arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ

ภัตตัคควัตร เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๒๔–๔๒๕ (Royal Thai)5/15 in วัตตขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๕. ภตฺตคฺควตฺตกถา

๕. ภัตตัคควัตตกถา

ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในโรงฉัน

พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ ภัตตัคควัตร (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 7, pp. 161–164 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 7, pp. 230–232

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉนฺติ, โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺติ, เถเรปิ ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทนฺติ, นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหนฺติ, สํฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ, เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา, เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉิสฺสนฺติ, โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉิสฺสนฺติ, เถเรปิ ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทิสฺสนฺติ, นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหิสฺสนฺติ, สงฺฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสนฺตี”ติ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตฺตคฺคํ คจฺฉนฺติ, โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺติ, เถเรปิ ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทนฺติ, นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหนฺติ, สงฺฆาฏิมฺปิ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺตีติ. สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ฯเปฯ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ-

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งไม่เรียบร้อย ห่มไม่เรียบร้อย ไม่มี มารยาท ไปโรงฉัน เดินแซงไปข้างหน้าภิกษุผู้เถระบ้าง นั่งเบียดภิกษุผู้เถระ ทั้งหลายบ้าง กีดกันอาสนะภิกษุนวกะทั้งหลายบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้าง

บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวก ภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งไม่เรียบร้อย ห่มไม่เรียบร้อย ไม่มีมารยาท ไปโรงฉัน เดินแซงไป ข้างหน้าภิกษุผู้เถระทั้งหลายบ้าง นั่งเบียดภิกษุผู้เถระทั้งหลายบ้าง กีดกันอาสนะ ภิกษุนวกะทั้งหลายบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้างเล่า”ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวก ภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งไม่เรียบร้อย ห่มไม่เรียบร้อย ไม่มีมารยาท ไปโรงฉัน เดินแซงไป ข้างหน้าภิกษุผู้เถระทั้งหลายบ้าง นั่งเบียดภิกษุผู้เถระทั้งหลายบ้าง กีดกันอาสนะ ภิกษุนวกะทั้งหลายบ้าง นั่งทับสังฆาฏิในละแวกบ้านบ้าง จริงหรือ”ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิ ฯลฯ ครั้นทรงตำหนิแล้ว ฯลฯ ทรงแสดง ธรรมีกถา รับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ภตฺตคฺควตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ, ยถา ภิกฺขูหิ ภตฺตคฺเค สมฺมา วตฺติตพฺพํ. สเจ อาราเม กาโล อาโรจิโต โหติ, ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา สคุณํ กตฺวา สงฺฆาฏิโย ปารุปิตฺวา คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา โธวิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สาธุกํ อตรมาเนน คาโม ปวิสิตพฺโพ.

น โวกฺกมฺม เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คนฺตพฺพํ, สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ.

สุปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, สุสํวุเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ. อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพ, น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น สีสปฺปจารกํ อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ, น เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทิตพฺพํ, น นวา ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหิตพฺพา, น สงฺฆาฏึ โอตฺถริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ.

อุทเก ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, นีจํ กตฺวา สาธุกํ อปฺปริฆํสนฺเตน๒๗๖ ปตฺโต โธวิตพฺโพ. สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก โหติ, นีจํ กตฺวา อุทกปฏิคฺคเห อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ “มา อุทกปฏิคฺคาหโก อุทเกน โอสิญฺจิ,(๑) มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ, มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจี”ติ. สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก น โหติ, นีจํ กตฺวา ฉมายํ อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ “มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ, มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจี”ติ.

โอทเน ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา โอทโน ปฏิคฺคเหตพฺโพ, สูปสฺส โอกาโส กาตพฺโพ. สเจ โหติ สปฺปิ วา เตลํ วา อุตฺตริภงฺคํ วา, เถเรน วตฺตพฺโพ “สพฺเพสํ สมกํ สมฺปาเทหี”ติ. สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ, ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ, สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ, สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ.

น ตาว เถเรน ภุญฺชิตพฺพํ, ยาว น สพฺเพสํ โอทโน สมฺปตฺโต(๒) โหติ, สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ, ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ, สปทานํ(๓) ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ, สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ น ถูปโต(๔) โอมทฺทิตฺวา ปิณฺฑปาโต ภุญฺชิตพฺโพ, น สูปํ วา พฺยญฺชนํ วา โอทเนน ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทาย, น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาเนน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ, น อุชฺฌานสญฺญินา ปเรสํ ปตฺโต โอโลเกตพฺโพ, นาติมหนฺโต กพโฬ กาตพฺโพ, ปริมณฺฑโล อาโลโป กาตพฺโพ. น อนาหเฏ กพเฬ มุขทฺวารํ วิวริตพฺพํ, น ภุญฺชมาเนน สพฺโพ หตฺโถ มุเข ปกฺขิปิตพฺโพ, น สกพเฬน มุเขน พฺยาหริตพฺพํ, น ปิณฺฑุกฺเขปกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น กพฬาวจฺเฉทกํ ภุญฺชิตพฺพํ. น อวคณฺฑการกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น หตฺถนิทฺธูนกํ ภุญฺชิตพฺพํ,. น สิตฺถาวการกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น ชิวฺหานิจฺฉารกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น จปุจปุการกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น สุรุสุรุการกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น หตฺถนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น ปตฺตนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ, น โอฏฺฐนิลฺเลหกํ ภุญฺชิตพฺพํ.

น สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลโก ปฏิคฺคเหตพฺโพ, น ตาว เถเรน อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, ยาว น สพฺเพ ว ภุตฺตาวิโน โหนฺติ, อุทเก ทียมาเน อุโภหิ หตฺเถหิ ปตฺตํ ปริคฺคเหตฺวา อุทกํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, นีจํ กตฺวา สาธุกํ อปริฆํสนฺเตน ปตฺโต โธวิตพฺโพ สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก โหติ, นีจํ กตฺวา อุทกปฏิคฺคเห อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ “มา อุทกปฺปฏิคฺคาหโก อุทเกน โอสิญฺจิ, มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ, มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจี”ติ. สเจ อุทกปฏิคฺคาหโก น โหติ, นีจํ กตฺวา ฉมายํ อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ “มา สามนฺตา ภิกฺขู อุทเกน โอสิญฺจึสุ, มา สงฺฆาฏิ อุทเกน โอสิญฺจี”ติ, น สสิตฺถกํ ปตฺตโธวนํ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑตพฺพํ.

นิวตฺตนฺเตน นวเกหิ ภิกฺขูหิ ปฐมตรํ นิวตฺติตพฺพํ, ปจฺฉา เถเรหิ, สุปฺปฏิจฺฉนฺเนน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, สุสํวุเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, โอกฺขิตฺตจกฺขุนา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, อปฺปสทฺเทน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ, น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ. อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ภตฺตคฺควตฺตํ, ยถา ภิกฺขูหิ ภตฺตคฺเค สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ. ปฐมภาณวาโร นิฏฺฐิโต.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1ก. โอสิญฺจยึสุ
  2. 2อิ. สมฺปนฺโน
  3. 3อิ. สปทาโน
  4. 4ก. ถูปิกโต ฉ.ม. ถูปกโต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เราจะบัญญัติวัตรในโรงฉันแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยที่ภิกษุทั้งหลายจะต้องประพฤติชอบในโรงฉัน

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าภัตตุทเทสก์บอกเวลาในอาราม ภิกษุพึงนุ่งปิดมณฑล ๓ ให้ เรียบร้อย คาดประคดเอว ห่มผ้าสังฆาฏิที่พับซ้อนกันไว้ กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้ว ถือไปไม่ต้องรีบร้อนเข้าหมู่บ้านไม่พึงเดินแซงไปข้างหน้าภิกษุผู้เถระทั้งหลาย พึงปกปิดกายให้ดีไปในละแวกบ้าน พึงสำรวมดีไปในละแวกบ้าน พึงทอดจักษุลงไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเวิกผ้าไปในละแวก บ้าน ไม่พึงหัวเราะดังไปในละแวกบ้าน พึงพูดเสียงเบาไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดิน โคลงกายไปในละแวกบ้าน ไม่พึงแกว่งแขนไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินโคลงศีรษะไป ในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินกระโหย่งไปในละแวกบ้านพึงปกปิดกายให้ดีนั่งในละแวกบ้าน

พึงสำรวมดีนั่งในละแวกบ้าน พึงทอดจักษุ ลงนั่งในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งเวิกผ้าในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งหัวเราะดังในละแวกบ้าน พึงนั่งพูดเสียงเบาในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งโคลงกายในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งแกว่งแขน ในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ไม่พึงนั่งเบียดภิกษุ ผู้เถระทั้งหลาย ไม่พึงกีดกันอาสนะภิกษุนวกะทั้งหลาย ไม่พึงนั่งทับสังฆาฏิเมื่อเขาถวายน้ำ พึงใช้มือทั้ง ๒ ประคองบาตรรับน้ำ พึงถือบาตรล้างอย่าง ไม่ให้ครูด ถ้ามีกระโถน พึงเทน้ำลงกระโถนอย่างระมัดระวัง ด้วยคิดว่า “กระโถนอย่าเลอะน้ำ ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ใกล้อย่าถูกน้ำกระเซ็น สังฆาฏิอย่าถูกน้ำ” ถ้าไม่มีกระโถน พึงเทน้ำลงพื้นดินอย่างระมัดระวัง ด้วยคิดว่า “ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ ใกล้ อย่าถูกน้ำกระเซ็น สังฆาฏิอย่าถูกน้ำ”

เมื่อเขาถวายข้าวสุก พึงใช้มือทั้ง ๒ ประคองบาตรรับข้าวสุก เว้นที่ว่างไว้ สำหรับแกง ถ้ามีเนยใส น้ำมัน หรือแกงอ่อม ภิกษุผู้เถระพึงบอกว่า “ท่านจงจัดถวาย ภิกษุเท่ากันทุกรูป” พึงรับบิณฑบาตโดยเคารพ พึงให้ความสำคัญในบาตรขณะรับ บิณฑบาต พึงรับบิณฑบาตพอเหมาะกับแกง พึงรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร

ภิกษุผู้เถระไม่พึงฉันก่อนจนกว่าข้าวสุกจะทั่วถึงภิกษุทุกรูป พึงฉันบิณฑบาต โดยเคารพ พึงให้ความสำคัญในบาตรขณะฉันบิณฑบาต พึงฉันบิณฑบาตไปตาม ลำดับ พึงฉันบิณฑบาตพอเหมาะกับแกง ไม่พึงฉันบิณฑบาตขยุ้มลงแต่ยอด ไม่พึงใช้ข้าวสุกกลบแกงหรือกับข้าวเพราะอยากได้มาก ไม่เป็นไข้ไม่พึงออกปากขอแกงหรือ ข้าวสุกมาฉันส่วนตัว ไม่พึงมุ่งตำหนิมองดูบาตรของภิกษุเหล่าอื่น ไม่พึงทำคำข้าว ให้ใหญ่เกิน พึงทำคำข้าวให้กลมกล่อม ไม่พึงอ้าปากรอคำข้าวที่ยังไม่ถึงปาก ขณะ กำลังฉัน ไม่พึงสอดมือทั้งหมดเข้าในปาก ขณะที่ในปากมีคำข้าว ไม่พึงพูดคุย ไม่ พึงฉันโยนคำข้าว ไม่พึงฉันกัดคำข้าว ไม่พึงฉันทำกระพุ้งแก้มตุ่ย ไม่พึงฉันสลัดมือ ไม่พึงฉันโปรยเมล็ดข้าว ไม่พึงฉันแลบลิ้น ไม่พึงฉันทำเสียงดังจั๊บ ๆ ไม่พึงฉันทำ เสียงดังซู้ด ๆ ไม่ พึงฉันเลียมือ ไม่พึงฉันขอดบาตร ไม่พึงฉันเลียริมฝีปาก ไม่พึงจับ ภาชนะน้ำดื่มด้วยมือเปื้อนอาหาร

ภิกษุผู้เถระไม่พึงรับน้ำก่อนจนกว่าภิกษุทั้งหมดฉันเสร็จ เมื่อเขาถวายน้ำ พึงใช้ มือทั้ง ๒ ประคองบาตรรับน้ำ พึงถือล้างอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ครูด ถ้ามีกระโถน พึงเทน้ำลงกระโถนอย่างระมัดระวัง ด้วยคิดว่า “กระโถนอย่าเลอะน้ำ ภิกษุทั้งหลาย ที่อยู่ใกล้ อย่าถูกน้ำกระเซ็น สังฆาฏิอย่าถูกน้ำ” ถ้าไม่มีกระโถน พึงเทน้ำลงบน พื้นดินอย่างระมัดระวัง ด้วยคิดว่า “ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ใกล้ อย่าถูกน้ำกระเซ็น สังฆาฏิอย่าถูกน้ำ” ไม่พึงเทน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวในละแวกบ้านเมื่อจะกลับ ภิกษุนวกะทั้งหลายพึงกลับก่อน ภิกษุผู้เถระทั้งหลายกลับทีหลัง พึงปกปิดกายให้ดีไปในละแวกบ้าน พึงสำรวมดีไปในละแวกบ้าน พึงทอดจักษุลงไป ในละแวกบ้าน ไม่พึงเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินหัวเราะดังไปในละแวกบ้าน พึงพูดเสียงเบา ไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน ไม่พึงแกว่ง แขนไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินเท้าสะเอว ไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ไม่พึงเดินกระโหย่งไปใน ละแวกบ้านภิกษุทั้งหลาย นี้ คือวัตรในโรงฉัน โดยที่ภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติชอบในโรงฉัน

ปฐมภาณวาร จบ

End of ภัตตัคควัตร