arnon.world

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · เสนาสนะขันธกะ

วินัยกถา เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๘๔–๒๙๑ (Royal Thai)12/19 in เสนาสนะขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก จุลวรรค เสนาสนะขันธกะ วินัยกถา (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 153–156

Page 153

การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปเดียว ไม่พึงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่ง รูปใดกันไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ”

พระพุทธานุญาตธรรมเนียมการนั่งเรียนพระวินัย

{๒๘๔} [๓๒๐] ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวินัยกถาแก่ภิกษุ ทั้งหลายโดยอเนกปริยาย คือ ทรงพรรณนาคุณของวินัย คุณของการ เรียนวินัย ทรงสรรเสริญคุณของท่านพระอุบาลีโดยเฉพาะเจาะจง ภิกษุ ทั้งหลายหารือกันว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวินัยกถาแก่ภิกษุทั้งหลายโดย อเนกปริยาย คือ ทรงพรรณนาคุณของวินัย คุณของการเรียนวินัย ทรง สรรเสริญคุณของท่านพระอุบาลีโดยเฉพาะเจาะจง อย่ากระนั้นเลย พวก เราจงเรียนพระวินัยในสำนักท่านพระอุบาลีกันเถิด”ก็แลภิกษุเหล่านั้นมีจำนวนมากทั้งเถระ ทั้งนวกะ ทั้งมัชฌิมะ ต่าง พากันเรียนพระวินัยในสำนักท่านพระอุบาลี ท่านพระอุบาลียืนสอนด้วย ความเคารพพระเถระทั้งหลาย แม้พระเถระทั้งหลายก็ยืนเรียนด้วย ความเคารพธรรม ในการเรียนนั้น ทั้งพระเถระทั้งท่านพระอุบาลีต่างก็ เมื่อยล้า ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุนวกะผู้สอนนั่งบนอาสนะ เสมอกันหรือสูงกว่าได้ด้วยความเคารพธรรม ให้ภิกษุเถระผู้เรียนนั่งบน อาสนะเสมอกันหรือตํ่ากว่าก็ได้ด้วยความเคารพธรรม”

{๒๘๕} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเป็นอันมากยืนรับการสอนในสำนักท่านพระ อุบาลีพากันเมื่อยล้า จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า

Page 154

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้มีอาสนะเสมอกันนั่งรวม กันได้”

{๒๘๖} ต่อมา ภิกษุทั้งหลายมีความสงสัยว่า “ภิกษุชื่อว่ามีอาสนะเสมอกัน ด้วยคุณสมบัติเพียงเท่าไร” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุระหว่าง ๓ พรรษานั่งรวม กันได้”

พระพุทธานุญาตธรรมเนียมนั่งเตียงตั่งและอาสนะยาว

{๒๘๗} สมัยนั้น ภิกษุหลายรูปมีอาสนะเสมอกันนั่งร่วมเตียงเดียวกัน ทำ เตียงหัก นั่งร่วมตั่งเดียวกัน ท่าตั่งหัก จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงละ ๓ รูป ตั่งละ ๓ รูป”

แม้ ๓ รูปนั่งบนเตียง ก็ยังทำเตียงหัก นั่งบนตั่ง ก็ยังทำตั่งหัก ภิกษุ เหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเตียงละ ๒ รูป ตั่งละ ๒ รูป”

{๒๘๘} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายรังเกียจที่จะนั่งบนอาสนะยาวร่วมกับผู้มี อาสนะไม่เสมอกัน จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้นั่งบนอาสนะยาวกับผู้มีอาสนะ ไม่เสมอกันได้ เว้นบัณเฑาะก์ มาตุคาม อุภโตพยัญชนก”

{๒๘๙} ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายมีความสงสัยว่าอาสนะยาวที่สุดกำหนดเท่าไร ... ตรัสว่า

Page 155

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตอาสนะยาวที่สุดกำหนดนั่งได้ ๓ คน”

พระพุทธานุญาตการใช้สอยปราสาท

{๒๙๐} สมัยนั้น นางวิสาขามิคารมารดาประสงค์จะให้สร้างปราสาทมีเฉลียง ประดุจเทริดที่ตั้งอยู่บนกระพองช้างถวายพระสงฆ์ ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลาย มีความสงสัยว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตการใช้สอยปราสาทหรือ ไม่ทรงอนุญาตหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการใช้สอยปราสาททุกอย่าง”

พระพุทธานุญาตให้ใช้อกัปปิยภัณฑ์ต่างชนิด

{๒๙๑} สมัยนั้น สมเด็จพระอัยยิกาของพระเจ้าปเสนทิโกศลทิวงคต เพราะ พระนางทิวงคต อกัปปิยภัณฑ์เป็นอันมากจึงเกิดขึ้นแก่สงฆ์ คือ เก้าอี้นอน เตียงใหญ่ ผ้าโกเชาว์ขนยาว เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะวิจิตรด้วยลวดลาย เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะสีขาว เครื่องลาดที่มีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะวิจิตรด้วยรูปสัตว์ร้ายมีสีหะ (สิงโต) และเสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะมีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขนข้าง เดียว เครื่องลาดทองและเงินแกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะจุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาดหลังช้าง เครื่องลาด หลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์ชื่ออชินะอันมีขนอ่อน นุ่ม เครื่องลาดอย่างดีที่ทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาด มีหมอนข้าง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อกัปปิยภัณฑ์ คือสิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่สมควรแก่ภิกษุจะบริโภคใช้สอย เว้นที่ทรงอนุญาต
Page 156

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตัดเท้าเก้าอี้นอนแล้วใช้สอยได้ เตียงใหญ่ ทำลายรูปสัตว์ร้ายเสียแล้วใช้สอยได้ ฟูกที่ยัดนุน รื้อแล้วทำ เป็นหมอน นอกนั้นทำเป็นเครื่องลาดพื้น”

อวิสสัชชิยวัตถุ

ว่าด้วยเรื่องของที่ไม่ควรแจกจ่าย

{๒๙๒} [๓๒๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุเจ้าถิ่นในอาวาสใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่ห่างจากพระนครสาวัตถี จัดเสนาสนะแก่ภิกษุอาคันตุกะและภิกษุผู้ เตรียมเดินทาง ได้รับความลำบาก ภิกษุเหล่านั้นจึงปรึกษากันว่า “ท่าน ทั้งหลาย บัดนี้พวกเราจัดเสนาสนะแก่ภิกษุอาคันตุกะและภิกษุผู้เตรียม เดินทาง ได้รับความลำบาก เอาละ พวกเราจะมอบเสนาสนะของสงฆ์ ทั้งหมดแก่ภิกษุรูปหนึ่ง พวกเราจักใช้สอยเสนาสนะของเธอ” ภิกษุ เหล่านั้นจึงได้มอบเสนาสนะของสงฆ์ทุก ๆ อย่างแก่ภิกษุรูปหนึ่ง ภิกษุ อาคันตุกะได้กล่าวกะภิกษุเจ้าถิ่นเหล่านั้นว่า “ท่านทั้งหลาย โปรดจัด เสนาสนะให้พวกผม” ภิกษุเจ้าถิ่นตอบว่า “เสนาสนะของสงฆ์ไม่มี ขอรับ พวกกระผมมอบแก่ภิกษุรูปหนึ่งไปหมดแล้ว”“ก็พวกท่านแจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์หรือ ขอรับ”

“เป็นเช่นนั้น ขอรับ”

บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงได้แจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์เล่า” จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่,พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกภิกษุแจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์ จริงหรือ”

ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”