arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · เถรวรรค

๕. อักขมสูตร เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในเถรวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรค อักขมสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๑๕๖–๑๕๗

หน้า ๑๕๖

๕. อักขมสูตร

ว่าด้วยธรรมของพระเถระที่น่าเคารพและไม่น่าเคารพ

{๘๕} [๘๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ไม่เป็นที่เคารพ และไม่เป็นที่ยกย่องของ เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ธรรม ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) เป็นผู้ไม่อดทนต่อรูปารมณ์

(๒) เป็นผู้ไม่อดทนต่อสัททารมณ์

(๓) เป็นผู้ไม่อดทนต่อคันธารมณ์

(๔) เป็นผู้ไม่อดทนต่อรสารมณ์

(๕) เป็นผู้ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพารมณ์

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ไม่เป็นที่เคารพ และไม่เป็นที่ยกย่องของ เพื่อนร่วมพรหมจรรย์ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่เคารพ และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ธรรม ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑รูปารมณ์ อารมณ์คือรูป หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางตา ได้แก่ รูปหรือแสงสีต่าง ๆ ที่ตามองเห็น สัททารมณ์ อารมณ์คือเสียง หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางหู ได้แก่ เสียงต่าง ๆ ที่หูได้ยิน คันธารมณ์ อารมณ์คือกลิ่น หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางจมูก ได้แก่ กลิ่นต่าง ๆ ที่จมูกสูดดม รสารมณ์ อารมณ์คือรส หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางลิ้น ได้แก่ รสต่าง ๆ ที่ลิ้นลิ้มรู้ โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์คือโผฏฐัพพะ หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้ทางกายประสาท ได้แก่ สิ่งใด ๆ ที่กระทบถูกต้องกายแล้วเกิดการรับรู้ได้ เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นต้น หรือเรียกสามัญว่า สัมผัสทางกาย (นัย องฺ.จตุกฺก.อ. ๓๐๒)
หน้า ๑๕๗

(๑) เป็นผู้อดทนต่อรูปารมณ์ (๒) เป็นผู้อดทนต่อสัททารมณ์

(๓) เป็นผู้อดทนต่อคันธารมณ์ (๔) เป็นผู้อดทนต่อรสารมณ์

(๕) เป็นผู้อดทนต่อโผฏฐัพพารมณ์

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่เคารพ และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนร่วมพรหมจรรย์”

๖. ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร

ว่าด้วยธรรมของพระเถระที่น่าเคารพ

{๘๖} [๘๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจเป็นที่เคารพ และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนร่วมพรหมจรรย์ ธรรม ๕ ประการคืออะไรบ้าง คือ(๑) เป็นผู้บรรลุอัตถปฏิสัมภิทา

(๒) เป็นผู้บรรลุธัมมปฏิสัมภิทา

(๓) เป็นผู้บรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทา

(๔) เป็นผู้บรรลุปฏิภาณปฏิสัมภิทา

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปฏิสัมภิทา หมายถึงปัญญาที่แตกฉานทั้ง ๔ ประการ คือ อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาที่แตกฉาน ในอรรถคือรู้แจ้งชัดในความหมาย เห็นข้อธรรมหรือความย่อ ก็สามารถอธิบายขยายออกไปได้โดยพิสดาร หรือเห็นเหตุก็สามารถเชื่อมโยงไปหาผลได้ ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม คือรู้แจ้งชัดในหลัก เห็นอรรถาธิบายพิสดารก็สามารถจับใจความมาตั้งเป็นหัวข้อได้ หรือเห็นผล ก็สามารถสาวถึงเหตุได้ นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติคีอรู้แจ้งชัดในภาษาธรรม รู้ศัพท์บัญญัติและภาษาต่าง ๆ สามารถใช้คำพูดชี้แจงอรรถและธรรมให้ผู้อื่นเข้าใจและเห็นตามได้ ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณคือรู้แจ้งชัดในญาณ ๓ หรือรู้แจ้งชัดในความคิด ทันการ สามารถนำความรู้ที่มีอยู่มาปรับใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม (นัย องฺ.ปญฺจก.อ. ๔๒)

จบ ๕. อักขมสูตร