺผฏนฺติ ฯ ๖ ม. โปเสตุนฺติ ฯ ยุ. โปสิตุนฺติ ฯ
๗ ม. ยุ. ภตฺติกมฺมนฺติ ฯ
สมัยนั้น ที่อยู่อาศัยของพวกเดียรถีย์ทาสีขาว พื้นเขาแต่งให้ เป็นสีดำ ฝาเขาทำบริกรรมให้เป็นสีเหลือง ชาวบ้านเป็นอันมาก พากันไปดูที่อยู่ พวกเดียรถีย์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสีขาวสีดำ ทำบริกรรมด้วยสีเหลือง ในวิหาร ฯ
เตน โข ปน สมเยน ผรุสาย ภิตฺติยา เสตวณฺโณ น นิปตติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ถุสปิณฺฑํ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา ๑ เสตวณฺณํ นิปาเตตุนฺติ ฯ เสตวณฺโณ อนิพนฺธนีโย โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สณฺหมตฺติกํ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา เสตวณฺณํ นิปาเตตุนฺติ ฯ เสตวณฺโณ อนิพนฺธนีโย โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อิกฺกาสํ ปิฏฺฐมทฺทนฺติ ฯ
สมัยนั้น ฝาหยาบ สีขาวไม่จับ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ดินปนแกลบ แล้วกวดด้วยเกรียง สีขาวจะได้จับ สีขาวยังไม่ติด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคพระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ดินละเอียด แล้วกวดด้วยเกรียงให้สีขาวจับ สีขาวก็ยังไม่จับ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตให้ใช้ยางไม้ แป้งเปียก ฯ
เตน โข ปน สมเยน ผรุสาย ภิตฺติยา เครุกา น นิปตติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ถุสปิณฺฑํ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา เครุกํ นิปาเตตุนฺติ ฯ เครุกา อนิพนฺธนียา โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กุณฺฑกมตฺติกํ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา เครุกํ นิปาเตตุนฺติ ฯ เครุกา อนิพนฺธนียา โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สาสปกุฏํ ๒ สิตฺถเตลกนฺติ ฯ อจฺจุสฺสนฺนํ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โจฬเกน ปจฺจุทฺธริตุนฺติ ฯ
พุทธานุญาตดินปนแกลบ
สมัยนั้น ฝาหยาบสีเหลืองไม่จับ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มี
พระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ดินปนแกลบ แล้วกวดด้วย
เกรียงให้สีเหลืองจับ สีเหลืองไม่ติด ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ดินปนรำ
แล้วกวดด้วยเกรียงให้สีเหลืองจับ สีเหลืองก็ยังไม่ติด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ใช้แป้งเมล็ดพรรณผักกาด ขี้ผึ้ง
เหลว ครั้นหนาเกินไป ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคท พระผู้มีพระภาค
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ เช็ดออกด้วยท่อนผ้า ฯ
เตน โข ปน สมเยน ผรุสาย ภูมิยา กาฬวณฺโณ น นิปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ถุสปิณฺฑํ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา กาฬวณฺณํ นิปาเตตุนฺติ ฯ กาฬวณฺโณ อนิพนฺธนีโย โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ลณฺฑุมตฺติกํ ๑ ทตฺวา ปาณิกาย ปฏิพาเหตฺวา กาฬวณฺณํ นิปาเตตุนฺติ ฯ กาฬวณฺโณ อนิพนฺธนีโย โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อิกฺกาสํ กสาวนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. ปฏิพาหิตฺวา ฯ ๒ ม. สาสปกุฏฺฏํ ฯ ยุ. สาสปกุฑฺฑํ ฯ
สมัยนั้น พื้นดินหยาบไป สีดำไม่จับ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เรา
อนุญาตให้ใช้ดินปนแกลบ แล้วกวดด้วยเกรียง สีดำจะได้จับ สีดำ ก็ยังไม่จับ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ยางไม้ น้ำฝาด ฯ
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู วิหาเร ปฏิภาณจิตฺตํ ๒ การาเปนฺติ อิตฺถีรูปกํ ปุริสรูปกํ ฯ มนุสฺสา วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ปสฺสิตฺวา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว ปฏิภาณจิตฺตํ การาเปตพฺพํ อิตฺถีรูปกํ ปุริสรูปกํ โย การาเปยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏิกนฺติ ฯ
พุทธานุญาตภาพดอกไม้เป็นต้น
สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์ให้ช่างเขียนภาพสตรีบุรุษไว้ในวิหาร ชาวบ้านเที่ยว
ชมวิหารเห็นเข้า จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวก คฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ... ภิกษุ
ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
ไม่พึงให้เขียนภาพสตรีบุรุษ รูปใดให้เขียน ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตภาพดอกไม้ ภาพ
เครือเถา ฟันมังกร ดอกจอก ห้ากลีบ ฯ
เตน โข ปน สมเยน วิหารา นีจวตฺถุกา โหนฺติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ
เรื่องวิหารมีพื้นที่ต่ำ
สมัยนั้น วิหารมีพื้นต่ำ น้ำท่วมได้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้
มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมพื้นที่ให้สูง ดินที่ถม
พัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตก่อกรุ ๓ อย่าง คือ ก่อด้วยอิฐ ศิลา ไม้ ภิกษุ
ทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ อย่าง คือ บันไดอิฐศิลา ไม้ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับยึด ฯ
เตน โข ปน สมเยน วิหารา อาฬกมนฺทา ปากฏา ๓ โหนฺติ ฯ ภิกฺขู หิริยนฺติ นิปชฺชิตุํ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ติโรกรณินฺติ ฯ ติโรกรณึ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อฑฺฒกุฑฺฑกนฺติ ฯ อฑฺฒกุฑฺฑกา อุปริโต โอโลเกนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย คพฺเภ สิวิกาคพฺภํ นาฬิกาคพฺภํ หมฺมิยคพฺภนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. คณฺฑุมตฺติกํ ฯ ๒ ม. ยุ. ปฏิภานจิตฺตํ ฯ ๓ อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ฯ
เรื่องวิหารมีพื้นโล่งโถง
สมัยนั้น วิหารมีพื้นโล่งโถง ภิกษุทั้งหลายละอายที่จะนอนจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ผ้าม่าน ภิกษุทั้งหลายเลิกผ้าม่านมองดูกัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตฝากึ่งหนึ่ง คนมองดูข้างบนจากฝากึ่งหนึ่งได้ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต
ห้อง ๓ ชนิด คือ ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๑ ห้องยาว ๑ ห้องคล้ายตึกโล้น ๑ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ขุทฺทเก วิหาเร มชฺเฌ คพฺภํ กโรนฺติ ฯ อุปจาโร น โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ขุทฺทเก วิหาเร เอกมนฺตํ คพฺภํ กาตุํ มหลฺลเก มชฺเฌติ ฯ
เรื่องวิหารเล็ก
สมัยนั้น วิหารเล็ก ภิกษุทั้งหลายกั้นห้องไว้ตรงกลาง อุปจาร ไม่มี จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา อนุญาตให้ทำห้องไว้ส่วนข้างหนึ่งในวิหารเล็ก แต่ในวิหารใหญ่ ทำไว้ตรงกลางได้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน วิหารสฺส กุฑฺฑปาโท ชิรติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กุลงฺกปาทกนฺติ ฯ วิหารสฺส กุฑฺโฑ โอวสฺสติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปริตฺตาณกิฏิกํ อุทฺธาสุธนฺติ ๑ ฯ
สมัยนั้น เชิงฝาวิหารเก่า ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกรอบเชิงฝา ฝาวิหารถูกฝน สาด ... ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตแผงกันสาด ดินปนเถ้ากับขี้วัว ฯ
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ติณจฺฉทนา อหิ ขนฺเธ ปปติ ฯ โส ภึโต วิสฺสรมกาสิ ฯ ภิกฺขู อุปธาวิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจุํ กิสฺส ตฺวํ อาวุโส วิสฺสรมกาสีติ ฯ อถโข โส ภิกฺขูนํ ๒ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว วิตานนฺติ ฯ
๑ ม. ยุ. อุทฺธสุธนฺติ ฯ ๒ ยุ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ ฯ
สมัยนั้น งูตกจากหลังคามุงหญ้าถูกคอภิกษุรูปหนึ่ง เธอกลัว ร้องโวยวาย
ภิกษุทั้งหลายรีบเข้าไปถามเธอว่า ทำไม คุณจึงได้ร้องโวยวาย เธอจึงแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุ
ทั้งหลายๆ กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัส ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเพดาน ฯ
End of พุทธานุญาตด้าย