พระอภิธรรมปิฎก · ธาตุกถา
๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส เล่ม ๓๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๙–๔๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๕ ในธาตุกถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๖)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๙ หน้า ๑๑๐–๑๒๑
๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
[๓๔๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย รูปขันธ์ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อาตยตนะ๑ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญา-ขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ มนายตนะ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย จักขวายตนะ ฯ เป ฯ
โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯ เป ฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ๑๐ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ ฯเปฯ
มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ สมุทยสัจ มรรคสัจ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย นิโรธสัจ จักขุนทรีย์ฯ เป ฯ กายอินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย มนินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๕๗] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์
สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๘] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย วิญญาณมีเพราะสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะมีเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนามีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๕๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ตัณหามีเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานมีเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ธรรมภพ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย รูปภพ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไร ๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๓.
[๓๖๑] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย อสัญญาภพ เอกโวการ-ภพ ปริเทวะ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อรูปภพ เนวสัญญา-นาสัญญาภพ จตุโวการภพ โสกะ ทุกข์ โสมนัส อุปายาส สติ-ปัฏฐาน สัมมปปธาน อิทธิบาท ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๓] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย ผัสสะ เวทนา สัญญาเจตนา จิต มนสิการ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๖๕] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย กุศลธรรม อกุศลธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สุขเวทนาสัมปยุตต-ธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตน ๑๐ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๖๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อทุกขมสุขเวทนา-สัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง .
[๓๖๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย วิปากธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๖๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย วิปากธัมมธรรม สัง-กิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประ-กอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๗๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เนววิปากนวิปากธัมม-ธรรม อนุปาทินนุปาทานิยธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕.
[๓๗๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อนุปาทินนานุปาทา-นิยธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๓๗๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๗๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อวิตักกวิจารมัตตธรรมปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๗๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อวิตักกาวิจารธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑.
[๓๗๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สุขสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วย
ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๗๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อุเปกขาสหคตธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๗๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ทัสสนปหาตัพพธรรมภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปทาตัพพ-เหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรมมหัคคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๗๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อัปปมาณธรรม ปณีต-ธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๓๗๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ปริตตารัมมณธรรมธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๘๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย มหัคคตารัมมณธรรมอัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยต-ธรรม มัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรม มัคคาธิปติธรรม
ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๓๘๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อนุปปันนธรรม ฯลฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์อายตนะอะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕.
[๓๘๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อตีตารัมมณธรรมอนาคตารัมมณธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ปัจจุบันนารัมมณธรรมอัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม อัชฌัตตพหิทธารัมมณ-
ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สนิทัสสนสัปปฏิฆ-ธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เหตุธรรม สเหตุก-ธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม เหตุสเหตุกธรรม สเหตุกนเหตุธรรมเหตุสัมปยุตตธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม
ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อัปปัจจยธรรม อสังขต-ธรรม สนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆธรรม รูปีธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย โลกุตตรธรรมธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๓๘๘] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย อาสวธรรม อาสวสัมป-ยุตตธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม อาสวสัมป-ยุตตโนอาสวธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖. และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๘๙] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย อนาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๓๙๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถ-ธรรม โอฌธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาส-สัมปยุตตธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้
ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อปรามัฏฐธรรมปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วย ธาตุ ๖.
[๓๙๒] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยสารัมมณธรรม จิตตธรรมเจตสิกธรรม จิตตัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสัง-สัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสัง-สัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม จิตต-วิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏธรรม. อุปาทาธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ๑ ธาตุ ๗ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๔] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอนุปาทินนธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕.
[๓๙๕] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย อุปาทานธรรม กิเลส-ธรรม สังกิลิฏธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม กิเสสกิเลสกธรรมกิเลสสังกิลิฏฐธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสกิเลสสัมยุตต-
ธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๖] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิเลสกธรรม กิเลส-วิปปยุตตธรรม อสังกิเลสธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๓๙๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ทัสสนปหาตัพพธรรมภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพ-เหตุกธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกธรรม สวิจาร-ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประ-กอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๓๙๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกธรรม อวิจาร-ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์อายตนะ อะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑.
[๔๐๐] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสัปปีติกธรรม ปีติสหคต-ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางอย่าง.
[๔๐๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสุขสหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๔๐๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อุเปกขาสหคตธรรมธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางอย่าง.
[๔๐๓] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยนกามาจรธรรม อปริยา-ปันนธรรม อนุตตรธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไร ๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖.
[๔๐๔] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยรูปาวจรธรรม อรูปาวจร-ธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม สรณธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร ? ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง.
จบวิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
อรรถกถาวิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนก วิปปยุตเตน วิปปยุตตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใด มีรูปขันธ์เป็นต้น ที่พระองค์ยกขึ้นแสดงไว้ในนิทเทสแห่งสัมปโยค.
วิปปโยคะ. ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละทรงยกขึ้นแสดงในคำปุจฉาทั้งปวง. ส่วนบททั้งหลายที่มาโดยลำดับแห่งบทอื่น ก็เพราะท่านรวมคำวิสัชนาอันเป็นทำนองเดียวกันไว้. บรรดาปัญหาเหล่านั้น บทใด ยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นวิปปยุตด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการจำแนกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. ด้วยว่า ธรรมทั้งหลาย มีเวทนาเป็นต้น วิปปยุตด้วยรูปขันธ์ และรูปขันธ์ก็วิปปยุตด้วยธรรมเหล่านั้น. สำหรับนิพพานมีคติอย่างสุขุมรูปนั่นแหละ. รูปขันธ์นั้น วิปปยุตด้วยนามขันธ์ ๔ ด้วยมนายตนะ ๑ด้วยวิญาณธาตุ ๗ และด้วยธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นบางอย่างในธัมมา-ยตนะและธัมมธาตุ. ในบททั้งปวง ก็นัยนี้ แล.
จบอรรถกถาวิปปยุตเตนวิปปยุตตปท
๑๑. สังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
[๔๐๕] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์อาตนะ ธาตุ เท่าไร ? ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ และประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางอย่าง. ประกอบ
จบ ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส