พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ
ภัตตัคควัตร เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๒๔–๔๒๕ (Royal Thai)5/15 in วัตตขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ภัตตัคควัตร
พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ ภัตตัคควัตร (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉนฺติ โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺติ เถเรปิ ภิกฺขู อนูปขชฺช นิสีทนฺติ นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหนฺติ สงฺฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉิสฺสนฺติ โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉิสฺสนฺติ เถเรปิ ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทิสฺสนฺติ นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ๑ ปฏิพาหิสฺสนฺติ สงฺฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉนฺติ โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺติ เถเรปิ ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทนฺติ นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหนฺติ สงฺฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ภตฺตคฺควตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา ภิกฺขูหิ ภตฺตคฺเค สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ
๑ ม. ยุ. รา. เอกกนฺติ วจนํ นตฺถิ ฯ ๒ รา. วจฺจปีฬิโต ฯ ๓ ม. ยุ. อาคเมสิ ฯ
๔ ม. สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ฯ
สมัยนั้น พระฉัพพัคคีย์นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มีมรรยาทไปสู่ โรงฉัน เดินแซงไปข้างหน้าพระเถระทั้งหลายบ้าง นั่งเบียดเสียดพระเถระบ้าง เกียดกันพวกภิกษุใหม่ด้วยอาสนะบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้าง บรรดา ภิกษุผู้ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงได้นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มีมรรยาทไปสู่โรงฉัน เดินแซงไปข้างหน้าพระเถระ ทั้งหลายบ้าง นั่งเบียดเสียดพระเถระบ้าง เกียดกันพวกภิกษุใหม่ด้วย
อาสนะบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้าง จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุ ฉัพพัคคีย์นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มีมรรยาทไปสู่โรงฉัน เดินแซงไปข้างหน้าพระเถระทั้งหลายบ้าง นั่งเบียดเสียดพระเถระบ้าง เกียดกันพวกภิกษุใหม่ด้วยอาสนะบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้าง จริงหรือ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาค ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรในโรงฉันแก่ภิกษุทั้งหลายโดยประการที่ภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติเรียบร้อยในโรงฉัน ฯ
สเจ อาราเม กาโล อาโรจิโต โหติ ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา สคุณํ กตฺวา สงฺฆาฏิโย ปารุปิตฺวา คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา โธวิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน คาโม ปวิสิตพฺโพ น โวกฺกมฺม เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คนฺตพฺพํ สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนตรฆเร คนฺตพฺพํ
น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทิตพฺพํ น นวา ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหิตพฺพา น สงฺฆาฏึ โอตฺถริตฺวา
อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ อุทเก ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ นีจํ กตฺวา สาธุกํ อปริฆํสนฺเตน ปตฺโต โธวิตพฺโพ สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก โหติ นีจํ กตฺวา อุทกปฏิคฺคเห อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ มา อุทกปฏิคฺคาหโก อุทเกน โอสิญฺจิ มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจีติ สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก น โหติ นีจํ กตฺวา ฉมายํ อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจีติ โอทเน ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา โอทโน ปฏิคฺคเหตพฺโพ สูปสฺส โอกาโส กาตพฺโพ สเจ โหติ สปฺปิ วา เตลํ วา อุตฺตริภงฺคํ วา
เถเรน วตฺตพฺโพ สพฺเพสํ สมกํ สมฺปาเทหีติ สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ น ตาว เถเรน ภุญฺชิตพฺพํ ยาว น สพฺเพสํ โอทโน สมฺปตฺโต ๑ โหติ สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ สปทานํ ๒ ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ น ถูปโต ๓ โอมทฺทิตฺวา ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ น สูปํ วา พฺยญฺชนํ วา โอทเนน ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทาย น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาเนน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ น อุชฺฌานสญฺญินา ปเรสํ
ปตฺโต โอโลเกตพฺโพ นาติมหนฺโต กพโฬ กาตพฺโพ ปริมณฺฑโล อาโลโป กาตพฺโพ น อนาหเฏ กพเฬ มุขทฺวารํ วิวริตพฺพํ น ภุญฺชมาเนน สพฺโพ หตฺโถ มุเข ปกฺขิปิตพฺโพ น สกพเฬน มุเขน พฺยาหริตพฺพํ น ปิณฺฑุกฺเขปกํ ภุญฺชิตพฺพํ น กพฬาวจฺเฉทกํ ภุญฺชิตพฺพํ น อวคณฺฑการกํ ภุญฺชิตพฺพํ น หตฺถนิทฺธูนกํ ภุญฺชิตพฺพํ น สิตฺถาวการกํ ภุญฺชิตพฺพํ น ชิวฺหานิจฺฉารกํ ภุญฺชิตพฺพํ น จปุจปุการกํ ภุญฺชิตพฺพํ น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิตพฺพํ น หตฺถนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ น ปตฺตนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ น โอฏฺฐนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ น สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลโก ปฏิคฺคเหตพฺโพ น ตาว เถเรน อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ ยาว น สพฺเพ
ว ๑ ภุตฺตาวิโน โหนฺติ อุทเก ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ นีจํ กตฺวา สาธุกํ อปริฆํสนฺเตน ปตฺโต โธวิตพฺโพ สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก โหติ นีจํ กตฺวา อุทกปฏิคฺคเห อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ มา อุทกปฏิคฺคาหโก อุทเกน โอสิญฺจิ มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจีติ สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก น โหติ นีจํ กตฺวา ฉมายํ อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจีติ น สสิตฺถกํ ปตฺตโธวนํ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑตพฺพํ นิวตฺตนฺเตน นวเกหิ ภิกฺขูหิ ปฐมตรํ นิวตฺติตพฺพํ ปจฺฉา เถเรหิ สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ภตฺตคฺควตฺตํ ยถา ภิกฺขูหิ ภตฺตคฺเค สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ ฯ
ปฐมภาณวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ ม. อาสเนนปิ ฯ
๑ ยุ. สมฺปนฺโน ฯ ๒ ยุ. สปทาโน ฯ ๓ ถูปิกโตติปิ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ
๑ ยุ. วสทฺโท นตฺถิ ฯ
ถ้าภัตตุเทสก์บอกภัตกาลในอาราม ภิกษุเมื่อปกปิดมณฑล ๓ พึงนุ่งให้เป็น
ปริมณฑล คาดประคดเอว ห่มผ้าซ้อน ๒ ชั้นกลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้วถือเข้าบ้านโดยเรียบร้อยไม่ต้องรีบร้อน ไม่พึงเดินแซงไปข้างหน้าพระเถระ ทั้งหลาย พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวก
บ้าน พึงสำรวมด้วยดีไปในละแวกบ้าน พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน อย่าเวิกผ้าไปในละแวก
บ้าน อย่าหัวเราะลั่นไป ในละแวกบ้าน พึงมีเสียงน้อยไปในละแวกบ้าน อย่าโยกกายไปในละแวกบ้าน อย่าไกวแขนไปในละแวกบ้าน อย่าโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน อย่าค้ำกาย ไปในละแวกบ้าน อย่าคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน อย่าเดินกระโหย่ง ไปในละแวกบ้าน พึงปกปิดกาย
ด้วยดีนั่งในละแวกบ้าน พึงสำรวมด้วยดีนั่งใน ละแวกบ้าน พึงมีตาทอดลงนั่งในละแวกบ้าน
อย่าเวิกผ้านั่งในละแวกบ้าน อย่า หัวเราะลั่นนั่งในละแวกบ้าน พึงมีเสียงน้อยนั่งในละแวกบ้าน อย่าโยกกายนั่งใน ละแวกบ้าน อย่าไกวแขนนั่งในละแวกบ้าน อย่าโคลงศีรษะนั่งในละแวกบ้าน
อย่าค้ำกายนั่งในละแวกบ้าน อย่าคลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน อย่านั่งรัดเข่าใน ละแวกบ้าน อย่านั่ง
เบียดเสียดพระเถระ อย่าเกียดกันภิกษุใหม่ด้วยอาสนะ อย่า นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้าน เมื่อเขา
ถวายน้ำ พึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับน้ำ พึงล้างบาตรถือต่ำๆ ให้ดี อย่าให้ครูดสี ถ้ากระโถนมี พึงค่อยๆ เทน้ำลงในกระโถน ด้วยคิดว่า กระโถนอย่าเลอะเทอะด้วยน้ำ ภิกษุใกล้เคียงอย่าถูกน้ำ กระเซ็น ผ้าสังฆาฏิอย่าถูกน้ำกระเซ็น ถ้ากระโถนไม่มี พึงค่อยๆ เทน้ำลงที่พื้นดินด้วยคิดว่า ภิกษุใกล้เคียงอย่าถูกน้ำกระเซ็น ผ้าสังฆาฏิอย่าถูกน้ำกระเซ็น เมื่อเขาถวายข้าวสุกพึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับข้าวสุก พึงเว้นเนื้อที่ไว้ สำหรับแกง ถ้ามีเนยใส น้ำมัน หรือ
แกงอ่อม พระเถระควรบอกว่า จงจัด ถวายภิกษุทั้งหลายเท่าๆ กันทุกรูป พึงรับบิณฑบาต
โดยเคารพ พึงมีความสำคัญในบาตรรับบิณฑบาต พึงรับบิณฑบาตพอสมกับแกง พึงรับบิณฑบาตพอเสมอขอบปากบาตร พระเถระไม่พึงฉันก่อนจนกว่าข้าวสุกจะทั่วถึงภิกษุทุกรูป พึงฉันบิณฑบาตโดยเคารพ พึงมีความสำคัญในบาตรฉันบิณฑบาต พึงฉันบิณฑบาต ตามลำดับ พึงฉันบิณฑบาตไม่พึงฉันบิณฑบาตขยุ้มแต่ยอดลงไป ไม่พึงกลบแกง หรือกับข้าวด้วยข้าวสุก เพราะอยากได้มาก
ไม่อาพาธ ไม่พึง ขอแกง หรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน ไม่พึงแลดูบาตรของภิกษุเหล่า
อื่น ด้วยหมายจะยกโทษ ไม่พึงทำคำข้าวให้ใหญ่นัก พึงทำคำข้าวให้กลมกล่อม เมื่อคำข้าวยังไม่ถึง
ปาก ไม่พึงอ้าปาก กำลังฉันไม่พึงสอดมือทั้งหมดเข้าในปาก ปาก ยังมีคำข้าวไม่พึงพูด ไม่พึงฉัน
เดาะคำข้าว ไม่พึงฉันกัดคำข้าว ไม่พึงฉันทำ กะพุ้งแก้มให้ตุ่ย ไม่พึงฉันสลัดมือ ไม่พึงฉันทำ
เมล็ดข้าวตก ไม่พึงฉันแลบลิ้น ไม่พึงฉันทำเสียงดังจั๊บๆ ไม่พึงฉันทำเสียงซู๊ดๆ ไม่พึงฉันเลียมือไม่พึงฉัน ขอดบาตร ไม่พึงฉันเลียริมฝีปาก ไม่พึงรับโอน้ำด้วยมือเปื้อนอามิส พระเถระ ไม่พึงรับน้ำก่อนจนกว่าภิกษุทั้งหมดฉันเสร็จ เมื่อเขาถวายน้ำ พึงใช้มือทั้งสอง ประคองบาตรรับน้ำ พึงค่อยๆล้างบาตรถือต่ำๆ ให้ดี อย่าให้ครูดสี ถ้ากระโถนมี พึงค่อยๆ เทน้ำลงในกระโถน ด้วยคิดว่า
กระโถนอย่าเลอะเทอะด้วยน้ำ ภิกษุ ใกล้เคียงอย่าถูกน้ำกระเซ็น ผ้าสังฆาฏิอย่าถูกน้ำกระเซ็น
ถ้ากระโถนไม่มี พึง ค่อยๆ เทน้ำลงบนพื้นดิน ด้วยคิดว่า ภิกษุใกล้เคียงอย่าถูกน้ำกระเซ็นผ้าสังฆาฏิ อย่าถูกน้ำกระเซ็น ไม่พึงเทน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวในละแวกบ้าน เมื่อกลับ ภิกษุใหม่
พึงกลับก่อน พระเถระพึงกลับทีหลัง พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน พึงสำรวมด้วยดีไป
ในละแวกบ้าน พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเวิกผ้า ไปในละแวกบ้าน ไม่พึงหัวเราะ
ลั่นไปในละแวกบ้าน พึงมีเสียงน้อยไปใน ละแวกบ้าน ไม่พึงโยกกายไปในละแวกบ้าน ไม่พึงไกวแขนไปในละแวกบ้านไม่พึงโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงค้ำกายไปในละแวกบ้านไม่พึง คลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล วัตรในโรงฉันของภิกษุทั้งหลาย ซึ่งภิกษุทั้งหลาย พึงประพฤติเรียบร้อยในโรงฉัน ฯ
ปฐมภาณวาร จบ
End of ภัตตัคควัตร