พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน อนุโลมติกปัฏฐาน · สังกิลิฏฐัตติกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖๘–๑๗๕๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๔ ในปัญหาวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อนุโลมติกปัฏฐาน สังกิลิฏฐัตติกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๐)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๐ หน้า ๙๖๑–๙๘๙
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
[๗] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร ...
ในวิปากปัจจัย กับ ... มี ๑ วาร ...
ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๑ ,, ...
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๒ ,, (ย่อ)
จบ ปฏิจจวาร
(สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวาร ก็พึงให้พิสดาร)
๕. สังกิลิฏฐติกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๖๖๘} [๘] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย (๑){๑๖๖๙} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)
{๑๖๗๐} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและ ที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของ ความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย (๓){๑๖๗๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ สภาวธรรมที่เป็น เหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑){๑๖๗๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)
{๑๖๗๓} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมอง และไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)
{๑๖๗๔} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง
และที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็น อารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๑๖๗๕} [๙] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัสจึงเกิดขึ้นบุคคลยินดีทิฏฐิ ... เพราะปรารภวิจิกิจฉา ... เพราะปรารภอุทธัจจะ ... เพราะ ปรารภโทมนัส ... (๑)
(พระบาลีที่เหลือในสังกิลิฏฐติกะ พึงจำแนกเหมือนพระบาลีที่จำแนกไว้ในกุสลติกะ)
{๑๖๗๖} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองด้วยเจโตปริยญาณ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เมื่อกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ ยินดีเพลิดเพลินขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่ออกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมยูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
{๑๖๗๗} [๑๐] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อน ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน เห็นแจ้ง จักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อม ด้วยจิตที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑){๑๖๗๘} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง
โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ... ราคะทิฏฐิ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น ยินดีกุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อน ... ออกจากฌานแล้วยินดีฌาน ... ยินดีจักขุ ... ยินดีเพลิดเพลินโผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ ของความเศร้าหมอง เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะและโทมนัสจึงเกิดขึ้น (๒)
{๑๖๗๙}สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคและผลโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
{๑๖๘๐} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค ผล นิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะทั้งหลายรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วย จิตที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
อธิปติปัจจัย
{๑๖๘๑} [๑๑] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลทำราคะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ทำทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
{๑๖๘๒} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒){๑๖๘๓} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓){๑๖๘๔} [๑๒] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษา อุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่
ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระเสกขะทั้งหลายพิจารณาโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
{๑๖๘๕} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลทำกุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน ... ออกจากฌาน แล้วทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน ... ทำจักขุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน
... ทำโผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสกาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒){๑๖๘๖} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค(และ)ผลโดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
{๑๖๘๗} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นสภาวธรรมอย่างหนักแน่นนิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู นิพพานเป็นปัจจัยแก่โวทานโดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)
{๑๖๘๘} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง และที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต ขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓)
อนันตรปัจจัย
{๑๖๘๙} [๑๓] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็น
อารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซ็่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
{๑๖๙๐} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)
{๑๖๙๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็น อารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่ เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย (๑){๑๖๙๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย (๒)
{๑๖๙๓} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคอนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๓)
{๑๖๙๔} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอนันตรปัจจัย (๑){๑๖๙๕} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอนันตรปัจจัย คือ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฎฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สมนันตราทิปัจจัย
{๑๖๙๖} [๑๔] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยสมนันตรปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะ จึงฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ... อาศัยโทสะ จึงฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ราคะ ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ราคะ ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย ปาณาติบาตเป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาตโดยอุปนิสสยปัจจัย ... นิยตมิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิโดยอุปนิสสยปัจจัย ... (๑)
{๑๖๙๗} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดย
อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะ จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนา อภิญญา สมาบัติให้เกิดขึ้น ... อาศัยความปรารถนา จึงให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ราคะ ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... กายิกสุข(และ)กายิกทุกข์โดยอุปนิสสยปัจจัย บุคคลฆ่าสัตว์แล้ว เพื่อต้องการกำจัดบาปนั้น จึงให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนา อภิญญา สมาบัติให้เกิดขึ้น ... ทำลายสงฆ์ เพื่อต้องการกำจัดบาปนั้น จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ อกุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒){๑๖๙๘} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัย ราคะ จึงทำมรรคให้เกิดขึ้น เข้าผลสมาบัติ อาศัยโทสะ ... ความปรารถนา จึงทำมรรคให้เกิดขึ้น เข้าผลสมาบัติ ราคะ ... ความปรารถนาเป็นปัจจัย แก่มรรค ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓){๑๖๙๙} [๑๕] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา จึงให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น อาศัยศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... กายิกสุข ... กายิกทุกข์... อุตุ ...โภชนะ ... เสนาสนะ จึงให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธา ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... กายิกสุข(และ)กายิกทุกข์ โดยอุปนิสสยปัจจัย กุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย
บริกรรมแห่งปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... (๑)
{๑๗๐๐} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา จึงก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ... เสนาสนะจึงฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ราคะ ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒){๑๗๐๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค ... ทุติยมรรค ... ตติยมรรค ... แก่จตุตถมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{๑๗๐๒} [๑๖] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยได้แก่ ปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ... ทุติยมรรคเป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ... ตติยมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ... จตุตถมรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
{๑๗๐๓} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายอาศัยมรรค จึงทำสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เห็นแจ้งสังขารทั้งหลายโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มรรคของพระอริยะทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ความฉลาดในฐานะและอฐานะโดยอุปนิสสยปัจจัย ผลสมาบัติเป็นปัจจัยแก่กายิกสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
ปุเรชาตปัจจัย
{๑๗๐๔} [๑๗] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัยที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
{๑๗๐๕} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น ยินดีเพลิดเพลินโสตะ ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้นที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
{๑๗๐๖} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย คือ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
ปัจฉาชาตปัจจัย
{๑๗๐๗} [๑๘] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑){๑๗๐๘} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่
เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
{๑๗๐๙} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
อาเสวนปัจจัย
{๑๗๑๐} [๑๙] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย (๑){๑๗๑๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดก่อน ๆ ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทานโดยอาเสวนปัจจัย (๑)
{๑๗๑๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอาเสวนปัจจัย คือ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๒)
กัมมปัจจัย
{๑๗๑๓} [๒๐] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑){๑๗๑๔} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)
{๑๗๑๕} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่ เศร้าหมอง แต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยก้มมปัจจัย (๓){๑๗๑๖} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมอง แต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)
{๑๗๑๗} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสกาวธรรมที่ไม่เศร้าหมอง และไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ กุศลเจตนาที่เป็นสกาวธรรมที่ ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความ เศร้าหมองซึ่งเป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๑)
{๑๗๑๘} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยก้มมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็น สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒){๑๗๑๙} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง และที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยกัมมปัจจัยมีอย่างเดียว คือ สหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)
วิปากปัจจัย
{๑๗๒๐} [๒๑] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย (๑){๑๗๒๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)
{๑๗๒๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย (๒)
{๑๗๒๓} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปากปัจจัยคือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของ ความเศร้าหมองซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ... (๓)
อาหารปัจจัย
{๑๗๒๔} [๒๒] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร
{๑๗๒๕} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย{๑๗๒๖} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร
อินทริยปัจจัย
{๑๗๒๗} [๒๓] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอินทริยปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทรืยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง มี ๓ วาร
ฌานาทิปัจจัย
{๑๗๒๘} [๒๔] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย
วิปปยุตตปัจจัย
{๑๗๒๙} [๒๕] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
{๑๗๓๐} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
{๑๗๓๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒){๑๗๓๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓){๑๗๓๓} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
อัตถิปัจจัย
{๑๗๔๐} [๒๖] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย (๑){๑๗๓๕} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๗๓๖} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑
ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ...(๓)
{๑๗๓๗} [๒๗] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มีมหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งโสตะ ... กาย ... รูป ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตภิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อน โดยอิตถิปัจจั ย กพพิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ... รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
{๑๗๓๘} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น ยินดีหทัยวัตถุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๗๓๙} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของ ความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดย อัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัย แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย (๓)
{๑๗๔๐} [๒๘] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัดตถิปัจจัย (๑){๑๗๔๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๗๔๒} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง
และที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๓)
{๑๗๔๓} [๒๙] สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง และที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมอง และไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัย แก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
{๑๗๔๔} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและ ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจั ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่ เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและหทัยวัตถุเป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๗๔๕} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒... (๑)
{๑๗๔๖} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ไม่ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)
นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัยและอวิคตปัจจัย
{๑๗๔๗} [๓๐] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
๑.ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๗๔๘} [๓๑] ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ,, ๖ ,,
ในอธิปติปัจจัย ,, ๘ ,,
ในอนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ๙ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ๑๓ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ๘ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ๓ ,,
ในปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๓ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ๓ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ๗ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ๔ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ๗ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ๗ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ๗ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาร
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ๕ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ๑๓ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ๗ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ๗ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ๑๓ ,,
เหตุสภาคะ
{๑๗๔๘} ในอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในสหชาตปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
เหตุฆฏนา (๙)
{๑๗๕๐} [๓๒] ปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๗ วารปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหซาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ อัตถิ และ อวิคตปัจจัย และ มี ๓ วาร
ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิลสยะ สัมปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย และ มี ๓ วาร
ปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ นิลสยะ วิปปยุตตะ อัตถิ และ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาร (อวิปากะ ๔ )
ปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ วิปากะ อัตถิ และ อวิคตปัจจัย มี ๔ วาร
ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๒ วาร
ปัจจัย ๘ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ สัมปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๒ วาร
ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ วิปากะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๒ วาร
ปัจจัย ๘ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๑ วาร (สวิปากะ ๕) (ย่อ)(ปัจจยานุโลมในสังกิลิฏฐติกะ พึงให้พิสดารเหมือนในกุสลติกะ)
จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๑๗๕๑} [๓๓] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑){๑๗๕๒} สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองโดย
จบ ปัญหาวาร