พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปัจจยวิภังควาร
อินทริยปัจจัย เล่ม ๔๐
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๖/๒๔ ในปัจจยวิภังควารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจจยวิภังควาร อินทริยปัจจัย (ฉบับหลวง เล่ม ๔๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๐)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๐ หน้า ๑๗–๑๘
วิญญาณธาตุนั้นโดยปุเรชาตปัจจัย บางคราวเป็นปัจจัยโดยปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
{๑๒} [๑๑] ปัจฉาชาตปัจจัย คือ สภาวธรรมคือจิตและเจตสิกซึ่งเกิดภาย หลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย
{๑๓} [๑๒] อาเสวนปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากตกิริยาซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากตกิริยาซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย{๑๔} [๑๓] กัมมปัจจัย คือ กุศลกรรมและที่เป็นอกุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่ วิปากขันธ์และกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอัน สัมปยุตและรูปที่มีสภาวธรรมอันสัมปยุตนั้นเป็นสมุฏฐานโดยกัมมปัจจัย
{๑๕} [๑๔] วิปากปัจจัย คือ นามขันธ์ ๔ ซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยวิปากปัจจัย
{๑๖} [๑๕] อาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย อาหารที่เป็นนามเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอันสัมปยุตและรูปที่มีสภาวธรรมอันสัมปยุตนั้นเป็นสมุฏฐานโดยอาหารปัจจัย
{๑๗} [๑๖] อินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุ และสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุนั้นโดยอินทรียปัจจัย โสตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณธาตุและสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วย โสตวิญญาณธาตุนั้นโดยอินทริยปัจจัย ฆานินทรีย์เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณธาตุและสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยฆานวิญญาณธาตุนั้นโดยอินทริยปัจจัย ชิวหินทรีย์เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณธาตุและสภาวธรรม
อันสัมปยุตด้วยชิวหาวิญญาณธาตุนั้นโดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณธาตุและสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยกายวิญญาณธาตุนั้นโดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอินทริยปัจจัยอินทรีย์ที่เป็นนามเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอันสัมปยุตและรูปอันมี
สภาวธรรมอันสัมปยุตนั้นเป็นสมุฏฐานโดยอินทริยปัจจัย
{๑๘} [๑๗] ฌานปัจจัย คือ องค์ฌานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยฌานและรูปที่มีสภาวธรํรมอันสัมปยุตด้วยฌานนั้นเป็นสมุฏฐานโดยฌานปัจจัย
{๑๙} [๑๘] มัคคปัจจัย คือ องค์มรรคเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมอันสัมปยุต ด้วยมรรคและรูปที่มีสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยมรรคนั้นเป็นสมุฏฐานโดยมัคคปัจจัย
{๒๐} [๑๙] สัมปยุตตปัจจัย คือ นามขันธ์ ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยสัมปยุตตปัจจัย
{๒๑} [๒๐] วิปปยุตตปัจจัย คือ รูปธรรมเป็นปัจจัยแก่นามธรรมโดยวิปปยุตตปัจจัย นามธรรมเป็นปัจจัยแก่รูปธรรมโดยวิปปยุตตปัจจัย
{๒๒} [๒๑] อัตถิปัจจัย คือ นามขันธ์ ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะนามรูปเป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยอัตถิปัจจัยสภาวธรรมคือจิตและเจตสิกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย
จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุและสภาวธรรมอันสัมปยุต ด้วยจักขุวิญญาณธาตุนั้นโดยอัตถิปัจจัยโสตายตนะเป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ธาตุและสภาวธรรมอันสัมปยุตด้วยโสตวิญญาณธาตุนั้นโดยอัตถิปัจจัย
จบ อินทริยปัจจัย