arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ

เรื่องพระอาคันตุกะ เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๑๔–๔๑๕ (Royal Thai)1/15 in วัตตขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ เรื่องพระอาคันตุกะ (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 247–251

Page 247

๘. วัตตขันธกะ

๑. อาคันตุกวัตตกถา

ว่าด้วยเรื่องวัตรสำหรับภิกษุอาคันตุกะ

{๔๑๔} [๓๕๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พวกภิกษุอาคันตุกะสวมรองเท้าเข้าอารามบ้าง กั้นร่มเข้าอารามบ้าง คลุม ศีรษะเข้าอารามบ้าง พาดจีวรไว้บนศีรษะเข้าอารามบ้าง ล้างเท้าด้วยนํ้าฉัน บ้าง ไม่กราบไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นผู้แก่พรรษากว่าบ้าง ไม่ถามถึงเสนาสนะบ้าง

มีภิกษุอาคันตุกะรูปหนึ่งถอดลิ่มแล้วผลักบานประตูผลุนผลันเข้าไปยัง วิหารที่ไม่มีใครอยู่ งูตกจากบนกรอบประตูลงมาที่คอของเธอ เธอกลัวส่ง เสียงร้องขึ้น ภิกษุทั้งหลายรีบเข้าไปถามเธอว่า “ท่านส่งเสียงร้องทำไม” เธอจึงบอกเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุอาคันตุกะจึงได้สวมรองเท้า เข้าอารามบ้าง กั้นร่มเข้าอารามบ้าง คลุมศีรษะเข้าอารามบ้าง พาดจีวร ไว้บนศีรษะเข้าอารามบ้าง ล้างเท้าด้วยนํ้าฉันบ้าง ไม่กราบไหว้ภิกษุเจ้าถิ่น ผู้แก่พรรษากว่าบ้าง ไม่ถามถึงเสนาสนะบ้างเล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบ มาว่าพวกภิกษุอาคันตุกะสวมรองเท้าเข้าอารามบ้าง กั้นร่มเข้าอารามบ้าง

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑วัตตขันธกะ ตอนว่าด้วยวัตร คำว่า วัตร ในที่นี้หมายถึงกิจพึงกระทำ หน้าที่ ข้อปฏิบัติ หรือธรรมเนียมปฏิบัติของภิกษุ ขันธกะนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อวัตรที่ทรงบัญญัติให้ภิกษุทั้งหลาย พึงปฏิบัติตามสถานภาพของตนหรือตามบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อความเป็น ระเบียบเรียบร้อยและเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งคณะสงฆ์ มี ๑๔ หัวข้อ
Page 248

คลุมศีรษะเข้าอารามบ้าง พาดจีวรไว้บนศีรษะเข้าอารามบ้าง ล้างเท้า ด้วยนํ้าฉันบ้าง ไม่กราบไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นผู้แก่พรรษากว่าบ้าง ไม่ถามถึง เสนาสนะบ้าง จริงหรือ”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน พวกภิกษุอาคันตุกะจึงได้สวมรองเท้าเข้าอารามบ้าง กั้นร่มเข้าอารามบ้าง คลุมศีรษะเข้าอารามบ้าง พาดจีวรไว้บนศีรษะเข้าอารามบ้าง ล้างเท้า ด้วยน้ำฉันบ้าง ไม่กราบไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นผู้แก่พรรษากว่าบ้าง ไม่ถามถึง เสนาสนะบ้างเล่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การกระทำของภิกษุทั้งหลาย เหล่านั้นนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้น แล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุ อาคันตุกะทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลายจะพึงประพฤติ ให้เรียบร้อย

ธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับภิกษุอาคันตุกะ

{๔๑๕} [๓๕๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาคันตุกะคิดว่าจักเข้าไปสู่อาราม เดี๋ยวนี้ พึงถอดรองเท้าเคาะแล้วถือไปต่ำ ๆ ลดร่ม เปิดศีรษะ ลดจีวร บนศีรษะลงไว้ที่บ่า ไม่ต้องรีบร้อน เข้าไปสู่อารามตามปกติ เมื่อเข้าไปสู่ อาราม พึงสังเกตว่าภิกษุเจ้าถิ่นชุมนุมกันที่ไหน ภิกษุเจ้าถิ่นชุมนุมกันที่ใด คือที่โรงฉันก็ตาม มณฑปก็ตาม โรงไม้ก็ตาม พึงไปที่นั้น วางบาตรไว้ที่หนึ่ง วางจีวรไว้ที่หนึ่ง พึงถืออาสนะที่สมควรนั่ง พึงถามถึงนํ้าฉัน พึงถามถึง นํ้าใช้ว่าอย่างไหนนํ้าฉัน อย่างไหนน้ำใช้ ถ้าต้องการนํ้าฉัน พึงตักนํ้าฉัน มาดื่ม ถ้าต้องการนํ้าใช้ พึงตักนํ้าใช้มาล้างเท้า เมื่อล้างเท้า พึงราดน้ำ ด้วยมือข้างหนึ่ง ล้างเท้าด้วยมือข้างหนึ่ง ราดนํ้าด้วยมือใด ไม่พึงล้างเท้า

Page 249

ด้วยมือนั้น พึงถามถึงผ้าเช็ดรองเท้าแล้วจึงเช็ดรองเท้า เมื่อจะเช็ดรองเท้า พึงใช้ผ้าแห้งเช็ดก่อน ใช้ผ้าเปียกเช็ดทีหลัง พึงซักผ้าเช็ดรองเท้าบิดแล้ว ผึ่งไว้ที่สมควรแห่งหนึ่ง

ถ้าภิกษุเจ้าถิ่นเป็นผู้แก่พรรษากว่า พึงกราบไหว้ ถ้าอ่อนพรรษากว่า พึงให้เธอกราบไหว้ พึงถามถึงเสนาสนะว่าเสนาสนะไหนถึงแก่ตน พึงถาม ถึงเสนาสนะที่มีภิกษุอยู่หรือที่ไม่มีภิกษุอยู่ พึงถามถึงโคจรคาม พึงถามถึง อโคจรคาม พึงถามถึงตระกูลทั้งหลายที่เป็นเสกขสมมติ พึงถามถึงที่ถ่าย อุจจาระ พึงถามถึงที่ถ่ายปัสสาวะ พึงถามถึงนํ้าฉัน พึงถามถึงนํ้าใช้ พึง ถามถึงไม้เท้า พึงถามถึงกติกาสงฆ์ที่ตั้งไว้ว่าควรเข้าเวลาเท่าไร ควร ออกเวลาเท่าไร ถ้าวิหารไม่มีภิกษุอยู่ พึงเคาะประตูรออยู่สักครู่หนึ่งแล้ว ถอดลิ่ม ผลักบานประตู ยืนอยู่ข้างนอกแลดูให้ทั่วถ้าวิหารรกหรือมีเตียงช้อนอยู่บนเตียง หรือตั้งช้อนอยู่บนตั่ง เสนาสนะมีละอองจับอยู่ข้างบน ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงปัดกวาดเสีย เมื่อจะ ปัดกวาดวิหาร พึงขนเครื่องลาดพื้นออกไปวางไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง ก่อน พึงขนเขียงรองเท้าเตียงออกไปวางไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง

พึงขนฟูกและหมอนออกไปวางไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง พึงขนผ้า ปูนั่งและผ้าปูนอนออกไปวางไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑โคจรคาม หมู่บ้านสำหรับบิณฑบาตของภิกษุ ในที่นี้หมายถึงพึงถามว่า โคจรคามนั้นอยู่ใกล้ หรือไกล ต้องบิณฑบาตแต่เช้าหรือสาย เป็นต้น (วิ.อ. ๓/๓๙๓)
  2. ๒อโคจรคาม หมู่บ้านที่ไม่เหมาะสำหรับบิณทบาตของภิกษุ หมายถึงหมู่บ้านของพวกมิจฉาทิฏฐิ หรือหมู่บ้านที่มีภิกษาหารจำกัดถวายได้เฉพาะภิกษุ ๑ รูปหรือ ๒ รูป (วิ.อ. ๓/๓๙๓)
  3. ๓ตระกูลทั้งหลายที่เป็นเสกขสมมติ หมายถึงตระกูลหรือครอบครัวที่มีศรัทธามาก ให้ทานวัตถุ มากจนหมดทุนทรัพย์ เพื่อไม่ให้ตระกูลเช่นนี้เดือดร้อนจากการถวายสิ่งของแก่ภิกษุสงฆ์ หรือ เพื่อมิให้ภิกษุสงฆ์รบกวนตระกูลเช่นนี้ สงฆ์จึงประชุมตกลงแต่งตั้งให้เป็นตระกูลเสกขะ ภิกษุ ใดไม่เจ็บไข้และเขาไม่ได้นิมนต์ไว้ ไปรับอาหารจากตระกูลนั้นมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ตามความแห่งปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๓ (ดู วิ.มหาวิ. (แปล) ๒/๕๖๒-๕๖๙/๗๒๗-๗๓๓)
Page 250

เตียงตั่งภิกษุพึงยกต่ำ ๆ ขนออกไปให้เรียบร้อย อย่าให้ครูดสี อย่าให้ กระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง กระโถนพึงขนออกไปวางไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง พนักอิงพึงขนออกไปวาง ไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง

ถ้าในวิหารมีหยากไย่ พึงกวาดจากเพดานลงมาก่อน กรอบหน้าต่าง ประตูและมุมห้องพึงเช็ดเสีย ถ้าฝาที่เขาทำบริกรรมไว้ด้วยยางไม้ขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบนํ้าบิดแล้วเช็ดเสีย ถ้าพื้นที่เขาทาสีดำไว้ขึ้นรา พึงเอาผ้าชุบ นํ้าบิดแล้วเช็ดเสีย ถ้าเขามิได้ทา พึงเอานํ้าประพรมแล้วเช็ดเสียด้วยตั้งใจ ว่าวิหารอย่าได้ฟุ้งไปด้วยผงธุลี พึงเก็บกวาดหยากเยื่อไปทิ้งเสีย ณ ที่ สมควรแห่งหนึ่งเครื่องลาดพื้นพึงผึ่งแดด ชำระ สลัดเสียแล้วขนกลับไปปูไว้ตามเดิม เขียงรองเท้าเตียงพึงผึ่งแดด ขัดเช็ดเสียแล้วขนกลับตั้งไว้ในที่เดิม เตียงตั่ง พึงผึ่งแดด ขัดถู เคาะเสีย ยกต่ำ ๆ ขนกลับไปให้ดี ๆ อย่าให้ครูดสี อย่า ให้กระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ตามเดิม ฟูก หมอน ผ้าปูนั่ง และผ้าปูนอนพึงผึ่งแดด ทำให้สะอาด ตบเสีย แล้วนำกลับไปวางปูไว้ตามเดิม กระโถน พนักอิงพึงผึ่งแดด เช็ดถูเสีย แล้วขนกลับไปตั้งไว้ตามเดิมพึงเก็บบาตรจีวร เมื่อเก็บบาตร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับบาตร ใช้มือข้าง หนึ่งคลำใต้เตียงหรือใต้ตั่งแล้วจึงเก็บบาตร แต่ไม่พึงเก็บบาตรบนพื้นที่ไม่มี สิ่งใดรอง

เมื่อเก็บจีวร พึงใช้มือข้างหนึ่งจับจีวรไว้ ใช้มือข้างหนึ่งลูบราวจีวร หรือสายระเดียงแล้วเก็บจีวรเอาชายไว้ด้านนอก ขนดไว้ด้านใน

ถ้ามีลมที่มีฝุ่นผงพัดมาแต่ทิศตะวันออก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันออก ถ้าพัดมาแต่ทิศตะวันตก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันตก ถ้าพัดมาแต่ทิศเหนือ

Page 251

พึงปิดหน้าต่างด้านเหนือ ถ้าพัดมาแต่ทิศใต้ พึงปิดหน้าต่างด้านใต้ ถ้า เป็นฤดูหนาว พึงเปิดหน้าต่างกลางวัน พึงปิดกลางคืน ถ้าเป็นฤดูร้อน พึงปิดหน้าต่างกลางวัน พึงเปิดกลางคืน

ถ้าบริเวณ ซุ้มน้ำ โรงฉัน โรงไฟ วัจกุฎี รกรุงรัง พึงปัดกวาดเสีย ถ้านํ้าฉันนํ้าใช้ไม่มี พึงจัดตั้งไว้ ถ้านํ้าในหม้อชำระไม่มี พึงตักน้ำมาใส่ไว้ ในหม้อชำระ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นวัตรของภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย ซึ่ง ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลายพึงประพฤติให้เรียบร้อย”

๒. อาวาสิกวัตตกถา

ว่าด้วยเรื่องวัตรสำหรับภิกษุเจ้าถิ่น

{๔๑๖} [๓๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุเจ้าถิ่นเห็นพวกภิกษุอาคันตุกะ แล้วไม่ปูอาสนะ ไม่ตั้งนํ้าล้างเท้า ไม่ตั้งตั่งรองเท้า ไม่ตั้งกระเบื้องเช็ดเท้าไว้ ไม่ลุกรับบาตรจีวร ไม่ถามถึงน้ำฉัน ไม่ถามถึงนํ้าใช้ ไม่กราบไหว้พวกภิกษุ อาคันตุกะแม้ผู้แก่พรรษากว่า ไม่จัดเสนาสนะให้

บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุเจ้าถิ่นเห็นพวกภิกษุอาคันตุกะแล้ว จึงได้ไม่ปูอาสนะ ไม่ตั้ง นํ้าล้างเท้า ไม่ตั้งตั่งรองเท้า ไม่ตั้งกระเบื้องเช็ดเท้า ไม่ลุกรับบาตรจีวร ไม่ถามถึงนํ้าฉัน ไม่ถามถึงนํ้าใช้ ไม่กราบไหว้พวกภิกษุอาคันตุกะแม้ผู้ แก่พรรษากว่า ไม่จัดเสนาสนะให้เล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่า ... จริงหรือ”ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

End of เรื่องพระอาคันตุกะ