พระอภิธรรมปิฎก · ธาตุกถา
๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส เล่ม ๓๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๕–๓๔๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๕ ในธาตุกถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๖ หน้า ๙๖–๑๐๔
๙. นวมนัย
๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส
{๓๑๕} [๓๑๙] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ ด้วยสัญญาขันธ์ ด้วยสังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๑๖} [๓๒๐] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยวิญญาณขันธ์ ด้วยมนายตนะ ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ ... ด้วยมโนธาตุ ด้วยมโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรม เหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น ...
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑
ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๑๗} [๓๒๑] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสมุทยสัจ ด้วยมัคคสัจ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๑๘} [๓๒๒] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยมนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุต ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๑๙} [๓๒๓] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ ด้วยทุกขินทรีย์ ด้วยโสมนัสสินทรีย์ ด้วยโทมนัสสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๐} [๓๒๔] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๖ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๑} [๓๒๕] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสัทธินทรีย์ ด้วยวิริยินทรีย์ ด้วยสตินทรีย์ ด้วยสมาธินทรีย์ ด้วยปัญญินทรีย์ ด้วยอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ด้วยอัญญินทรีย์ ด้วยอัญญาตาวินทรีย์ ด้วยอวิชชาด้วยสังขารที่เกิดมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๒} [๓๒๖] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยวิญญาณที่เกิดมีเพราะสังขารเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๓} [๓๒๗] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยผัสสะที่เกิดมีเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๔} [๓๒๘] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนาที่เกิดมีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๒๕} [๓๒๙] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยตัณหาที่เกิดมีเพราะเวทนาเป็นปัจจัย ด้วยอุปาทานที่เกิดมีเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ด้วยกรรมภพ
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุต ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๖} [๓๓๐] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยโสกะ ด้วยทุกขะ ด้วยโทมนัส
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุต ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๗} [๓๓๑] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอุปายาส ด้วยสติปัฏฐาน ด้วยสัมมัปปธาน สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๒๘} [๓๓๒] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอิทธิบาท สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุต ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๒๙} [๓๓๓] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยฌาน สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุต ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๓๐} [๓๓๔] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอัปปมัญญา ด้วยอินทรีย์ ๕ ด้วยพละ ๕ ด้วยโพชฌงค์ ๗ ด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ สภาวธรรม เหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๓๑} [๓๓๕] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยผัสสะ ด้วยเจตนา ด้วยมนสิการ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๓๒} [๓๓๖] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนา ด้วยสัญญา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน{๓๓๓} [๓๓๗] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วย สภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๔} [๓๓๘] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอธิโมกข์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุต ด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๒ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๕} [๓๓๙] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๖} [๓๔๐] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร ด้วยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๗} [๓๔๑] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๘} [๓๔๒] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๓๙} [๓๔๓] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ ด้วยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๐} [๓๔๔] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุต ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๑} [๓๔๕] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๒} [๓๔๖] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นคันถะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นโอฆะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นโยคะ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ ด้วยสภาวธรรมที่เป็นปรามาส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๓} [๓๔๗] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๔} [๓๔๘] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๕} [๓๔๙] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิต ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิต ด้วยสภาวธรรมที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗{๓๔๖} [๓๕๐] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ ของกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง ด้วยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๗} [๓๕๑] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง แต่ไม่เป็นกิเลส ด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสด้วยสภาวธรรมที่มีวิตก ด้วยสภาวธรรมที่มีวิจาร ด้วยสภาวธรรมที่มีปีติ ด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๔๐} [๓๕๒] สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข ด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
รวมบทธรรมในนวมนัย ๑๒๐ บท
บทที่สงเคราะห์เข้าในนวมนยนิทเทสเหล่านี้ คือ
อรูปขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ สัจจะ ๒
อินทรีย์ ๑๔ ปัจจยาการ ๑๒ บทต่อจากปัจจยาการนั้นไป
๑๖ บท ในติกะ ๘ บท ในโคจฉกะ ๔๓ บท ในมหันตรทุกะ
๗ บท ในปิฏฐิทุกะ ๖ บทดังนี้แล
จบ สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทสที่ ๙
๑๐. ทสมนัย
๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
{๓๔๙} [๓๕๓] สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากรูปขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุต จากสภาวธรรมเหล่านั้น
สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๕๐} [๓๕๔] สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากเวทนาขันธ์ จากสัญญาขันธ์ จากสังขารขันธ์ จากวิญญาณขันธ์ จากมนายตนะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น ...
สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๕๑} [๓๕๕] สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขายตนะ ... จากโผฏฐัพพายตนะจากจักขุธาตุ ... จากโผฏฐัพพธาตุ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจาก สภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{๓๕๒} [๓๕๖] สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขุวิญญาณธาตุ ... จากมโนวิญญาณธาตุ จากสมุทยสัจ จากมัคคสัจ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้นสภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
จบ ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส